Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 324/2526

พ.ศ. 2526 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

พ. และ ม. ตกลงแบ่งที่ดินในโฉนดที่ถือกรรมสิทธิ์ร่วมกันออกเป็นสัดส่วน ต่างไม่รุกล้ำกัน ที่พิพาทเป็นส่วนหนึ่งของที่ดินตอนกลางที่พ.ครอบครองมาแต่เดิม เมื่อพ.ตายโจทก์บุตรพ. ได้ครอบครองต่อมาเกิน 10 ปี โดย ม. กับบุตรมิได้เข้าเกี่ยวข้อง ม. ยกที่ดินส่วนของตนให้นาย ม. ซึ่งเป็นบุตรจำเลยซึ่งเป็นบุตรสะใภ้ ม. และบ้านอยู่ห่างที่พิพาท 4 เส้นเศษเชื่อว่ารู้ถึงการครอบครองที่พิพาทของโจทก์ จำเลยซื้อที่ดินจากนาย ม.จึงถือไม่ได้ว่าซื้อโดยสุจริตและได้จดทะเบียนสิทธิโดยสุจริต การได้กรรมสิทธิ์ในที่พิพาทของโจทก์โดยทางครอบครอง แม้ยังมิได้จดทะเบียนก็ใช้ยันจำเลยได้จำเลยไม่ได้รับความคุ้มครองตาม ป.พ.พ. ม.1299 วรรคสอง

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า ที่ดินโฉนดที่โจทก์กล่าวในคำฟ้องเฉพาะส่วนที่อยู่ภายในเส้นสีเขียวในแผนที่พิพาท เนื้อที่ประมาณ 1 ไร่ 1 งานเศษ เป็นกรรมสิทธิ์ของโจทก์ทั้งสามโดยทางครอบครอง ห้ามจำเลยและบริวารเข้าเกี่ยวข้อง

ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน

ศาลฎีกาวินิจฉัย

จำเลยฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยข้อกฎหมายว่า "ข้อเท็จจริงที่คู่ความมิได้โต้แย้งกันฟังเป็นยุติว่า ที่ดินโฉนดเลขที่ 6586 ตำบลพิกุลทอง อำเภอเมืองราชบุรี จังหวัดราชบุรี เนื้อที่ตามโฉนดมี 5 ไร่ 1 งาน แต่ปรากฏจากการรังวัดในการทำแผนที่พิพาทคดีนี้ว่ามีเนื้อที่เพียง 3 ไร่ 2 งาน 36 ตารางวา เดิมมีชื่อผู้ถือกรรมสิทธิ์ 4 คน คือนางเอี่ยม, นายรอด, นางเพ่งและนายมูน ได้แบ่งแยกการครอบครองเป็นสัดส่วนมาหลายสิบปีแล้ว ตอนเหนือเนื้อที่ตามแผนที่พิพาท 1 ไร่ 1 งาน 10 ตารางวาเดิมนางเอี่ยมและนายรอดครอบครอง ปัจจุบันนางเหว่าและนายฉางครอบครองตอนกลางเนื้อที่ตามแผนที่พิพาท 1 ไร่ 1 งาน 85 ตารางวา นางเพ่งครอบครองตอนใต้เนื้อที่ตามแผนที่พิพาท 1 งาน 41 ตารางวา

นายมูนครอบครอง นายมูนตายเมื่อประมาณ 50 ปีก่อนฟ้อง เมื่อวันที่ 14 มิถุนายน 2505 นายเพ่งและนางแมนน้องนายมูนรับมรดกที่ดินส่วนของนายมูน สารบัญแก้ทะเบียนโฉนดที่ดินเลขที่ 6596 บันทึกว่า "นางแมน นางเพ่ง รับมรดกเฉพาะส่วนของนายมูน ส่วนของนางเหว่า นางเอี่ยม นางเพ่ง ตามเดิม" ในวันเดียวกันนั้นนางเพ่งยอมให้นางแมนถือกรรมสิทธิ์ในที่ดินร่วมกับตน สารบัญแก้ทะเบียนบันทึกว่า "นางเพ่งให้นางแมนถือกรรมสิทธิ์ร่วมเฉพาะส่วนของตน ส่วนของนางแมน นางเหว่า นางเอี่ยม คงเดิม" ต่อมานางเพ่งตาย ที่ดินส่วนของนางเพ่งตกได้แก่โจทก์ที่ 1 ที่ 2 และนายชุบ ประสพโชค บุตรของนางเพ่ง บุคคลดังกล่าวปลูกเรือนอยู่ในที่ดินตอนกลางที่นางเพ่งครอบครองมาแต่เดิม 3 หลัง โดยปลูกทางด้านตะวันตกของที่ดิน

