Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3285/2536

พ.ศ. 2536 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

การที่ ล. ปกปิดข้อความจริงเกี่ยวกับการเป็นโรคตับต่อจำเลยที่ 1 ในเวลาทำสัญญาประกันชีวิต ซึ่งหากจำเลยที่ 1รู้ว่า ล. เป็นโรคตับ อันเป็นโรคที่ร้ายแรง จำเลยที่ 1จะบอกปัดไม่ยอมรับประกันชีวิต สัญญาจึงเป็นโมฆียะ เมื่อจำเลยที่ 1 ทราบเหตุแห่งการบอกล้างวันที่ 13 กันยายน 2529และจำเลยที่ 1 มีหนังสือลงวันที่ 3 ตุลาคม 2529 บอกล้างต่อโจทก์ซึ่งเป็นผู้รับประโยชน์ จำเลยที่ 1 จึงไม่มี ความผูกพันตามสัญญาที่จะต้องรับผิดต่อโจทก์

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า เมื่อวันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2528นายลิ่วกิจ แซ่ลิ่วสามีโจทก์เอาประกันชีวิตไว้กับจำเลยที่ 1โดยจำเลยที่ 2 และที่ 3 ในฐานะตัวแทนของจำเลยที่ 1 นายลิ่วกิจแจ้งต่อจำเลยที่ 2 และที่ 3 แล้วว่าเคยเป็นโรคดีซ่าน มาก่อนต่อมาวันที่ 21 สิงหาคม 2529 นายลิ่วกิจถึงแก่กรรมด้วยโรคมะเร็ง ในตับ โดยที่นายลิ่วกิจไม่ทราบมาก่อน จำเลยทั้งสามรับกรมธรรม์ของนายลิ่วกิจจากโจทก์ซึ่งเป็นผู้รับประโยชน์อ้างว่าจะเบิกเงินตามกรมธรรม์ให้ แต่จำเลยที่ 1 กลับมีหนังสือลงวันที่ 3 ตุลาคม 2529 บอกล้างสัญญาประกันชีวิตของนายลิ่วกิจโดยอ้างว่านายลิ่วกิจปกปิดความจริง ซึ่งการบอกล้างของจำเลยที่ 1 ไม่ชอบด้วยกฎหมาย ขอให้บังคับจำเลยทั้งสามร่วมกันชำระเงินที่เอาประกันจำนวน 100,000 บาท

พร้อมดอกเบี้ยร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีนับแต่วันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์จำเลยทั้งสามให้การว่า จำเลยที่ 1 รับประกันชีวิตจากนายลิ่วกิจโดยมีโจทก์เป็นผู้รับประโยชน์ แต่ขณะทำสัญญานายลิ่วกิจรู้อยู่แล้วละเว้นเสียไม่เปิดเผยข้อความจริงที่ว่าเคยป่วยเป็นโรคตับ แข็ง หากจำเลยที่ 1 รู้ข้อความจริงดังกล่าวจะบอกปัดไม่รับประกันชีวิต จำเลยที่ 1 ทราบว่านายลิ่วกิจเจ็บป่วยและถึงแก่กรรมเมื่อวันที่ 13 กันยายน 2529 จำเลยที่ 1มีหนังสือบอกล้างเมื่อวันที่ 6 ตุลาคม 2529 สัญญาประกันชีวิตจึงไม่มีผลผูกพัน จำเลยที่ 2 และที่ 3 มีหน้าที่หาผู้เอาประกันชีวิตและรวบรวมข้อมูลหลักฐานเพื่อการเอาประกันชีวิตให้แก่จำเลยที่ 1ไม่ใช่ตัวแทนผู้รับมอบอำนาจจากจำเลยที่ 1 หากนายลิ่วกิจบอกเล่าถึงการที่เคยเป็นโรคดีซ่าน

มาก่อน และได้รับการรักษาจากแพทย์ให้จำเลยที่ 2 และที่ 3 ทราบหรือไม่ก็ตาม จะถือว่าจำเลยที่ 1 ทราบด้วยไม่ได้เพราะจำเลยที่ 2 และที่ 3 ไม่ใช่ผู้มีอำนาจในการพิจารณารับประกันชีวิต ซึ่งเป็นอำนาจของจำเลยที่ 1แต่เพียงผู้เดียว ขอให้ยกฟ้องโจทก์ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้องโจทก์อุทธรณ์ศาลอุทธรณ์ภาค 3 พิพากษายืนโจทก์ฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า นายลิ่วกิจรู้แล้วว่าตนเองป่วยเป็นโรคตับ ก่อนที่จะทำสัญญาประกันชีวิตแต่กลับบอกจำเลยที่ 2ที 3 เพียงว่าเป็นโรคดีซ่าน และหายแล้ว ทั้งที่ขณะนั้นก็รับการรักษาเกี่ยวกับโรคตับ ไม่ใช่โรคดีซ่าน อยู่ กรณีจึงเป็นการที่นายลิ่วกิจปกปิดข้อความจริงเกี่ยวกับการเป็นโรคตับ ต่อจำเลยที่ 1 ในเวลาทำสัญญาประกันชีวิต ซึ่งหากจำเลยที่ 2 รู้ว่านายลิ่วกิจเป็นโรคตับ

