Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3262/2556

พ.ศ. 2556 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

พ.ร.ก.บรรษัทบริหารสินทรัพย์ไทย พ.ศ.2544 เป็นกฎหมายที่ตราออกมาใช้บังคับเพื่อการแก้ไขปัญหาที่ประเทศไทยประสบปัญหาวิกฤติทางเศรษฐกิจอย่างร้ายแรง เป็นกรณีฉุกเฉินที่มีความจำเป็นรีบด่วนอันไม่อาจหลีกเลี่ยงได้เพื่อรักษาความมั่นคงทางเศรษฐกิจของประเทศตามหมายเหตุแนบท้าย พ.ร.ก. และข้อความในตอนต้นของ พ.ร.ก. ก็ระบุไว้อย่างแจ้งชัดแล้วว่า พ.ร.ก. นี้มีบทบัญญัติบางประการเกี่ยวกับการจำกัดสิทธิและเสรีภาพของบุคคลซึ่งเป็นการกระทำโดยอาศัยอำนาจตามที่รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยบัญญัติให้ทำได้โดยอาศัยบทบัญญัติของกฎหมาย พ.ร.ก. ดังกล่าวมิได้ใช้บังคับกับการทำนิติกรรมทั่ว ๆ ไป ดังเช่นที่ใช้ใน ป.พ.พ. แต่ใช้เป็นกรณีพิเศษเกี่ยวกับหนี้สินหรือทรัพย์สินที่เกี่ยวข้องกับสถาบันการเงินต่าง ๆ ตามที่ระบุไว้ใน พ.ร.ก. เท่านั้น บทบัญญัติต่าง ๆ ที่ระบุไว้จึงย่อมแตกต่างไปจากที่ระบุไว้ใน ป.พ.พ. รวมทั้งเรื่องการบังคับจำนองหรือการเอาทรัพย์สินหลุดเป็นสิทธิของผู้รับจำนอง การที่โจทก์บังคับจำนองทรัพย์สินคือที่ดินพิพาทหลุดเป็นสิทธิโดยอาศัยอำนาจตามที่ พ.ร.ก. บรรษัทบริหารสินทรัพย์ไทย พ.ศ.2544 มาตรา 76 ให้อำนาจไว้โดยชอบแล้ว แม้ไม่ได้ดำเนินการตามที่ ป.พ.พ. บัญญัติไว้ ก็ไม่ทำให้การโอนที่ดินพิพาทของโจทก์เป็นโมฆะ

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

ป.พ.พ. มาตรา 656 พ.ร.ก.บรรษัทบริหารสินทรัพย์ไทย พ.ศ.2544 มาตรา 76

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยขนย้ายทรัพย์สินและบริวารออกไปจากที่ดินและสิ่งปลูกสร้างบนที่ดินโฉนดเลขที่ 389 ตำบลบางโฉลง อำเภอบางพลี (บางพลีใหญ่) จังหวัดสมุทรปราการ และส่งมอบที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างบนที่ดินทั้งหมดแก่โจทก์ในสภาพเรียบร้อย กับชำระค่าเสียหายแก่โจทก์เป็นเงินจำนวน 48,657.74 บาท และชำระค่าเสียหายอีกเดือนละ 246,668.72 บาท นับถัดจากวันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจำเลยจะขนย้ายทรัพย์สินและบริวารออกไปจากที่ดินและสิ่งปลูกสร้างบนที่ดิน

จำเลยให้การ ขอให้ยกฟ้อง

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยและบริวารขนย้ายทรัพย์สินออกไปจากที่ดินและสิ่งปลูกสร้างบนที่ดินโฉนดเลขที่ 389 ตำบลบางโฉลง อำเภอบางพลี (บางพลีใหญ่) จังหวัดสมุทรปราการ และส่งมอบที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างบนที่ดินทั้งหมดให้โจทก์ในสภาพเรียบร้อย ให้จำเลยชำระค่าเสียหายแก่โจทก์เป็นเงิน 10,200 บาท กับค่าเสียหายนับตั้งแต่วันที่ 7 ธันวาคม 2550 ถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2550 เป็นเงิน 42,500 บาท และค่าเสียหายอีกเดือนละ 51,000 บาท นับตั้งแต่เดือนมกราคม 2551 เป็นต้นไปจนกว่าจำเลยและบริวารจะขนย้ายทรัพย์สินออกไปจากที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง กับให้จำเลยใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนโจทก์ โดยกำหนดค่าทนายความ 20,000 บาท

จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษายืน แต่ให้จำเลยใช้ค่าทนายความในศาลชั้นต้น 2,400 บาท ค่าฤชาธรรมเนียมในชั้นอุทธรณ์ให้เป็นพับ

ศาลฎีกาวินิจฉัย

จำเลยฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า

มีปัญหาต้องวินิจฉัยในประการแรกตามฎีกาของจำเลยว่า การที่โจทก์รับโอนที่ดินพิพาทตามพระราชกำหนดบรรษัทบริหารสินทรัพย์ไทย พ.ศ.2544 ขัดต่อประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 656 ทำให้การโอนเป็นโมฆะหรือไม่ เห็นว่า พระราชกำหนดบรรษัทบริหารสินทรัพย์ไทย พ.ศ.2544 เป็นกฎหมายที่ตราออกมาใช้บังคับเพื่อการแก้ไขปัญหาที่ประเทศไทยประสบปัญหาวิกฤติทางเศรษฐกิจอย่างร้ายแรง เป็นกรณีฉุกเฉินที่มีความจำเป็นรีบด่วนอันไม่อาจหลีกเลี่ยงได้เพื่อรักษาความมั่นคงทางเศรษฐกิจของประเทศ ตามหมายเหตุแนบท้ายพระราชกำหนด ทั้งข้อความในตอนต้นของพระราชกำหนดก็ระบุไว้อย่างแจ้งชัดแล้วว่า พระราชกำหนดนี้มีบทบัญญัติบางประการเกี่ยวกับการจำกัดสิทธิและเสรีภาพของบุคคลซึ่งเป็นการกระทำโดยอาศัยอำนาจตามที่รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยบัญญัติให้ทำได้โดยอาศัยบทบัญญัติของกฎหมาย

พระราชกำหนดดังกล่าวมิได้ใช้บังคับกับการทำนิติกรรมทั่วๆ ไป ดังเช่นที่ใช้ในประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ แต่ใช้เป็นกรณีพิเศษเกี่ยวกับหนี้สินหรือทรัพย์สินที่เกี่ยวข้องกับสถาบันการเงินต่างๆ ตามที่ระบุไว้ในพระราชกำหนดเท่านั้น บทบัญญัติต่างๆ ที่ระบุไว้จึงย่อมแตกต่างไปจากที่ระบุไว้ในประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ รวมทั้งเรื่องการบังคับจำนองหรือการเอาทรัพย์สินหลุดเป็นสิทธิของผู้รับจำนอง ดังนั้นเมื่อฟังข้อเท็จจริงว่า การที่โจทก์บังคับจำนองเอาทรัพย์สินคือ ที่ดินพิพาทหลุดเป็นสิทธิโดยอาศัยอำนาจตามที่พระราชกำหนดให้อำนาจไว้โดยชอบแล้ว แม้ไม่ได้ดำเนินการตามที่ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์บัญญัติไว้ ก็ไม่ทำให้การโอนที่ดินพิพาทของโจทก์เป็นโมฆะดังที่จำเลยกล่าวอ้างในฎีกาแต่อย่างใด