ต่อมานายชุบตาย ที่ดินส่วนของนายชุบตกได้แก่โจทก์ที่ 3ผู้เป็นบุตรเมื่อวันที่ 22 พฤศจิกายน 2511 นางแมนทำนิติกรรมและจดทะเบียนยกที่ดินส่วนของตนให้นายม้วน แสนพยุง บุตรของตน วันที่ 3 มกราคม 2523 นายม้วน ทำนิติกรรมและจดทะเบียนขายที่ดินส่วนของตนให้จำเลยและนายเลี้ยง หวานสุดใจ จำเลยเป็นภริยานายน้อย แสนพยุง บุตรนางแมน ที่พิพาทคือที่ดินภายในเส้นสีแดงในแผนที่พิพาทเนื้อที่ 2 งาน 57 ตารางวา เป็นส่วนหนึ่งของที่ดินตอนกลางที่นางเพ่งครอบครองมาแต่เดิมอยู่ทางด้านตะวันออกของที่ดินที่โจทก์ทั้งสามปลูกบ้านอยู่" ฯลฯ"ที่จำเลย ฎีกาว่านางเพ่งได้ทำนิติกรรมและจดทะเบียนยกที่ดินส่วนที่นางเพ่งครอบครองมาแต่เดิมซึ่งรวมถึงที่พิพาทด้วยให้นางแมน

นางแมนทำนิติกรรมและจดทะเบียนยกที่ดินดังกล่าวให้นายม้วน จำเลยและนายเลี้ยงซื้อที่ดินดังกล่าวจากนายม้วน ที่พิพาทจึงตกเป็นกรรมสิทธิ์ของจำเลยและนายเลี้ยง หาตกเป็นมรดกแก่ฝ่ายโจทก์ไม่ โจทก์ทั้งสามมิได้ครอบครองที่พิพาทและจำเลยได้ซื้อที่พิพาทโดยเสียค่าตอบแทน โดยสุจริตและได้จดทะเบียนสิทธิโดยสุจริต โจทก์ทั้งสามจะอ้างการได้กรรมสิทธิ์ในที่พิพาทโดยทางครอบครองมาต่อสู้จำเลยไม่ได้นั้น ตามบันทึกในสารบัญแก้ทะเบียนโฉนดที่ดินเลขที่ 6596 ที่ศาลฎีกายกข้อความมากล่าวข้างต้น ปรากฏว่า นางเพ่งหาได้ยกที่ดินส่วนของตนให้นางแมนทั้งหมดไม่ เพียงแต่ยอมให้นางแมนถือกรรมสิทธิ์ในที่ดินดังกล่าวร่วมกับนางเพ่งเท่านั้น เมื่อนางเพ่งตาย กรรมสิทธิ์ในที่ดินดังกล่าวส่วนของนางเพ่งจึงตกได้แก่ทายาทโดยธรรมคือโจทก์ที่ 1 ที่ 2 และนายชุบบิดาโจทก์ที่ 3 ที่โจทก์ทั้งสามอ้างว่านางเพ่งและนางแมนแบ่งการครอบครองที่ดินกันเป็นสัดส่วน โดยนางแมนครอบครองที่ดินส่วนที่นายมูนเคยครอบครองมาทั้งหมด

