Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 325/2534

พ.ศ. 2534 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ชั้นสอบสวนผู้เสียหายให้การเพียงว่าจำหน้าคนร้ายได้เท่านั้นโดยไม่ได้ระบุว่าคนร้ายนั้นมีรูปร่างหน้าตาอย่างไร เป็นการให้การลอย ๆ ชั้นพิจารณาผู้เสียหายเบิกความว่าจำคนร้ายไม่ได้ แม้ผู้เสียหายจะถูกดำเนินคดีฐานเบิกความเท็จ และผู้เสียหายให้การรับสารภาพ คดีถึงที่สุดไปแล้วก็ตาม ก็จะนำมายืนยันในคดีนี้ว่าคำเบิกความของผู้เสียหายเป็นการเบิกความเท็จด้วยไม่ได้เพราะขัดต่อข้อเท็จจริงและพฤติการณ์แห่งคดี เมื่อโจทก์ไม่มีพยานหลักฐานอื่นใดพอที่จะให้เชื่อได้ว่าจำเลยเป็นคนร้ายลำพังแต่คำรับสารภาพชั้นสอบสวนของจำเลยซึ่งจำเลยปฏิเสธในชั้นพิจารณา ยังไม่เพียงพอฟังลงโทษจำเลยได้

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 288, 80,83, 58 และบวกโทษที่รอไว้ในคดีอาญาหมายเลขแดงที่ 636/2530 ของศาลชั้นต้นเข้ากับโทษในคดีนี้

จำเลยให้การปฏิเสธ

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 288, 80, 83ให้จำคุก 10 ปี จำเลยให้การรับสารภาพในชั้นสอบสวนเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้หนึ่งในสามตามมาตรา 78คงจำคุก 6 ปี 8 เดือน บวกโทษจำคุก 6 เดือน ที่รอการลงโทษไว้ในคดีอาญาหมายเลขแดงที่ 636/2530 ของศาลชั้นต้นเข้าในคดีนี้เป็นจำคุก 7 ปี 2 เดือน

จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 3พิพากษากลับ ให้ยกฟ้องโจทก์

ศาลฎีกาวินิจฉัย

โจทก์ฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "พิเคราะห์คำเบิกความของพยานโจทก์ดังกล่าวซึ่งเป็นพยานปากสำคัญ ปรากฏว่าได้เบิกความสอดคล้องต้องกันยืนยันว่าจำหน้าตาของคนร้ายไม่ได้ โดยให้เหตุผลเป็นที่น่าเชื่อถือได้ เพราะขณะเกิดเหตุเป็นเวลากลางคืน และเมื่อตรวจดูภาพถ่ายหมาย ล.1 ซึ่งจำเลยนำสืบและอ้างส่งศาลโดยโจทก์มิได้โต้แย้งคัดค้านว่าไม่ใช่ภาพถ่ายตรงที่เกิดเหตุ ทั้งได้เปรียบเทียบกับภาพถ่ายหมาย จ.11 ที่โจทก์อ้างส่งไว้ เห็นได้ว่า ตรงจุดที่ผู้เสียหายทั้งสองถูกยิงนั้น เป็นที่ที่อยู่ตรงปากตรอกไม่ปรากฏว่ามีเสาไฟฟ้าหรือหลอดไฟฟ้าติดอยู่เลย ส่วนภาพถ่ายอื่นแม้จะเห็นเสาไฟฟ้าอยู่ริมถนนทั้งสองข้างอยู่บ้างก็ยังอยู่ห่างจากตรงจุดที่เกิดเหตุ

