Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3270/2534

พ.ศ. 2534 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

โจทก์ฟ้องขอให้เพิกถอนสัญญาจะซื้อขายระหว่างจำเลยที่ 1 กับจำเลยที่ 2 และขอให้บังคับจำเลยที่ 1 จัดการโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินพิพาทให้แก่โจทก์ ซึ่งเป็นการขอให้แก้ไขหรือยกเลิกมติของคณะกรรมการเช่าที่ดินเพื่อเกษตรกรรมประจำตำบล ก่อนที่จะมีการอุทธรณ์ตามพ.ร.บ. การเช่าที่ดินเพื่อเกษตรกรรม พ.ศ. 2524 มาตรา 56 เป็นการข้ามขั้นตอนตามที่กฎหมายบัญญัติไว้ โจทก์จึงไม่มีอำนาจฟ้องจำเลยทั้งสอง เมื่อโจทก์ไม่มีอำนาจฟ้อง แม้จำเลยที่ 1 จะมิได้อุทธรณ์ฎีกาขึ้นมา ศาลฎีกาก็พิพากษาให้มีผลถึงจำเลยที่ 1 ด้วย เพราะเป็นหนี้อันไม่อาจแบ่งแยกได้ตาม ป.วิ.พ. มาตรา 245(1) ประกอบด้วยมาตรา 247.

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

พ.ร.บ.ควบคุมค่าเช่าเคหะและที่ดิน พ.ศ.2504 มาตรา 53 พ.ร.บ.ควบคุมค่าเช่าเคหะและที่ดิน พ.ศ.2504 มาตรา 56 ป.วิ.พ. มาตรา 55 ป.วิ.พ. มาตรา 245 พ.ร.บ.การเช่าที่ดินเพื่อเกษตรกรรม พ.ศ.2524 มาตรา 56

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า นายประวิทย์ จิตร์อำพัน ทำสัญญาจะซื้อขายที่นาเนื้อที่ 10 ไร่เศษ ให้โจทก์ในราคา 225,000 บาท ในวันทำสัญญานายประวิทย์รับเงินมัดจำจากโจทก์เป็นเงิน 10,000 บาท และค่าธรรมเนียม 10,000 บาท ครั้นถึงกำหนดนายประวิทย์ไม่สามารถโอนที่ดังกล่าวให้โจทก์ได้เพราะนายประวิทย์ได้โอนกรรมสิทธิ์ให้จำเลยที่ 1 ไปแล้ว จำเลยที่ 1 ได้เข้าเสนอตนยอมรับว่าได้มอบอำนาจให้นายประวิทย์ไปทำการขายแทน จำเลยที่ 1 ที่ 2 และนายประวิทย์สมคบกันให้จำเลยที่ 2 ซื้อเป็นผู้เช่านาพิพาทขออายัดที่ดินแปลงนั้นเพื่อมิให้ขายให้โจทก์และได้สมคบกันจัดให้มีการยื่นคำร้องต่อคณะกรรมการการเช่าที่ดินเพื่อเกษตรกรรมเพื่อให้มีมติให้จำเลยที่ 2เป็นผู้ซื้อที่ดินได้ก่อน

จำเลยที่ 1 และที่ 2 จึงได้ทำสัญญาจะซื้อขายกัน โดยจำเลยทั้งสองหวังกำไรจากการขายที่ดินให้บุคคลภายนอกซึ่งได้เงินมากกว่าขายให้โจทก์ เป็นการใช้สิทธิโดยไม่สุจริตขอให้ศาลเพิกถอนสัญญาจะซื้อขายระหว่างจำเลยที่ 1 กับจำเลยที่ 2 ให้จำเลยที่ 1 โอนกรรมสิทธิ์ที่ดินให้แก่โจทก์ หากไม่โอนให้ถือเอาคำพิพากษาเป็นการแสดงเจตนาของจำเลย ห้ามมิให้จำเลยที่ 2 เข้ามาเกี่ยวข้องกับที่ดินพิพาทจำเลยทั้งสองให้การว่า จำเลยที่ 1 เป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ที่ดินพิพาท ส่วนจำเลยที่ 2 เป็นผู้เช่าที่ดินดังกล่าวทำนา จำเลยทั้งสองมิได้สมคบกันอายัดที่ดินพิพาท และมิได้สมคบกันยื่นคำร้องต่อคณะกรรมการเช่าที่ดินเพื่อเกษตรกรรมเพื่อมิให้ขายที่ดินพิพาทแก่โจทก์