อันเป็นโรคที่ร้ายแรง จำเลยที่ 1 จะบอกปัดไม่ยอมรับประกันชีวิต สัญญาตามเอกสารหมาย ล.2 จึงเป็นโมฆียะเมื่อจำเลยที่ 1 ทราบเหตุแห่งการบอกล้างวันที่ 13 กันยายน 2529และจำเลยที่ 1 มีหนังสือลงวันที่ 3 ตุลาคม 2529 บอกล้างต่อโจทก์ซึ่งเป็นผู้รับประโยชน์โดยโจทก์รับหนังสือดังกล่าวเมื่อวันที่6 ตุลาคม 2529 จำเลยที่ 1 จึงไม่มีความผูกพันตามสัญญาที่จะต้องรับผิดต่อโจทก์ ส่วนที่โจทก์ฎีกาว่า จำเลยที่ 2 และที่ 3เป็นตัวแทนเชิดของจำเลยที่ 1 ในการทำสัญญาประกันชีวิตนั้นเห็นว่าเมื่อข้อเท็จจริงฟังได้ว่า นายลิ่วกิจปกปิดไม่เปิดเผยให้จำเลยที่ 2 และที่ 3 ทราบว่าตนมีประวัติความเจ็บป่วยเกี่ยวกับโรคตับ จำเลยที่ 2 และที่ 3 จะเป็นตัวแทนเชิดของจำเลยที่ 1หรือไม่ จึงไม่จำต้องวินิจฉัยเพราะไม่ทำให้ผลของคดีเปลี่ยนแปลงพิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ปราโมทย์ บุนนาค · เริงธรรม ลัดพลี · ปราโมทย์ ชพานนท์
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 922/2566

การที่ ย. รู้ถึงข้อเท็จจริงที่ตนเคยได้รับการตรวจสุขภาพ และแพทย์ให้ข้อสังเกตว่าตนเป็นโรคความดันโลหิตสูงมาก่อนแล้ว แต่ไม่เปิดเผยข้อความจริงนั้น ซึ่งหาก ย. เปิดเผยย่อมจูงใจให้จำเลยเรียกเบี้ยประกันภัยสูงข…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5133/2562

ศาลชั้นต้นฟังข้อเท็จจริงว่า จำเลยบอกล้างโมฆียะกรรมภายใน 30 วัน ตาม ป.พ.พ. มาตรา 865 วรรคหนึ่ง สัญญาประกันชีวิตจึงตกเป็นโมฆะ โจทก์อุทธรณ์คัดค้านคำพิพากษาศาลชั้นต้นว่า จำเลยทราบมูลอันควรจะบอกล้างโมฆียะก…

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2559 (เลขอ้างอิง 601543)

สัญญาประกันภัยเป็นสัญญาที่ต้องการความสุจริตหรือความไว้วางใจระหว่างคู่สัญญาเป็นสำคัญ ฉะนั้นจึงเป็นหน้าที่ของผู้เอาประกันภัยที่จะต้องเปิดเผยข้อความจริงให้ผู้รับประกันภัยรับรู้ ขณะที่ ส. ขอทำสัญญาประกันภ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 9976/2558

ช. เป็นพนักงานของจำเลยได้รับมอบหมายให้ทำหน้าที่ตรวจสอบและรวบรวมประวัติการรักษาพยาบาลของ ล. ถือได้ว่า ช. เป็นตัวแทนของจำเลยแล้ว ในการตรวจสอบประวัติการเข้ารับการรักษาพยาบาลของ ล. นั้น ช. เป็นผู้ติดตามปร…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1137/2557

การบอกล้างสัญญาประกันชีวิตภายใน 1 เดือน นับแต่วันทราบมูลอันจะบอกล้างได้ตาม ป.พ.พ. มาตรา 865 วรรคสอง เมื่อจำเลยผู้รับประกันภัยปฏิเสธชดใช้เงินค่าสินไหมทดแทนและให้การต่อสู้โดยเป็นฝ่ายกล่าวอ้างว่าจำเลยได้…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้