Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 327/2498

พ.ศ. 2498 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ข้อ ก.ม.ทั้งปวงอันคู่ความฎีการ้องอ้างอิงให้แสดงไว้โดยชัดเจนในฎีกา โจทก์ฟ้องว่าจำเลยที่ 1 ฝ่ายหนึ่ง กับจำเลยที่ 2 3 อีกฝ่ายหนึ่งวิวาทกันถึงบาดเจ็บขอให้ลงโทษตามม.254,338 จำเลยรับสารภาพ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่าจำเลยมีความผิดตาม ม. 254 + และศาลอุทธรณ์พิพากษายืนโดยฟังข้อเท็จจริงต้องกันว่าจำเลยทั้ง3 มีบาดเจ็บดังนี้จำเลยจะฎีกาได้แต่เฉพาะปัญหาข้อก.ม. จำเลยที่ 1 ฎีกาขอให้ลงโทษจำเลย ม. 338 บทเดียวโดยกล่าวอ้างถึงตัวจำเลยว่าแพทย์ออกความเห็นว่ารักษาไม่เกิน 1 วัน หาย ไม่ใช่หมายถึงผู้ถูกทำร้าย (ตาม ม.338)และอ้างว่าจำเลยเป็นนักศึกษา ดังนี้เป็นฎีกาที่ต้องห้ามตาม ป.วิ.อาญา ม.195 เพราะไม่ชัดเจนว่าฎีกาในข้อ ก.ม.ข้อไหนอย่างไร (จะค้านว่าบาดแผลอีกฝ่ายคือจำเลย 2,3 ไม่ถึงบาดเจ็บก็เป็นปัญหาข้อเท็จจริงต้องห้าม จะค้านว่า ที่ศาลล่างฟังว่าบาดแผลอีกฝ่ายบาดเจ็บนั้น โดยข้อ ก.ม.แล้วถือว่าไม่ถึงบาดเจ็บอาศัย ก.ม.ข้อใด อย่างใด จำเลยไม่ได้กล่าว)

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

กฎหมายลักษณะอาญา มาตรา 254 กฎหมายลักษณะอาญา มาตรา 338 ป.วิ.อ. มาตรา 195 ป.วิ.อ. มาตรา 220 ป.อ. มาตรา 254 ป.อ. มาตรา 338

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่านายสมานจำเลยที่ ๑ ฝ่านหนึ่ง นายสวัสดิ์ จำเลยที่ ๒ และนายพัด จำเลยที่ ๓ อีกฝ่ายหนึ่งต่างสมัครวิวาททำร้ายร่างกายซึ่งกันและกันที่หน้าโรงภาพยนต์สหดารา อันเป็ฯที่สาธารณะสถาน ขอให้ลงโทษตาม ก.ม.อาญา ม.๒๕๔,๓๓๘ จำเลยทั้ง ๓ รับสารภาพว่าได้กระทำผิดตามฟ้อง

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิพากษาว่าจำเลยมีความผิดตาม ก.ม. อาญาม.๒๕๔,๓๓๘ ให้จำคุกคนละ ๔ เดือน ปรับคนละ ๑๖๐ บาท จำเลยที่ ๑ อายุไม่เกิน ๒๐ ปี คงลงโทษกึงหนึ่งตาม ม.๕๘ ทวิ และจำเลยทุกคนรับสารภาพลดให้กึ่งหนึ่งตาม ม. ๕๙ คงจำคุกจำเลยที่ ๑ , ๑เดือน ปรับ ๔๐ บาท จำคุกจำเลยที่ ๒ ที่ ๓ คนละ ๒ เดือน ปรับคนละ ๘๐ บาท แต่ให้รอการลงโทษจำคุกจำเลยทั้ง ๓ ไว้ภายใน ๓ ปี ตาม ม.๔๑ , ๔๒ คงปรับสถานเดียว นายสมานจำเลยที่ ๑ ผู้เดียวอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน นายสมานจำเลยที่๑ ฎีกา ขอให้ลงโทษปรับสถานเดียวตาม ก.ม.อาญา ม.๓๓๘

ศาลฎีกาวินิจฉัย

ศาลฎีกาเห็นว่าคดีนี้ต้องห้ามฎีกาข้อเท็จจริงตาม ป.วิ.อาญา ม.๒๒๐ จะฎีกาได้เฉพาะข้อ ก.ม. เท่านั้น แต่ ข้อ ก.ม.ที่อ้างอิงจะต้องแสดงให้ชัดเจนตาม ป. วิ.อาญา ม. ๑๙๕ ตามฎีกาของจำเลยเป็นแต่กล่าวถึงตัวจำเลยว่าแพทย์ออกความเห็นว่ารักษาไม่เกิน ๑ วันหาย (หมายถึงตัวจำเลยผู้ฎีกา) ไม่ใช่หมายถึงผู้ถูกทำร้าย และอ้างว่าจำเลยเป็นนักศึกษาแล้วก้ขอให้ปรับสถานเดียวตาม ม. ๓๓๘ ไม่ชัดเจนว่าฎีกาปรับปัญหาข้อ ก.ม.ในข้อไหนว่าอย่างไร จึงให้ยกฎีกา

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
มนูภันย์วิมลสาร · พิบูลย์ไอศวรรย์ · ประศาสน์วินิจฉัย
ศาลล่าง
ศาลจังหวัดเชียงราย - นายเจริญ น้อยพันธ์
ศาลอุทธรณ์ - หลวงพิชัยสารคุณ
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 66/2490

บาดแผลที่แก้มบวมฟกช้ำ รักษา 7 วันหาย และแผลที่ข้อศอกผิวหนังถลอกโลหิตซับรักษา 5 วันหายนั้น ไม่นับว่าเป็นบาดแผลถึงบาดเจ็บ.

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2142/2499

ใช้มือชกหนึ่งทีถูกที่จมูกเลือดกำเดาไหล ไม่ปรากฎว่าเลือดกำเดาออกเพราะเหตุใดและชกแรงแค่ไหน ย่อมมีผิดเพียงฐานทำร้ายร่างกายไม่ถึงบาดเจ็บเท่านั้น สำนวนการสอบสวนที่ศาลเรียกมาเองนั้นศาลจะยกขึ้นให้เป็นผลร้ายแ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4813/2554

คดีนี้ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิพากษายกฟ้องโจทก์ คดีจึงต้องห้ามฎีกาทั้งในปัญหาข้อเท็จจริงและข้อกฎหมาย ตาม ป.วิ.อ. มาตรา 220 ที่ศาลชั้นต้นสั่งรับฎีกาโจทก์มาโดยไม่มีการอนุญาตหรือรับรองให้ฎีกาจึงเป็…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2667/2536

แบบใบอนุญาตขับรถเป็นเอกสารราชการซึ่งเจ้าพนักงานได้จัดทำขึ้นตาม ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 1(8) ผู้ใดจะทำขึ้นเองไม่ได้การที่จำเลยพิมพ์แบบใบอนุญาตขับรถขึ้นเอง โดยปรากฏข้อความบางส่วนให้เห็นเป็นประจักษ์ว่าเป็…

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2532 (เลขอ้างอิง 59651)

ความว่า โจทก์ฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า รับฎีกาเฉพาะความผิดตามมาตรา 172 ซึ่งเป็นปัญหาข้อกฎหมาย ส่วนฎีกาข้ออื่นเป็นปัญหาข้อเท็จจริงต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 220ไม่รับโจทก์เห็นว่า การ…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้