ฎีกาข้อนี้ของจำเลยฟังไม่ขึ้น สำหรับปัญหาที่จำเลยฎีกาว่าในคดีเดิมคือคดีหมายเลขแดงที่ 9306/2546 ของศาลแพ่งกรุงเทพใต้ ยังไม่ถึงที่สุด แต่อยู่ระหว่างการพิจารณาของศาลฎีกานั้น ก็ไม่ได้ทำให้โจทก์ไม่มีสิทธิดำเนินคดีนี้ เนื่องจากในคดีดังกล่าวไม่ปรากฏว่าจำเลยได้รับอนุญาตให้ทุเลาการบังคับคดีไว้ในระหว่างการพิจารณาของศาลฎีกา โจทก์ย่อมมีสิทธิดำเนินคดีนี้ต่อไปได้ ปัญหาสุดท้ายที่จำเลยฎีกาในเรื่องค่าเสียหายนั้น เห็นว่าในชั้นพิจารณาจำเลยพยายามนำสืบว่า ที่ดินพิพาทมีราคาสูงถึงตารางวาละ 100,000 บาท แต่ที่จำเลยนำสืบเองกลับระบุว่า ที่ดินพิพาทมีราคาเพียงตารางวาละ 50,000 บาท เท่านั้นซึ่งขัดกับข้อที่จำเลยฎีกาอ้างว่าศาลล่างทั้งสองกำหนดค่าเสียหายของโจทก์สูงเกินไป เพราะหากที่ดินพิพาทยิ่งมีราคาสูงขึ้นเท่าไร ค่าเสียหายของโจทก์ก็ต้องสูงขึ้นตามไปด้วย เมื่อพิจารณาแล้วเห็นว่า ค่าเสียหายที่ศาลล่างทั้งสองกำหนดให้แก่โจทก์นับว่าเหมาะสมแล้ว ไม่มีเหตุที่ศาลฎีกาจะเปลี่ยนแปลงแก้ไข ฎีกาข้อนี้ของจำเลยฟังไม่ขึ้นเช่นเดียวกัน

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นฎีกาให้เป็นพับ

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
พันธุ์เลิศ บุญเลี้ยง · ปดารณี ลัดพลี · แรงรณ ปริพนธ์พจนพิสุทธิ์
ศาลล่าง
ศาลจังหวัดสมุทรปราการ - นายสมเกียรติ ศรศิลป์
ศาลอุทธรณ์ภาค 1 - นายภิญโญ แสงภู่
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
พ.274/2554
หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น
พ1601/2550
หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น
พ1597/2551
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6964/2567

การเอาสิ่งของหรือทรัพย์สินอย่างอื่นเป็นการชำระหนี้แทนเงินที่กู้ยืมตาม ป.พ.พ. มาตรา 656 วรรคสอง อันจะทำให้หนี้ระงับไปตามมาตรา 321 วรรคหนึ่ง นั้น จะต้องปรากฏว่าผู้ให้กู้ให้ความยินยอมในการเอาสิ่งของหรือท…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2170/2563

ตาม พ.ร.บ.การเช่าที่ดินเพื่อเกษตรกรรม พ.ศ.2524 มาตรา 53 วรรคแรก บัญญัติว่า "ผู้ให้เช่านาจะขายนาได้ต่อเมื่อได้แจ้งให้ผู้เช่านาทราบ โดยทำเป็นหนังสือแสดงความจำนงจะขายนา พร้อมทั้งระบุราคาที่จะขายและวิธีกา…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3437/2559

โจทก์บรรยายฟ้องมีใจความว่า ห. และ จ. ร่วมกันทำมาหากินประกอบธุรกิจนากุ้งและทำประมง และกิจการอื่น ๆ ตลอดระยะเวลาสิบปี มีทรัพย์สินเพิ่มขึ้นที่ทำมาหาได้ร่วมกันจึงเชื่อได้ว่า ห. และ จ. อยู่กินฉันสามีภริยาม…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 13283/2558

สิทธิเรียกร้องในหนี้ตามสัญญาวงเงินสินเชื่อ กฎหมายมิได้บัญญัติอายุความไว้เฉพาะ จึงมีกำหนดอายุความ 10 ปี ตาม ป.พ.พ. มาตรา 193/30 ส่วนสิทธิเรียกร้องในหนี้ตามสัญญากู้ยืมเงิน ซึ่งตามข้อตกลงในสัญญาข้อ 2.1 ก…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 12754/2558

พ.ร.ก.บรรษัทบริหารสินทรัพย์ไทย พ.ศ.2544 มาตรา 76 บัญญัติว่า "ในการจำหน่ายทรัพย์สินที่เป็นหลักประกัน ให้ บสท. ดำเนินการโดยวิธีการขายทอดตลาด แต่ถ้า บสท. เห็นว่าการจำหน่ายโดยวิธีอื่นจะเป็นประโยชน์แก่ บสท…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้