Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3251/2533

พ.ศ. 2533 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ผู้ที่มีสิทธิครอบครองที่ดิน หากยังไม่ได้จดทะเบียนการได้มาย่อมไม่อาจยกสิทธินั้นขึ้นเป็นข้อต่อสู้บุคคลภายนอกผู้ได้สิทธิมาโดยเสียค่าตอบแทนและโดยสุจริต และได้จดทะเบียนสิทธิโดยสุจริตแล้วได้

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องและแก้ไขคำฟ้องว่า โจทก์เป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ที่ดินพิพาท โดยการรับซื้อฝากจากนายตี๋กับนางสงวน สุขเกษม ครบกำหนดแล้ว นายตี๋กับนางสงวนไม่ไถ่คืน จำเลยทั้งสองเป็นสามีภรรยากันได้ปลูกบ้านเลขที่ ๓๓ อยู่ในที่ดินดังกล่าว โดยอาศัยสิทธิของนายตี๋กับนางสงวน โจทก์ได้แจ้งให้จำเลยทั้งสองรื้อถอนบ้านดังกล่าวแล้วจำเลยทั้งสองไม่ยอมรื้อถอนบ้านออกไปจากที่ดินของโจทก์ ทำให้โจทก์เสียหาย ขอให้บังคับจำเลยทั้งสองรื้อถอนบ้านเลขที่ ๓๓ ออกไปจากที่ดินของโจทก์ และชดใช้ค่าเสียหายให้โจทก์ด้วย

จำเลยทั้งสองให้การว่า เดิมที่ดินพิพาทเป็นกรรมสิทธิ์ของนางแพ เปี่ยมฤดี กับนางสงวน สุขเกษม นางแพเป็นย่าของจำเลยที่ ๒นางแพให้นายกรุ่นซึ่งเป็นบิดาจำเลยที่ ๒ ปลูกบ้านอยู่ในที่ดินแปลงนี้ เมื่อประมาณ ๒๐ ปีมาแล้วนายกรุ่นถึงแก่กรรม จำเลยทั้งสองอยู่ในบ้านหลังนี้ตลอดมา เมื่อประมาณ ๑๕ ปี มาแล้วนางแพถึงแก่กรรม แต่ก่อนถึงแก่กรรมนางแพยกที่ดินให้จำเลยที่ ๒ กับนางสงวน จำเลยที่ ๒จึงครอบครองที่ดินมาโดยนางสงวนเป็นผู้เก็บรักษาโฉนด ภายหลังนางสงวนลอบนำเอาโฉนดไปขอรับมรดกแต่ผู้เดียว แล้วนำไปขายฝากให้โจทก์จนหลุดเป็นกรรมสิทธิ์แก่โจทก์ การจดทะเบียนรับซื้อฝากของโจทก์กระทำโดยไม่สุจริต นางสงวนไม่มีสิทธิเอาที่ดินส่วนได้ของจำเลยที่ ๒ ไปขายฝากให้โจทก์ ขอให้ยกฟ้อง

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยทั้งสองรื้อถอนบ้านเรือนเลขที่ ๓๓ออกไปจากที่ดินพิพาท ห้ามจำเลยทั้งสองเข้าเกี่ยวข้อง ให้จำเลยทั้งสองชำระค่าเสียหายให้โจทก์เดือนละ ๔๐๐ บาท นับแต่วันฟ้องจนกว่าจำเลยทั้งสองจะออกไปจากที่ดินพิพาท

จำเลยทั้งสองอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เฉพาะในส่วนที่เกี่ยวกับค่าเสียหาย

ศาลฎีกาวินิจฉัย

จำเลยทั้งสองฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า

จำเลยทั้งสองฎีกาข้อต่อไปว่า จำเลยที่ ๒มีกรรมสิทธิ์รวมอยู่ในที่ดินพิพาทโดยอ้างว่าจำเลยที่ ๒ เป็นบุตรนายกรุ่น นายกรุ่นเป็นบุตรนางแพได้ถึงแก่กรรมก่อนนางแพ จำเลยที่ ๒จึงเป็นผู้รับมรดกแทนที่ในที่ดินส่วนของนางแพนั้น เห็นว่า ตามสารบัญจดทะเบียนในโฉนดเอกสารหมาย จ.๓ ปรากฏว่าภายหลังนายแพถึงแก่กรรมแล้วนางสงวนกับนายเด่นชัย ตั้งใจพัฒนา เจ้าของกรรมสิทธิ์รวมกับนางแพได้ไปจดทะเบียนรับโอนมรดกที่ดินส่วนของนางแพเป็นของบุคคลทั้งสองจำนวนเนื้อที่ ๒ ไร่ ต่อมามีการตัดแบ่งเป็นที่สาธารณประโยชน์๑๒ ตารางวา คงเหลือที่ดิน ๑ ไร่ ๘๘ ตารางวา และมีการแบ่งแยกเป็นสัดส่วนโดยนายเด่นชัยได้ที่ดิน ๖๒ ตารางวา นางสงวนได้ที่ดิน ๑ ไร่๒๖ ตารางวา

จำเลยที่ ๒ หาได้มีส่วนในการรับมรดกของนางแพแต่อย่างใดไม่ ฟังไม่ได้ว่า จำเลยที่ ๒ เป็นผู้รับมรดกแทนที่ในที่ดินของนางแพคงฟังได้เพียงว่า จำเลยทั้งสองมีสิทธิครอบครองในบ้านเลขที่ ๓๓ และที่ดินส่วนที่ปลูกบ้านดังกล่าว สิทธินั้นยังไม่ได้จดทะเบียนจำเลยทั้งสองจึงไม่อาจยกขึ้นเป็นข้อต่อสู้โจทก์ซึ่งเป็นบุคคลภายนอกผู้ได้สิทธิมาโดยเสียค่าตอบแทนและโดยสุจริต และได้จดทะเบียนสิทธิโดยสุจริตแล้ว ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๑๒๙๙ วรรคสองฎีกาจำเลยทั้งสองข้อนี้ฟังไม่ขึ้น

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน.

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
พินิจ ฉิมพาลี · เคียง บุญเพิ่ม · อุระ หวังอ้อมกลาง
ศาลล่าง
ศาลจังหวัดอ่างทอง - นายสลิล สินจำหน่าย
ศาลอุทธรณ์ - นายประคนธ์ พันธุ์วิชาติกุล
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้