หากเป็นการกระทำของจำเลยที่ 2 อาศัยสิทธิตามกฎหมายโดยสุจริต จำเลยที่ 1 มอบให้นายประวิทย์ จิตร์อำพัน บิดาจำเลยที่ 1ทำสัญญาจะซื้อขายที่ดินพิพาทให้นายสังวาลย์ คงพุกา บิดาโจทก์ จำนวนไร่ละ 20,000 บาท รับมัดจำไว้ 10,000 บาท และให้ผู้ซื้อไปตกลงกับผู้เช่าเองโดยผู้ขายไม่รับผิดชอบ แต่พอถึงวันนัดบิดาของโจทก์ไม่ได้ไป มีแต่โจทก์และภริยาโจทก์ไปแทน โจทก์ขอลงชื่อเป็นผู้ซื้อแทน นายสังวาลย์บิดาโจทก์และขอให้ภริยาลงชื่อร่วมด้วยจำเลยที่ 1ก็ยินยอมแต่ไม่สามารถจดทะเบียนโอนได้เพราะเจ้าพนักงานที่ดินไม่ยอมทำให้และแจ้งให้ไปตกลงกับจำเลยที่ 2 ซึ๋งเป็นผู้เช่าที่ดินพิพาทเสียก่อน ในที่สุดก็ไม่สามารถตกลงกันได้ ซึ่งโจทก์จะต้องรับผิดตามสัญญา

จำเลยที่ 1 บอกเลิกสัญญาจะซื้อขายกับโจทก์แล้ว ส่วนเงินมัดจำที่บิดาโจทก์มอบให้บิดาจำเลยที่ 1 มีเพียง 10,000 บาท มิใช่ 20,000บาท เนื่องจากโจทก์ผิดสัญญา จำเลยที่ 1 จึงริบเงินจำนวนนี้เสียขอให้ยกฟ้องศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้องโจทก์อุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับ ให้จำเลยที่ 1 โอนขายที่ดินโฉนดเลขที่5623 ให้โจทก์ตามฟ้องโดยให้ชำระราคาค่ามัดจำได้เพียง 10,000 บาทหากไม่โอนให้ถือเอาคำพิพากษาของศาลแทนการแสดงเจตนาของจำเลยที่ 1และห้ามจำเลยที่ 2 เข้าเกี่ยวข้องกับที่ดินดังกล่าว คำขออื่นให้ยกจำเลยที่ 2 ฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "...เห็นว่า ตามคำขอท้ายฟ้องของโจทก์ที่ขอให้เพิกถอน สัญญาจะซื้อขายระหว่างจำเลยที่ 1 กับจำเลยที่ 2 ฉบับลงวันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2528 และขอให้บังคับจำเลยที่ 1 จัดการโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินพิพาทให้แก่โจทก์นั้นเป็นการขอให้แก้ไขหรือยกเลิกมติของคณะกรรมการการเช่าที่ดินเพื่อเกษตรกรรมประจำตำบล

ก่อนที่จะมีการอุทธรณ์ตามพระราชบัญญัติการเช่าที่ดินเพื่อเกษตรกรรม พ.ศ.2524 มาตรา 56 เป็นการข้ามขั้นตอนตามที่กฎหมายบัญญัติไว้ โดยเฉพาะคำขอให้บังคับจำเลยที่ 1 จัดการโอนที่ดินพิพาทให้แก่โจทก์ดังกล่าวข้างต้นยังเป็นการขอให้บังคับจำเลยที่ 1 ละเว้นการปฏิบัติตามพระราชบัญญัติ การเช่าที่ดินเพื่อเกษตรกรรม พ.ศ. 2524 มาตรา 53ซึ่งบัญญัติไว้ในวรรคหนึ่งว่า "ผู้ให้เช่านาจะขายนาได้ต่อเมื่อได้แจ้งให้ผู้เช่านาทราบโดยทำเป็นหนังสือแสดงความจำนงจะขายนา พร้อมทั้งระบุราคาที่จะขายและวิธีการชำระเงินยื่นต่อประธาน คชก. ตำบลเพื่อแจ้งให้ผู้เช่านาทราบภายในสิบห้าวันและถ้าผู้เช่านาแสดงความจำนงจะซื้อนาเป็นหนังสือยื่นต่อประธาน คชก.ตำบลภายในสามสิบวันนับแต่วันที่ได้รับแจ้ง

