Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3233/2537

พ.ศ. 2537 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

จำเลยที่ 1 ทำสัญญาเช่าซื้อรถยนต์จากโจทก์โดยมีจำเลยที่ 2ถึงที่ 5 ทำสัญญาค้ำประกัน ซึ่งสัญญาเช่าซื้อระบุว่าจำเลยที่ 1ต้องประกันภัยรถยนต์คันที่เช่าซื้อไปจากโจทก์และเสียเบี้ยประกันภัยโดยโจทก์เป็นผู้รับผลประโยชน์ซึ่งจำเลยที่ 1 ก็ได้เอาประกันภัยรถยนต์พิพาทไว้กับบริษัท ร. ก็เป็นการตกลงเพื่อประโยชน์ของบุคคลภายนอก คือโจทก์ให้ได้รับชดใช้ค่าสินไหมทดแทนเนื่องจากการสูญหายของรถยนต์ที่เช่าซื้อได้จากบริษัท ร.อีกทางหนึ่งด้วย อันมีผลบังคับตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 374 ซึ่งสิทธิของโจทก์จะเกิดขึ้นต่อเมื่อแสดงเจตนาต่อบริษัทร.ว่าจะถือประโยชน์จากสัญญานั้นแล้วแต่บริษัทร. ก็อาจจะยกข้อต่อสู้อันเกิดแก่สัญญาประกันภัยที่มีอยู่ต่อจำเลยที่ 1ซึ่งเป็นคู่สัญญาขึ้นต่อสู้โจทก์ผู้รับประโยชน์ได้ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 376 การที่โจทก์จะเรียกร้องให้บริษัท ร. ชดใช้ค่าสินไหมทดแทนในการสูญหายของรถยนต์ที่จำเลยที่ 1 เช่าซื้อ จึงมีขั้นตอนเสี่ยงต่อการที่จะไม่ได้รับชดใช้ค่าสินไหมทดแทนยิ่งกว่าที่โจทก์จะใช้สิทธิเรียกร้องให้จำเลยที่ 1ถึงที่ 5 ต้องรับผิดต่อการสูญหายของรถยนต์เช่าซื้อโดยตรง การที่โจทก์ไม่ใช้สิทธิเรียกร้องค่าสินไหมทดแทนต่อบริษัท ร. แต่ได้เรียกร้องต่อจำเลยที่ 1 ถึงที่ 5 โดยตรงจึงเป็นการใช้สิทธิโดยสุจริตชอบที่จะกระทำได้

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องและแก้ไขคำฟ้องว่า จำเลยที่ 1 เช่าซื้อรถยนต์จากโจทก์ 1 คัน ในราคา 884,016 บาท ชำระเดือนละ 24,556 บาท รวม36 งวด โดยจำเลยที่ 2 ถึงที่ 5 ทำสัญญาค้ำประกันยอมรับผิดอย่างลูกหนี้ร่วม จำเลยที่ 1 ชำระค่าเช่าซื้อเพียง 8 งวด แล้วผิดนัดโจทก์จึงบอกเลิกสัญญา ขอให้จำเลยทั้งห้าร่วมกันส่งมอบรถยนต์คืนโจทก์ในสภาพเรียบร้อย หากคืนไม่ได้ให้ใช้ราคา 650,000 บาทพร้อมค่าปรับร้อยละ 1.25 ต่อเดือนของเงินดังกล่าวนับแต่วันฟ้องจนกว่าจำเลยทั้งห้าจะส่งมอบรถยนต์คืนหรือใช้ราคา ให้จำเลยทั้งห้าร่วมกันใช้ค่าเสียหายจำนวน 168,000 บาท และค่าเสียหายเดือนละ12,000 บาท นับแต่วันฟ้องจนกว่าจะคืนหรือใช้ราคารถยนต์จำเลยที่ 1 ที่ 2 และที่ 4 ขาดนัดยื่นคำให้การและขาดนัดพิจารณาจำเลยที่ 3 ให้การว่า

จำเลยที่ 1 ต้องรับผิดเพียง 467,452 บาทค่าปรับร้อยละ 1.25 ต่อเดือน ไม่ชอบด้วยกฎหมาย โจทก์และจำเลยที่ 1ตกลงผ่อนชำระกันใหม่ จึงไม่ผูกพันผู้ค้ำประกัน โจทก์ชอบที่จะเรียกร้องจากผู้รับประกันภัยก่อนจำเลยที่ 5 ให้การและแก้ไขคำให้การว่า สัญญาค้ำประกันจำเลยที่ 5 ทำไว้กับโจทก์โดยยังมิได้กรอกข้อความ รถยนต์อยู่ในสภาพทรุดโทรมมีราคาไม่เกิน 500,000 บาท และให้เช่าได้ไม่เกินเดือนละ100 บาท โจทก์สามารถเรียกร้องเอาจากบริษัทประกันภัยได้ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้ว พิพากษาให้จำเลยทั้งห้าร่วมกันส่งมอบรถยนต์หมายเลขทะเบียน 9 ค-8163 กรุงเทพมหานคร คันที่เช่าซื้อคืนแก่โจทก์ หากคืนไม่ได้ให้ใช้ราคา 485,000 บาท ให้จำเลยทั้งห้าร่วมกันใช้ค่าขาดประโยชน์แก่โจทก์เดือนละ 8,000 บาท