พอเป็นที่สังเกตได้ว่าถึงจะมีแสงไฟส่องไปยังจุดที่เกิดเหตุก็เป็นแค่เพียงแสงสลัว ๆ ซึ่งถ้าหากคนอยู่ห่างกันในระยะตั้งแต่ 10 เมตรขึ้นไปต้องไม่สามารถจำหน้าตากันได้ ยิ่งเป็นคนที่ไม่เคยรู้จักหรือเห็นหน้ากันมาก่อนย่อมไม่อาจจำหน้าตาได้ คำเบิกความของผู้เสียหายทั้งสองจึงสมกับเหตุผลนอกจากนี้ปรากฏจากการนำสืบและคำเบิกความของพยานโจทก์เองว่าก่อนเกิดเหตุผู้เสียหายทั้งสองได้ดื่มสุราไปถึง 6-7 ขวด ตั้งแต่เวลาประมาณ 19 นาฬิกา จนถึงเวลาเกิดเหตุห่างกันเพียง 5-6ชั่วโมง เชื่อได้ว่าผู้เสียหายทั้งสองต้องเมาสุราในขณะที่ถูกคนร้ายใช้อาวุธปืนยิงจริง ยิ่งไปกว่านี้ข้อเท็จจริงที่โจทก์นำสืบมาฟังได้ชัดว่า พวกทหารพรานที่ไปเต้นรำและมีเรื่องวิวาทกับกลุ่มวัยรุ่นนั้นหาใช่ผู้เสียหายทั้งสองไม่ และผู้เสียหายทั้งสองก็ไม่ทราบว่ากลุ่มวัยรุ่นนั้นเป็นผู้ใด

มีรูปพรรณสัณฐานอย่างไร จึงฟังไม่ได้ว่าจำเลยเป็นพวกวัยรุ่นที่มีเรื่องวิวาทกับทหารพรานพวกผู้เสียหายทั้งสองมาก่อน ฉะนั้นเหตุที่ผู้เสียหายทั้งสองอ้างว่าจำหน้าคนร้ายไม่ได้จึงสมกับข้อเท็จจริงและพฤติการณ์แห่งคดี คำเบิกความของผู้เสียหายทั้งสองรับฟังได้แม้โจทก์จะนำสืบว่า ชั้นสอบสวนผู้เสียหายทั้งสองให้การว่าจำหน้าคนร้ายได้ และได้บันทึกไว้ตามคำให้การเอกสารหมาย จ.1และ จ.4 ก็ตาม ศาลฎีกาได้ตรวจดูข้อความรายละเอียดในคำให้การของผู้เสียหายทั้งสองแล้ว เพียงแต่มีข้อความว่าผู้เสียหายทั้งสองเคยให้การว่าจำหน้าคนร้ายได้เท่านั้น โดยไม่ได้ระบุข้อสำคัญไว้ว่าคนร้ายนั้นมีรูปร่างหน้าตาอย่างไร จึงเห็นได้ว่าเป็นการให้การลอย ๆ เป็นพิรุธไม่น่าเชื่อว่าจะจำหน้าตาของคนร้ายได้จริงส่วนที่โจทก์นำสืบว่า

เมื่อจับจำเลยมาได้ก็นำมาให้ผู้เสียหายทั้งสองชี้ตัวก็ชี้ได้ถูกต้องและถ่ายภาพกับทำบันทึกไว้ตามภาพถ่ายและเอกสารหมาย จ.2 จ.3 กับ จ.5 นั้น ผู้เสียหายทั้งสองเบิกความยืนยันว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจเป็นผู้บอกให้ชี้ตัวจำเลย ทั้งปรากฏว่าการชี้ตัวของผู้เสียหายทั้งสองได้ทำขึ้นคนละวันกัน ภาพถ่ายและบันทึกการชี้ตัวไม่มีน้ำหนักพอให้รับฟังได้ แม้โจทก์ฎีกาว่าหลังจากผู้เสียหายทั้งสองเบิกความต่อศาลแล้วได้จัดการดำเนินคดีแก่ผู้เสียหายที่ 1 ฐานเบิกความเท็จ ผู้เสียหายที่ 1 ได้รับสารภาพคดีดังกล่าวถึงที่สุดไปแล้วก็ตาม จะนำมายืนยันในคดีนี้ว่าคำเบิกความของผู้เสียหายทั้งสองเป็นการเบิกความเท็จด้วยไม่ได้เพราะขัดต่อข้อเท็จจริงและพฤติการณ์แห่งคดี

