Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3265/2535

พ.ศ. 2535 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ส่งหมายเรียกและสำเนาคำฟ้องแก่จำเลยที่ 1 ที่ภูมิลำเนาแล้ว มีคนอยู่แต่ไม่ยอมรับไว้แทน บุคคลที่อยู่ในบ้านเลขที่ดังกล่าวเป็นบุคคลในวงเครือญาติกัน เชื่อว่าต้องแจ้งให้จำเลยที่ 1ทราบแล้ว นับแต่วันปิดหมายจนถึงวันครบกำหนดยื่นคำให้การเป็นเวลานานถึง 23 วัน มีเวลาเพียงพอแต่จำเลยที่ 1 มิได้ยื่นคำให้การ ถือว่าจำเลยที่ 1 ขาดนัดยื่นคำให้การ ปลูกสร้างอาคารพิพาทขึ้นใหม่ทั้งหลังโดยไม่เว้นแนวอาคารให้ห่างจากถนนและด้านหลังอาคารก็มิได้เว้นห่างจากจุดศูนย์กลางของตรอกซึ่งเป็นทางสาธารณะตามข้อบัญญัติกรุงเทพมหานคร เรื่อง ควบคุมการก่อสร้าง พ.ศ.2522 ข้อ 72 และข้อ 76 (4) อันเป็นการกระทบกระเทือนต่อความปลอดภัยและป้องกันอัคคีภัยการสัญจรไปมาและการรักษาอาคารให้เป็นระเบียบเรียบร้อยของบ้านเมือง ศาลฎีกาไม่อาจใช้ดุลพินิจให้แก้ไขเปลี่ยนแปลงอาคารดังกล่าวให้ถูกต้องตามที่จำเลยที่ 2 ขออนุญาตได้

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า อาคารพิพาทได้ก่อสร้างโดยไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าพนักงานท้องถิ่นและขัดต่อข้อบัญญัติกรุงเทพมหานคร ทั้งไม่สามารถแก้ไขเปลี่ยนแปลงให้ถูกต้องได้ จำเลยที่ ๑ ในฐานะผู้เป็นเจ้าของและจำเลยที่ ๒ ในฐานะผู้ครอบครองจึงมีหน้าที่ต้องรื้อถอนอาคารที่ก่อสร้างโดยไม่ได้รับอนุญาตและฝ่าฝืนข้อบัญญัติกรุงเทพมหานครออกไป โจทก์ได้มีคำสั่งให้จำเลยที่ ๑ และที่ ๒ รื้อถอนอาคารภายใน ๓๐ วันแล้ว แต่จำเลยทั้งสองเพิกเฉย ขอบังคับให้จำเลยทั้งสองร่วมกันรื้อถอนอาคารตึกแถวเลขที่ ๒๒๘ ถนนวรจักร แขวงบ้านบาตร เขตป้อมปราบศัตรูพ่าย กรุงเทพมหานคร ทั้งหมดออกไป ถ้าจำเลยทั้งสองไม่รื้อถอนหรือไม่อาจรื้อถอนก็ให้โจทก์รื้อถอนได้เองตามมาตรา ๔๒ แห่งพระราชบัญญัติควบคุมอาคาร พ.ศ.๒๕๒๒ โดยให้จำเลยทั้งสองเป็นผู้เสียค่าใช้จ่ายแทนโจทก์ จำเลยที่ ๑ ขาดนัดยื่นคำให้การ และต่อมาจำเลยที่ ๑ ยื่นคำร้องขออนุญาตยื่นคำให้การ

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นไต่สวนคำร้องแล้วมีคำสั่งไม่อนุญาต จำเลยที่ ๒ ให้การว่า จำเลยที่ ๒ มิได้เป็นผู้ก่อสร้างดัดแปลงหรือกระทำการใด ๆในตัวอาคารพิพาท จำเลยที่ ๒ มีสิทธิครอบครองและใช้สอยอาคารพิพาทในฐานะผู้เช่าตามสัญญาเช่าขอให้ยกฟ้อง

ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้ว พิพากษาให้จำเลยทั้งสองร่วมกันรื้อถอนอาคารตึกแถวเลขที่ ๒๒๘ ถนนวรจักร แขวงบ้านบาตร เขตป้อมปราบศัตรูพ่าย กรุงเทพมหานคร ทั้งหมดออกไป หากจำเลยทั้งสองไม่รื้อถอนก็ให้โจทก์รื้อถอนได้เอง โดยให้จำเลยทั้งสองออกค่าใช้จ่าย

