คำฟ้องและคำให้การ
คดีสืบเนื่องจากศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยทั้งสองร่วมกันชำระต้นเงินพร้อมดอกเบี้ยให้แก่โจทก์ จำเลยที่ ๒ อุทธรณ์และยื่นคำร้องขอขยายเวลาวางเงินค่าธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์ ๓ ครั้ง อ้างว่าเพราะจำเลยที่ ๒ ไปต่างจังหวัดยังไม่กลับมาจึงนำเงินค่าขึ้นศาลมาชำระไม่ทัน
คำพิพากษาศาลล่าง
ศาลชั้นต้นอนุญาต ต่อมาจำเลยที่ ๒ ยื่นคำร้องขอขยายเวลาวางเงินค่าธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์เป็นครั้งที่ ๔ อ้างเหตุเดิมอีก
ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า ได้ให้เวลามากพอที่จำเลยที่ ๒ จะหาค่าธรรมเนียมมาวางศาลได้ จึงไม่อนุญาตให้ขยายอีก ยกคำร้อง จำเลยที่ ๒ อุทธรณ์คำสั่ง
ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยที่ ๒ ฎีกา
ศาลฎีกาวินิจฉัย
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า คดีนี้ทุนทรัพย์ที่พิพาทในชั้นฎีกาไม่เกินสองแสนบาท ต้องห้ามฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๒๔๘ วรรคหนึ่ง แม้ฎีกาของจำเลยที่ ๒ จะไม่ใช่ฎีกาในเนื้อหาแห่งคดี เป็นฎีกาคัดค้านเรื่องการใช้ดุลพินิจของศาลล่างทั้งสองที่ไม่อนุญาตให้ขยายระยะเวลาในการวางเงินค่าธรรมเนียมตามมาตรา ๒๒๙ ซึ่งเป็นปัญหาข้อเท็จจริงก็ตาม ก็ต้องตกอยู่ในบังคับแห่งมาตรา ๒๔๘ ดังกล่าวเช่นเดียวกัน มิฉะนั้นจะก่อให้เกิดผลที่ไม่ควรจะเป็น กล่าวคือ หากฎีกาในเนื้อหาของคดีกลับต้องห้าม แต่ฎีกาข้อปลีกย่อยกลับฎีกาได้ซึ่งเป็นช่องทางก่อให้เกิดการประวิงคดีด้วยเหตุผลดังกล่าว การที่ศาลชั้นต้นมีคำสั่งรับฎีกาของจำเลยขึ้นมานั้น จึงเป็นการไม่ชอบ ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัยให้
ผลคำพิพากษา
พิพากษาให้ยกฎีกาของจำเลยที่ ๒ นายพรเทพ ศิริมหาพฤกษ์ ผู้ช่วยฯ นายพิชญ์พงศ์ จันทะศรี ย่อ นายไพโรจน์ โรจน์อภิรักษ์กุล ตรวจ นางอัปษร หิรัญบูรณะ ผู้ช่วยฯ/ตรวจ