Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3268/2528

พ.ศ. 2528 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

แม้เงินค่าครองชีพซึ่งจำเลยจ่ายให้แก่โจทก์เป็นประจำทุกเดือนและมีจำนวนแน่นอน จะถือว่าเป็นค่าจ้างตามประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่องการคุ้มครองแรงงาน ข้อ 2 ก็ตาม แต่เงินบำเหน็จเป็นเงินซึ่งนายจ้างจ่ายตอบแทนความดีของลูกจ้างกรณีที่ลูกจ้างได้ทำงานมาด้วยดีตลอดระยะเวลาที่ทำงานอยู่กับนายจ้าง ไม่ใช่เงิน ซึ่งกฎหมายบังคับให้นายจ้างต้องจ่ายแก่ลูกจ้าง นายจ้างมีสิทธิที่จะไม่จ่ายหรือจ่ายเป็นจำนวนเท่าใดก็ได้แล้วแต่จะเห็นสมควร นายจ้างจึงมีอำนาจกำหนดหลักเกณฑ์หรือเงื่อนไขในการจ่ายเงินบำเหน็จอย่างไรก็ได้ไม่ถือว่าเป็นการขัดต่อประกาศกระทรวงมหาดไทยเรื่องการคุ้มครองแรงงานการคำนวณ เงินบำเหน็จจะรวมค่าครองชีพด้วยหรือไม่ขึ้นอยู่กับระเบียบข้อบังคับของจำเลย ข้อบังคับของจำเลยกำหนดคำว่าเงินเดือนซึ่งเป็นฐานในการคำนวณเงินบำเหน็จว่าให้หมายถึงเงินเดือนสุดท้ายของลูกจ้างประจำและเงินค่าจ้าง 26 วันสุดท้าย ของลูกจ้างรายวันคำว่า "เงินค่าจ้าง 26 วันสุดท้ายของลูกจ้างรายวัน"ย่อมหมายถึงค่าจ้างรายวันซึ่งลูกจ้างมีสิทธิได้รับครั้งสุดท้าย 26 วัน รวมกันไม่รวมถึงค่าจ้างอื่นซึ่งลูกจ้างมีสิทธิได้รับเป็นรายเดือนด้วยค่าครองชีพไม่ใช่ค่าจ้างรายวันจึงไม่ต้องนำมารวมเป็นฐานคำนวณเงินบำเหน็จ

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

ประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การคุ้มครองแรงงาน มาตรา 2

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์เป็นลูกจ้างประจำของจำเลย โจทก์ลาออกจากงานเมื่อวันที่ ๒๗ กุมภาพันธ์ ๒๕๒๘ จำเลยจ่ายเงินบำเหน็จให้โจทก์โดยไม่นำเงินค่าครองชีพมารวมเป็นฐานคำนวณ ขอให้บังคับจำเลยจ่ายเงินบำเหน็จที่ขาด ๑๓,๓๒๕ บาท แก่โจทก์

จำเลยให้การว่า การคำนวณเงินบำเหน็จให้แก่ลูกจ้างซึ่งลาออกจากงานนั้นตามระเบียบข้อบังคับของจำเลยกำหนดให้เอาเฉพาะค่าจ้างอัตราสุดท้ายเป็นฐานคำนวณเงินค่าครองชีพ ไม่ใช่เป็นค่าจ้างหรือส่วนหนึ่งของค่าจ้าง จึงไม่ต้องนำมารวมเป็นฐานคำนวณ โจทก์ไม่มีสิทธิเรียกเงินบำเหน็จเพิ่ม ขอให้ยกฟ้อง

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลแรงงานกลางพิพากษายกฟ้อง

โจทก์อุทธรณ์ต่อศาลฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัย

ศาลฎีกาแผนกคดีแรงงานวินิจฉัยว่า แม้เงินค่าครองชีพซึ่งจำเลยจ่ายให้แก่โจทก์เป็นประจำทุกเดือนและมีจำนวนแน่นอน จะถือว่าเป็นค่าจ้างตามประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การคุ้มครองแรงงาน ข้อ ๒ ก็ตาม แต่เงินบำเหน็จเป็นเงินซึ่งนายจ้างตอบแทนความดีของลูกจ้างกรณีที่ลูกจ้างได้ทำงานมาด้วยดีตลอดระยะเวลาที่ทำงานอยู่กับนายจ้าง ไม่ใช่เงินซึ่งกฎหมายบังคับให้นายจ้างต้องจ่ายแก่ลูกจ้างนายจ้างจึงมีสิทธิที่จะไม่จ่ายเงินบำเหน็จให้แก่ลูกจ้างหรือหากจะจ่ายก็มีสิทธิที่จะจ่ายจำนวนเท่าใดก็ได้แล้วแต่นายจ้างเห็นสมควร กรณีที่นายจ้างตกลงจ่ายเงินบำเหน็จให้แก่ลูกจ้างโดยออกเป็นระเบียบข้อบังคับกำหนดไว้ นายจ้างย่อมมีอำนาจที่จะกำหนดหลักเกณฑ์หรือเงื่อนไขในการจ่ายอย่างไรก็ได้

