Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 327/2539

พ.ศ. 2539 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

แม้จะมีข้อกำหนดในพินัยกรรมให้ตั้งผู้ร้องที่1ถึงที่4เป็นผู้จัดการมรดกและศาลมีคำสั่งให้ผู้ร้องทั้งสี่ร่วมกันเป็นผู้จัดการมรดกแล้วเมื่อปรากฏต่อมาในภายหลังว่าพฤติการณ์เปลี่ยนแปลงไปศาลมีอำนาจถอดถอนหรือสั่งตั้งผู้จัดการมรดกตามคำสั่งศาลเพิ่มเติมได้เพื่อประโยชน์แก่กองมรดกและเพื่อให้เกิดความเป็นธรรมแก่ทายาทผู้มีสิทธิรับมรดก แม้ศาลยกคำร้องของค. ที่ร้องขอเป็นผู้จัดการมรดกแล้วแต่ผู้มีส่วนได้เสียในทรัพย์มรดกคนอื่นร้องขอต่อศาลให้ตั้งค.เป็นผู้จัดการมรดกก็เป็นสิทธิที่จะกระทำได้ไม่ขัดต่อประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา1713 การที่บุคคลใดเคยถูกศาลพิพากษาลงโทษมิใช่เหตุที่จะเป็นผู้จัดการมรดกไม่ได้ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา1718

เนื้อความคำพิพากษา

คดีนี้ สืบเนื่องมาจากศาลมีคำสั่งตั้งผู้ร้องทั้งสี่ร่วมกันเป็นผู้จัดการมรดกของนายเทียนเส็ง ผู้ตายต่อมา ผู้ร้องที่ 2 และที่ 4 ยื่นคำร้องว่า ผู้ร้องที่ 1และที่ 3 ถึงแก่ความตาย ลำพังผู้ร้องที่ 2 และที่ 4 ไม่สามารถจัดการมรดกต่อไปได้ ขอให้ศาลมีคำสั่งให้ผู้ร้องที่ 2 และที่ 4ร่วมกันมีอำนาจจัดการมรดกของนายเทียนเส็งผู้ตายต่อไปผู้คัดค้านที่ 4 และที่ 5 ต่างยื่นคำร้องคำค้านว่า ผู้คัดค้านที่ 4 และที่ 5 เป็นทายาทโดยชอบธรรม มีสิทธิรับมรดกของนายเทียนเส็ง ขอให้ศาลมีคำสั่งถอนผู้ร้องที่ 2 และที่ 4 จากการเป็นผู้จัดการมรดกโดยผู้คัดค้านที่ 4 ขอให้ศาลมีคำสั่งตั้งตนเองเป็นผู้จัดการมรดกแทน ส่วนผู้คัดค้านที่ 5 ขอให้ศาลมีคำสั่งตั้งผู้คัดค้านที่ 3 เป็นผู้จัดการมรดกแทนผู้ร้องที่ 2 และที่ 4 ยื่นคำคัดค้านผู้คัดค้านที่ 4 และที่ 5ขอให้ยกคำร้องคัดค้านของผู้คัดค้านที่ 4 และที่ 5ผู้คัดค้านที่ 6 ยื่นคำร้องคัดค้านผู้คัดค้านที่ 4 และที่ 5และว่าหากศาลมีคำสั่งถอนผู้ร้องที่ 2 และที่ 4 จากการเป็นผู้จัดการมรดก

ขอให้ศาลมีคำสั่งตั้งผู้คัดค้านที่ 6 เป็นผู้จัดการมรดกของนายเทียนเส็ง และยกคำร้องคัดค้านของผู้คัดค้านที่ 4 และที่ 5ผู้คัดค้านที่ 4 และที่ 5 ยื่นคำคัดค้านผู้คัดค้านที่ 6 ขอให้ยกคำคัดค้านของผู้คัดค้านที่ 6ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้ถอนผู้ร้องที่ 1 และผู้ร้องที่ 3 จากการเป็นผู้จัดการมรดกของนายเทียนเส็ง และมีคำสั่งตั้งให้ผู้คัดค้านที่ 3 และผู้คัดค้านที่ 4 เป็นผู้จัดการมรดกของนายเทียนเส็งร่วมกับผู้ร้องที่ 2 และร้องที่ 4 คำขอนอกจากนี้ให้ยกคำคัดค้านของผู้คัดค้านที่ 6ผู้ร้องที่ 2 และที่ 4 กับผู้คัดค้านที่ 4 ถึงที่ 6 อุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนผู้ร้องที่ 2 และที่ 4 กับผู้คัดค้านที่ 4 ถึงที่ 6 ฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงฟังได้ตามที่คู่ความนำสืบรับกันว่านายเทียนเส็งเจ้ามรดกได้ทำพินัยกรรมตั้งผู้ร้องทั้งสี่เป็นผู้จัดการมรดกตามเอกสารหมาย