นอกจากนี้ปรากฏว่าการที่เจ้าหน้าที่ตำรวจจับจำเลยมาดำเนินคดีนี้ก็เป็นแค่เพียงการสืบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจเท่านั้น ส่วนการสืบสวนมีหลักฐานอย่างไร โจทก์หาได้นำมาสืบให้ศาลเห็นไม่ โจทก์ไม่มีพยานหลักฐานอื่นใดพอที่จะให้เชื่อได้ว่าจำเลยเป็นคนร้ายรายนี้ ทั้งผู้เสียหายทั้งสองก็ยืนยันว่าจำหน้าคนร้ายไม่ได้ ลำพังแต่คำรับสารภาพชั้นสอบสวนของจำเลยซึ่งจำเลยปฏิเสธในชั้นพิจารณา ยังไม่เพียงพอฟังลงโทษจำเลยได้ พยานหลักฐานของโจทก์ยังไม่พอที่จะรับฟังได้ว่าจำเลยเป็นคนร้ายที่ร่วมกับพวกใช้อาวุธปืนยิงผู้เสียหายทั้งสองจริงตามฟ้อง ไม่ต้องวินิจฉัยพยานหลักฐานของจำเลยอีกต่อไป ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 3 พิพากษายกฟ้องโจทก์นั้นชอบแล้ว"

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
จองทรัพย์ เที่ยงธรรม · พนม พ่วงภิญโญ · วิชัย ตันติกุลานันท์
แหล่งที่มา
เนติบัณฑิตยสภาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2104/2567

การวินิจฉัยชั่งน้ำหนักพยานบอกเล่า พยานซัดทอด หรือพยานที่จำเลยไม่มีโอกาสถามค้านนั้น ศาลจะต้องกระทำด้วยความระมัดระวัง และไม่ควรเชื่อพยานหลักฐานนั้นโดยลำพังเพื่อลงโทษจำเลย เว้นแต่จะมีเหตุผลอันหนักแน่น มี…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1207/2567

การจะเป็นความผิดฐานมีส่วนร่วมในองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติโดยร่วมกระทำการใด ๆ ไม่ว่าทางตรงหรือทางอ้อมในการดำเนินการขององค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ หรือเป็นเครือข่ายดำเนินงานขององค์กรดังกล่าว หรือสมคบกันตั้งแต่…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 125/2567

การกระทำที่จะเป็นความผิดตาม พ.ร.บ.เครื่องหมายการค้า พ.ศ. 2534 มาตรา 110 (1) ผู้กระทำต้องรู้ว่าสินค้าที่ตนนำเข้ามาในราชอาณาจักร จำหน่าย เสนอจำหน่าย หรือมีไว้เพื่อจำหน่าย เป็นสินค้าที่มีเครื่องหมายการค้…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 740/2566

แม้คําพิพากษาคดีแพ่งของศาลชั้นต้นจะมีผลผูกพันโจทก์จำเลยซึ่งเป็นคู่ความตาม ป.วิ.พ. มาตรา 145 วรรคหนึ่ง ทำให้จำเลยไม่มีสิทธิกล่าวอ้างข้อเท็จจริงอย่างอื่นให้แตกต่างไปจากผลแห่งคําวินิจฉัยดังกล่าวที่ฟังข้อ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 514/2566

วิธีพิจารณาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบให้ใช้ระบบไต่สวนและเป็นไปโดยรวดเร็ว และก่อนศาลมีคำพิพากษาหรือคำสั่ง ศาลอาจเรียกพยานหลักฐานมาสืบเพิ่มเติมตามที่เห็นสมควร ซึ่งรวมทั้งการเรียกพยานที่สืบแล้วมาสืบใหม่โดย…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้