Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 329/2480

พ.ศ. 2480 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

พฤตติการณ์ที่ถือว่าเป็นการแสดงเจตนาลวงอันตกเป็นโมฆะตาม ม.118 การที่โจทก์ซึ่งเป็นเจ้าหนี้ยื่นคำร้องขอให้ศาลยึดทรัพย์จำเลยก่อนคำพิพากษานั้นย่อมทำให้อายุความเรื่องขอให้เพิกถอนการฉ้อฉลสดุดหยุดลงตาม ม.173

คำฟ้องและคำให้การ

ชั้นเดิมโจทก์ฟ้องจำเลยเรียกเงินกู้ ๘๐๐ บาท และได้ยื่นคำร้องขอให้ยื่นทรัพย์จำเลยก่อนคำพิพากษา เพราะจำเลยทำการยักยองทรัพย์ โอนกรรมสิทธิ์ให้แก่นางไล้ผู้ร้องไป ศาลไต่สวนแล้วสั่งให้ยึดทรัพย์ก่อนคำพิพากษาได้ และในที่สุดศาลฎีกาได้พิพากษาให้จำเลยใช้ต้นเงิน ๘๐๐ บาท กับดอกเบี้ยให้แก่โจทก์ ต่อมาผู้ร้องได้ยื่นคำร้องว่าที่ดินโฉนดที่ ๓๑๙๒ ที่โจทก์นำยึดนั้นได้เป็นกรรมสิทธิของผู้ร้องแล้ว ศาลชั้นต้นฟังว่า โจทก์ได้ทราบการโอนทรัพย์รายนี้มาเกือบ ๒ ปี มิได้ว่ากล่าวกับผู้ร้องเสียภายในกำหนด ๑ ปีตามประมวลแพ่ง ฯ ม.๒๔๐ จึงสั่งให้ถอนการยึดที่ดินคืนให้ผู้ร้องไป

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลอุทธรณ์เห็นว่าการโอนรายนี้มิได้โอนกันจริงจัง ทำกันพอเป็นพิธีเพื่อป้องกันมิให้ถูกยึด ส่วนอายุความนั้นคู่ความมิได้ยกขึ้นต่อสู้เลยตาม ม.๑๙๓ ศาลจะยกมาเป็นมูลยกฟ้องมิได้ จึงให้ยกคำร้องของผู้ร้องเสีย ศาลฎีกาตัดสินว่า การโอนขายรายนี้มิได้เจตนาทำกันจริงจัง หากทำเป็นพิธีเพื่อป้องกันเจ้าหนี้ ซึ่งตามกฎหมายถือว่าจำเลยกับผู้ร้องได้สมรู้กันทำการโอนขายทรัพย์ด้วยเจตนาลวงเป็นโมฆะตาม ม.๑๑๘-๑๓๓ ฉะนั้นเจ้าหนี้ย่อมยึดทรัพย์ของจำเลยโดยมิต้องฟ้องขอให้เพิกถอนการโอน

ศาลฎีกาวินิจฉัย

อนึ่งการที่โจทก์ผู้เป็นเจ้าหนี้จำเลยได้ขอให้ศาลยึดทรัพย์ก่อนคำพิพากษาภายใน ๑ ปี เมื่อรู้ว่าจำเลยทำการโอนไประหว่างความ ย่อมถือว่าเป็นการทำให้อายุความสดุดหยุดลงตาม ม.๑๗๓ เพราะการที่โจทก์ยื่นคำร้องขอให้ไต่สวนยึดที่ดินรายพิพาทย่อมเป็นลักษณการที่จะขอให้ขายทอดตลาดที่ดินในเมื่อชนะความ จึงเป็นการเริ่มตั้งหลักฐานสิทธิเรียกร้องในที่ดินรายพิพาทนั้น เมื่อปัญหาเรื่องอายุความตกไปแล้ว ปัญหาเรื่องศาลอุทธรณ์ฝ่าฝืนประมวลวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา ๒๒๕-๒๔๐ จึงตกไปด้วย

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืนตามศาลอุทธรณ์ให้ยกฎีกาโจทก์

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
นิติศาสตร์ · พลางกูร · เทฟโนต์
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้