ค.2 ข้อ 6 ต่อมาผู้ร้องทั้งสี่ได้รับคำสั่งจากศาลให้ร่วมกันเป็นผู้จัดการมรดกมีพินัยกรรมการจัดการมรดกยังไม่เสร็จสิ้น ต่อมาผู้ร้องที่ 1 และที่ 3ถึงแก่ความตาย ผู้ร้องที่ 2 และที่ 4 จึงยื่นคำร้องนี้ โดยมีผู้คัดค้านที่ 4 และที่ 5 ยื่นคำร้องขอให้ถอนผู้ร้องที่ 2 และที่ 4จากการเป็นผู้จัดการมรดกและตั้งให้ผู้คัดค้านที่ 3 กับผู้คัดค้านที่ 4 เป็นผู้จัดการกับมีผู้คัดค้านที่ 6 ยื่นคำร้องคัดค้านคำคัดค้านของผู้คัดค้านที่ 4 และที่ 5 ขอให้ตั้งผู้คัดค้านที่ 6เป็นผู้จัดการมรดกของนายเทียนเส็ง และยกคำร้องคัดค้านของผู้คัดค้านที่ 4 และที่ 5ในปัญหาประการแรกว่ามีเหตุสมควรถอนผู้ร้องที่ 2 และที่ 4ออกจากการเป็นผู้จัดการมรดกของนายเทียนเส็ง หรือไม่ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า

ยังไม่สมควรถอนผู้ร้องที่ 2 และที่ 4ออกจากการเป็นผู้จัดการมรดกของนายเทียนเส็งส่วนที่ผู้ร้องที่ 2 และที่ 4 กับผู้คัดค้านที่ 6 ฎีกาว่าไม่ควรตั้งผู้คัดค้านที่ 3 และที่ 4 เป็นผู้จัดการมรดกร่วมกับผู้ร้องที่ 2 และที่ 4 เพราะขัดต่อข้อกำหนดในพินัยกรรมเอกสารหมายค.2 ข้อ 6 นั้น เห็นว่า แม้จะมีข้อกำหนดในพินัยกรรมดังกล่าวและศาลฎีกามีคำพิพากษาถึงที่สุดให้ผู้ร้องที่ 1 ถึงที่ 4 ร่วมกันเป็นผู้จัดการมรดกของนายเทียนเส็งแล้ว เมื่อปรากฎต่อมาในภายหลังว่ามีพฤติการณ์เปลี่ยนแปลงไป ศาลมีอำนาจที่จะถอดถอนหรือสั่งตั้งผู้จัดการมรดกตามคำสั่งศาลเพิ่มเติมได้เพื่อประโยชน์แก่กองมรดกและเพื่อให้เกิดความเป็นธรรมแก่ทายาทผู้มีสิทธิรับมรดก

ปัญหาต่อไปคือสมควรจะตั้งผู้คัดค้านที่ 3 และที่ 4 เป็นผู้จัดการมรดกร่วมกับผู้ร้องที่ 2 และที่ 4 หรือไม่ เห็นว่า ผู้คัดค้านที่ 5 เป็นมารดาของผู้คัดค้านที่ 3 และที่ 4 มีสิทธิได้รับมรดกของนายเทียนเส็งตามพินัยกรรมเอกสารหมาย ค.2 ข้อ 2 และข้อ 3 ส่วนผู้คัดค้านที่ 3และที่ 4 เป็นผู้มีสิทธิตามพินัยกรรมข้อ 3 ถือว่าผู้คัดค้านที่ 3 และที่ 4 เป็นผู้มีส่วนได้เสียด้วย แม้ศาลชั้นต้นจะยกคำร้องของผู้คัดค้านที่ 3 ที่ผู้ร้องขอเป็นผู้จัดการมรดกแล้วก็ตาม แต่ในคดีนี้ผู้คัดค้านที่ 5 ร้องขอต่อศาลให้ตั้งผู้คัดค้านที่ 3 เป็นผู้จัดการมรดกแทนซึ่งเป็นสิทธิที่ผู้คัดค้านที่ 5 จะกระทำได้ไม่ขัดต่อประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1713 แต่อย่างใดดังเหตุผลที่ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยมาแล้ว

ส่วนที่ผู้ร้องที่ 2 และที่ 4 กับผู้คัดค้านที่ 6 อ้างว่าผู้คัดค้านที่ 5 ไม่มีสิทธิรับมรดกเพราะถูกตัดโดยพินัยกรรม เอกสารหมาย ค.2 ข้อ 3 นั้น เนื่องจากยังไม่มีคำวินิจฉัยอันถึงที่สุดของศาลในปัญหาการตีความพินัยกรรมข้อนี้จะถือว่าผู้คัดค้านที่ 5 ถูกตัดมิให้รับทรัพย์มรดกยังไม่ได้ส่วนที่อ้างว่าผู้คัดค้านที่ 3 และที่ 4 เคยถูกศาลพิพากษาลงโทษแม้จะเป็นจริงดังที่อ้างก็มิใช่เหตุที่จะเป็นผู้จัดการมรดกไม่ได้ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1718 เมื่อพิเคราะห์ถึงพฤติการณ์แห่งคดีที่ว่ายังคงมีทรัพย์มรดกที่ยังไม่ได้แบ่งปันให้แก่ทายาทผู้มีสิทธิรับมรดกตามพินัยกรรม เอกสารหมาย ค.2ข้อ 2 และข้อ 3 ซึ่งผู้คัดค้านที่ 5 และครอบครัวมีส่วนจะได้รับอยู่ด้วย หากตั้งผู้คัดค้านที่ 3 และที่ 4 เป็นผู้จัดการมรดกร่วมกับผู้ร้องที่ 2 และที่ 4 ย่อมจะเกิดความเป็นธรรมแก่ทายาท ที่ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยในส่วนนี้ ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วยพิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ธวัชชัย พิทักษ์พล · จองทรัพย์ เที่ยงธรรม · บรรเทิง มุลพรม
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้