นับแต่วันที่14 มิถุนายน 2532 ซึ่งเป็นวันที่โจทก์บอกเลิกสัญญาเช่าซื้อไปจนกว่าจำเลยทั้งห้าจะส่งมอบรถยนต์หรือใช้ราคา แต่ไม่เกินห้าปีนับแต่วันดังกล่าวจำเลยที่ 4 ที่ 5 อุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนจำเลยที่ 4 ที่ 5 ฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ปัญหาข้อที่สอง ที่จำเลยที่ 4 ที่ 5ฎีกาว่า โจทก์ต้องเรียกค่าสินไหมทดแทนจากบริษัทประกันภัยก่อนจึงจะมีสิทธิเรียกร้องเอาจากผู้ค้ำประกันตามสัญญาเช่าซื้อ เห็นว่าแม้ข้อเท็จจริงจะฟังได้ว่า สัญญาเช่าซื้อตามเอกสารหมาย จ.4 ข้อ 15จะระบุว่าผู้เช่าซื้อคือจำเลยที่ 1 ต้องประกันภัยรถยนต์คันที่เช่าซื้อไปจากโจทก์และเสียเบี้ยประกันภัยโดยโจทก์เป็นผู้รับประโยชน์จำเลยที่ 1 ได้เอาประกันภัยรถยนต์พิพาทไว้กับบริษัทรัตนโกสินทร์ประกันภัย

จำกัด นั้น เป็นการตกลงเพื่อประโยชน์ของบุคคลภายนอก คือ โจทก์ให้ได้รับชดใช้ค่าสินไหมทดแทนเนื่องจากการสูญหายของรถยนต์ที่เช่าซื้อได้จากบริษัทรัตนโกสินทร์ประกันภัยจำกัด อีกทางหนึ่งด้วย อันมีผลบังคับตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 374 ซึ่งสิทธิของโจทก์จะเกิดขึ้นต่อเมื่อแสดงเจตนาต่อบริษัทรัตนโกสินทร์ประกันภัย จำกัด ว่าจะถือประโยชน์จากสัญญานั้นแล้ว แต่บริษัทรัตนโกสินทร์ประกันภัย จำกัด ก็อาจจะยกข้อต่อสู้อันเกิดแก่สัญญาประกันภัยที่มีอยู่ต่อจำเลยที่ 1 ซึ่งเป็นคู่สัญญาขึ้นต่อสู้โจทก์ผู้รับประโยชน์ได้ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 376 การที่โจทก์จะเรียกร้องให้บริษัทรัตนโกสินทร์ประกันภัยจำกัด ชดใช้ค่าสินไหมทดแทนในการสูญหายของรถยนต์ที่จำเลยที่ 1เช่าซื้อไปจากโจทก์ จึงมีขั้นตอนเสี่ยงต่อการที่จะไม่ได้รับชดใช้ค่าสินไหมทดแทนยิ่งกว่าที่โจทก์จะใช้สิทธิเรียกร้องให้จำเลยที่ 1ถึงที่ 5 ต้องรับผิดต่อการสูญหายของรถยนต์ที่จำเลยที่ 1 เช่าซื้อโดยตรง

ทั้งไม่มีข้อตกลงให้โจทก์จำต้องใช้สิทธิเรียกร้องให้บริษัทรัตนโกสินทร์ประกันภัย จำกัด ต้องชดใช้ค่าสินไหมทดแทนเสียก่อนอีกด้วย ดังนั้น การที่โจทก์ไม่ใช้สิทธิเรียกร้องค่าสินไหมทดแทนต่อบริษัทรัตนโกสินทร์ประกันภัย จำกัด แต่ได้เรียกร้องต่อจำเลยที่ 1 ถึงที่ 5 โดยตรงจึงเป็นการใช้สิทธิโดยสุจริตชอบที่จะกระทำได้"

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
สุทธิ นิชโรจน์ · ปรีชา นาคพันธุ์ · ระพินทร บรรจงศิลป
แหล่งที่มา
สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้