ผู้ให้เช่านาต้องขายนาแปลงดังกล่าวให้ผู้เช่านาตามราคาและวิธีการชำระเงินที่ได้แจ้งไว้" และคำขอท้ายฟ้องที่ขอให้ห้ามจำเลยที่ 2 เข้ามาเกี่ยวข้องกับที่ดินพิพาทนั้น เป็นการขอให้บังคับโดยอาศัยอำนาจแห่งกรรมสิทธิ์ เมื่อโจทก์เป็นเพียงผู้จะซื้อที่ดินพิพาทยังมิใช่เจ้าของที่ดินแปลงดังกล่าว โจทก์จึงไม่มีสิทธิที่จะห้ามจำเลยที่ 2 ตามคำขอของโจทก์ในข้อนี้ด้วยเช่นกันโดยเหตุนี้โจทก์จึงไม่มีอำนาจฟ้องจำเลยทั้งสอง คำพิพากษาศาลอุทธรณ์ไม่ต้องด้วยความเห็นของศาลฎีกา ฎีกาของจำเลยที่ 2 ฟังขึ้น ไม่จำต้องวินิจฉัยฎีกาจำเลยที่ 2 ในข้ออื่นต่อไป และศาลฎีกาเห็นว่าเมื่อวินิจฉัยว่าโจทก์ไม่มีอำนาจฟ้อง แม้จำเลยที่ 1 จะมิได้อุทธรณ์ฎีกาขึ้นมาก็ให้คำพิพากษานี้มีผลไปถึงจำเลยที่ 1 ด้วย เพราะเป็นหนี้อันไม่อาจแบ่งแยกได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา245(1) ประกอบด้วยมาตรา 247"

ผลคำพิพากษา

พิพากษากลับ ให้บังคับตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น.

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ชูศักดิ์ บัณฑิตกุล · วินัย กันนะ · ราเชนทร์ จัมปาสุต
แหล่งที่มา
สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4532/2549

ว. จ้างโจทก์ให้ทำงานในหน่วยวิคตอรี่ของบริษัท อ. โดยโจทก์ได้รับค่าจ้างเดือนละ 10,000 บาท ตามสัญญาจ้างงานมีข้อความว่า เมื่อ ว. ถึงแก่ความตายขอมอบให้โจทก์มีสิทธิยุบหน่วยวิคตอรี่ตามที่เห็นสมควร ทั้งบริษัท…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 601/2546

เดิมโจทก์ฟ้องจำเลยที่ 1 ขอให้บังคับจำเลยที่ 1 โอนกรรมสิทธิ์ในที่ดินพิพาทให้โจทก์ตามสัญญาจะซื้อจะขายระหว่างพิจารณาจำเลยที่ 2 และที่ 3 ฟ้องจำเลยที่ 1 ขอให้บังคับจำเลยที่ 1 ดำเนินการใส่ชื่อจำเลยที่ 2 และ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1960/2545

จำเลยที่ 1 มิได้ให้การต่อสู้เป็นประเด็นไว้ว่า โจทก์ไม่ได้บอกกล่าวให้จำเลยที่ 1 ชำระค่าเช่าซื้อภายในกำหนดเวลาก่อน สัญญาเช่าซื้อยังไม่เลิกกัน ฎีกาของจำเลยที่ 1 ที่มิได้ให้การต่อสู้ไว้ดังกล่าวจึงไม่เป็นป…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8001/2544

โจทก์ฟ้องจำเลยที่ 1 ถึงที่ 4 ในฐานะวิศวกรผู้ออกแบบปฏิบัติผิดสัญญาจ้างออกแบบผิดพลาดเกี่ยวกับการใช้สารกันน้ำซึม และฟ้องจำเลยที่ 1 ที่ 3 ที่ 5 และที่ 6 ในฐานะวิศวกรผู้ควบคุมงานปฏิบัติผิดสัญญาจ้างมิได้ตรว…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1960/2544

จำเลยที่ 1 ผิดนัดชำระค่าเช่าซื้อหลายงวดติดต่อกัน โจทก์ได้บอกเลิกสัญญาเช่าซื้อโดยชอบแล้ว จำเลยที่ 1 ให้การเพียงว่าได้ชำระค่าเช่าซื้อให้โจทก์ทุกงวดไม่เคยผิดสัญญาเช่าซื้อ โดยมิได้ให้การต่อสู้เป็นประเด็นไ…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้