จำเลยทั้งสองอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน

ศาลฎีกาวินิจฉัย

จำเลยทั้งสองฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงเป็นที่ยุติว่า พนักงานเดินหมายได้นำหมายเรียกและสำเนาคำฟ้องไปส่งให้แก่จำเลยที่ ๑ ที่บ้านเลขที่ ๑๖๓๑/๗๓ ถนนจันทร์ แขวงทุ่งวัดดอนเขตยานนาวา กรุงเทพมหานคร ที่จำเลยที่ ๑ มีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้านพร้อมกับบิดามารดาและพี่น้องอีก ๕ คน โดยพนักงานเดินหมายนำหมายเรียกและสำเนาคำฟ้องไปส่งถึง ๒ ครั้งครั้งแรกเมื่อวันที่ ๒๔ กันยายน ๒๕๒๙ พบหญิงอายุประมาณ ๒๓ ปี แจ้งว่าจำเลยที่ ๑ ไปทำงานและไม่ยอมรับไว้แทน และครั้งที่ ๒ เมื่อวันที่ ๔ ตุลาคม ๒๕๒๙ พบหญิงอายุประมาณ๒๓ ปี ไม่ยอมรับ จึงได้ปิดหมายไว้ตามคำสั่งศาล เห็นว่า ได้มีการส่งหมายเรียกและสำเนาคำฟ้องแก่จำเลยที่ ๑ ที่ภูมิลำเนาแล้ว มีคนอยู่แต่ไม่ยอมรับไว้แทน

บุคคลที่อยู่ในบ้านเลขที่ดังกล่าวเป็นบุคคลในวงเครือญาติกัน เชื่อว่าต้องแจ้งให้จำเลยที่ ๑ ทราบเรื่องที่ถูกฟ้องแล้วนับแต่วันปิดหมายจนถึงวันครบกำหนดยื่นคำให้การเป็นเวลานานถึง ๒๓ วัน มีเวลาเพียงพอที่จะยื่นคำให้การต่อสู้คดีได้ ที่ศาลล่างทั้งสองมีคำสั่งและคำพิพากษาว่าจำเลยที่ ๑ จงใจขาดนัดยื่นคำให้การนั้นชอบแล้ว ส่วนฎีกาของจำเลยที่ ๒ ที่ว่า หากจะรื้อถอนอาคารพิพาทที่จำเลยที่ ๒เช่าอยู่ก็จะไม่เกิดประโยชน์แก่ทางราชการหรือการจราจร และป้องปราบหรือป้องกันอุบัติเหตุแต่อย่างใด เพราะอาคารพิพาทอยู่ในระดับเดียวกันกับอาคารอื่น เพื่อประโยชน์แห่งความยุติธรรมขอศาลฎีกาได้โปรดไม่ให้มีการรื้อถอน แต่ให้มีการอนุญาตให้แก้ไขเปลี่ยนแปลงให้ถูกต้องต่อไป

นั้นเห็นว่า นางรัชนีปลูกสร้างอาคารพิพาทขึ้นใหม่ทั้งหลังโดยไม่เว้นแนวอาคารให้ห่างจากถนนและด้านหลังอาคารก็มิได้เว้นห่างจากจุดศูนย์กลางของตรอกซึ่งเป็นทางสาธารณะตามข้อบัญญัติของกรุงเทพมหานคร เรื่อง ควบคุมการก่อสร้าง พ.ศ.๒๕๒๒ ข้อ ๗๒ และข้อ ๗๖ (๔) อันเป็นการกระทบกระเทือนต่อความปลอดภัยและป้องกันอัคคีภัย การสัญจรไปมาและการรักษาอาคารให้เป็นระเบียบเรียบร้อยของบ้านเมือง ซึ่งศาลฎีกาไม่อาจใช้ดุลพินิจให้แก้ไขเปลี่ยนแปลงอาคารดังกล่าวให้ถูกต้องได้

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน.

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
จรัส อุดมวรชาติ · ไมตรี กลั่นนุรักษ์ · อุไร คังคะเกตุ
ศาลล่าง
ศาลแพ่ง - นางเมทินี ชโลธร
ศาลอุทธรณ์ - นายดุสิต เพชรปลูก
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้