ส่วนนางเพ่งครอบครองที่ดินส่วนที่นางเพ่งครอบครองมาแต่เดิมต่อไปนั้น นอกจากตัวโจทก์ทั้งสามแล้ว ฝ่ายโจทก์ยังมีนายฉาบ จันทร์หอม ซึ่งมีบ้านอยู่ตอนเหนือของที่ดินโฉนดเลขที่ 6596 และเป็นญาติกับโจทก์ทั้งสามและจำเลย นางสวย สุดสวาท ซึ่งมีบ้านอยู่ติดกับที่พิพาท มาเบิกความสนับสนุนว่า โจทก์ที่ 1 ที่ 2 และนายชุบบิดาโจทก์ที่ 3 ปลูกต้นไม้ยืนต้นในที่พิพาทและเก็บดอกผลของต้นไม้ดังกล่าว เมื่อศาลชั้นต้นไปดูที่พิพาทก็พบว่าที่พิพาทเป็นที่โล่งเตียน มีไม้ยืนต้นปลูกอยู่หลายต้น ส่วนที่ดินภายในเส้นสีม่วงตามแผนที่พิพาทยังเป็นป่ารก มีกอไผ่ 4 กอนายม้วนบุตรนางแมนพยานจำเลยเบิกความว่าไม่เคยเข้าไปทำประโยชน์ในที่ดินที่นางแมนยกให้เลย

ด้วยเหตุผลดังกล่าวข้อเท็จจริงจึงฟังได้ว่านางเพ่งและนางแมนได้ตกลงกับแบ่งที่ดินที่บุคคลทั้งสองมีชื่อในโฉนดเป็นผู้ถือกรรมสิทธิ์ ร่วมกันออกเป็นสัดส่วน ที่ดินที่นางเพ่งครอบครองมาแต่เดิมให้เป็นของนางเพ่ง ส่วนที่ดินที่นายมูนครอบครองมาแต่เดิมให้เป็นของนางแมน ต่างฝ่ายต่างไม่รุกล้ำกัน เมื่อนางเพ่งตายแล้ว โจทก์ที่ 1 ที่ 2 และนายชุบบุตรนางเพ่งได้ครอบครองที่ดินภายในเส้นสีเขียวตามแผนที่พิพาทโดยความสงบและโดยเปิดเผยด้วยเจตนาเป็นเจ้าของต่อเนื่องจากนางเพ่งติดต่อกันเป็นเวลาเกินสิบปีแล้ว โดยนางแมนกับบุตรมิได้เข้าเกี่ยวข้อง โจทก์ที่ 1 และที่ 2 กับนายชุบจึงได้กรรมสิทธิ์ในที่ดินดังกล่าว เมื่อนายชุบตายกรรมสิทธิ์ในที่ดินส่วนของนายชุบตกได้แก่โจทก์ที่ 3 บุตรนายชุบ

ปรากฏว่าโจทก์ทั้งสามยังมิได้จดทะเบียนการได้กรรมสิทธิ์ในที่ดินดังกล่าว สิทธิของโจทก์ทั้งสามจะยกขึ้นเป็นข้อต่อสู้จำเลยผู้เป็นบุคคลภายนอกได้หรือไม่ ในปัญหานี้ คดีได้ความว่าจำเลยเป็นบุตรสะใภ้ของนางแมน และบ้านจำเลยอยู่ห่างที่พิพาทเพียง 4 เส้นเศษ ศาลฎีกาจึงเชื่อว่าจำเลยซื้อที่ดินจากนายม้วนโดยรู้อยู่ว่าโจทก์ที่ 1 ที่ 2 และนายชุบได้ครอบครองที่พิพาทโดยความสงบและโดยเปิดเผยด้วยเจตนาเป็นเจ้าของติดต่อกันเป็นเวลาเกินสิบปีแล้ว ดังนั้นจึงถือไม่ได้ว่าจำเลยซื้อที่ดินมาจากนายม้วนโดยสุจริต และได้จดทะเบียนสิทธิโดยสุจริต การได้กรรมสิทธิ์ในที่พิพาทของโจทก์ทั้งสามโดยทางครอบครอง แม้จะยังมิได้จดทะเบียนก็ใช้ยันกับจำเลยได้ จำเลยไม่ได้รับความคุ้มครองตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1299 วรรคสอง ตามนัยแห่งคำพิพากษาฎีกาที่ 1352/2521 ระหว่าง นายโกวิท พงศ์สุรชีวิน โจทก์ นางทองพูล แผ้วพาลชน จำเลย ที่ศาลอุทธรณ์พิพากษามานั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วยในผล"

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
บุญส่ง คล้ายแก้ว · ปรีชา พานิชวงศ์ · ดำรง แจ่มสุธี
แหล่งที่มา
เนติบัณฑิตยสภาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้