ไม่ถือว่าเป็นการขัดต่อประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การคุ้มครองแรงงาน ความสำคัญอยู่ที่ว่าตามระเบียบข้อบังคับของจำเลยกำหนดมิให้นำเงินค่าครองชีพมารวมเป็นฐานคำนวณเงินบำเหน็จหรือไม่เห็นว่า ข้อบังคับเรื่องเงินบำเหน็จค่าชดเชยและเงินทดแทน เอกสารท้ายคำให้การหมายเลข ๒ จำเลยได้กำหนดคำว่าเงินเดือนซึ่งเป็นฐานในการคำนวณเงินบำเหน็จไว้ในข้อ ๒ ว่า "ให้หมายถึงเงินเดือนสุดท้ายของลูกจ้างประจำ และเงินค่าจ้าง ๒๖ วันสุดท้ายของลูกจ้างรายวัน" คำว่า "เงินค่าจ้าง ๒๖ วันสุดท้ายของลูกจ้างรายวัน"ตามที่กำหนดไว้ในข้อบังคับดังกล่าว ย่อมหมายถึงค่าจ้างรายวันซึ่งลูกจ้างมีสิทธิได้รับครั้งสุดท้าย ๒๖ วัน รวมกัน หากได้รวมถึงค่าจ้างอื่นซึ่งลูกจ้างมีสิทธิได้รับเป็นเงินเดือนด้วยไม่ เมื่อเงินค่าครองชีพไม่ใช่เป็รค่าจ้างรายวันซึ่งโจทก์มีสิทธิได้รับในแต่ละวัน การคำนวณเงินบำเหน็จตามข้อบังคับของจำเลยจึงไม่ต้องนำเงินค่าครองชีพมารวมเป็นฐานคำนวณ

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
เพียร สุมิระ · สมบูรณ์ บุญภินนท์ · สุพจน์ นาถะพินธุ
ศาลล่าง
ศาลแรงงานกลาง - นายประคนธ์ พันธุ์วิชาติกุลศาลอุทธรณ์ -
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7038/2544

ประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การคุ้มครองแรงงานฯ ข้อ 2 และข้อ 47 ประกอบ ป.พ.พ. มาตรา 583 หมายความว่า ลูกจ้างคือผู้ซึ่งตกลงทำงานให้แก่นายจ้างโดยรับค่าจ้าง ทั้งนี้ ลูกจ้างต้องปฏิบัติตามข้อบังคับเกี่ยวกับ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2417/2544

ตามประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การคุ้มครองแรงงานฯ ข้อ 2 และข้อ 47 ประกอบ ป.พ.พ. มาตรา 583 บทบัญญัติกฎหมายดังกล่าว หมายความว่า ลูกจ้างคือผู้ซึ่งตกลงทำงานให้แก่นายจ้างโดยได้รับค่าจ้าง ทั้งนี้ลูกจ้างต้อง…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1830/2544

โจทก์บรรยายฟ้องไว้ชัดแจ้งว่า จำเลยเป็นนายจ้างของลูกจ้างผู้มีชื่อจำนวน 55 คน ได้กระทำผิดด้วยการฝ่าฝืนไม่ปฏิบัติตามข้อกำหนดของประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การคุ้มครองแรงงาน ข้อ 46 และ พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงา…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7381/2543

ศาลแรงงานกลางฟังข้อเท็จจริงว่า เจ้าหน้าที่ฝ่ายบุคคลและผู้บังคับบัญชาของโจทก์แจ้งให้โจทก์ทราบว่านายจ้างเลิกจ้าง กับนำหนังสือแจ้งการเลิกจ้างเอกสารหมาย ล. 2 มาให้โจทก์ดู ซึ่งจำเลยที่ 2 ยังไม่ได้มีคำสั่งเ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7330/2543

นายจ้างบอกเลิกจ้างลูกจ้างตั้งแต่วันที่ 31 กรกฎาคม 2541 และไม่ให้ลูกจ้างทำงานตั้งแต่วันดังกล่าว คงจ่ายแต่เฉพาะสินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้าให้ลูกจ้าง เงินดังกล่าวจึงไม่ใช่เงินที่นายจ้างจ่ายให้ลูกจ้างเป…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้