Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 329/2534

พ.ศ. 2534 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ผู้เสียหายถูกคนร้ายจับตัวไปควบคุมอยู่ 1 เดือน 3 วัน จึงหลบหนีมาแจ้งความให้การระบุชื่อ คนร้ายไว้ ต่อมาไม่นานจำเลยถูกจับกุม ผู้เสียหายก็ชี้ ตัวยืนยันว่าเป็นคนร้าย ครั้งภายหลัง15 ปี จำเลยถูกดำเนินคดีโดยจัดให้ผู้เสียหายมาชี้ ตัวซ้ำอีก แม้ครั้งหลังนี้ผู้เสียหายไม่ยืนยัน แต่การที่จำเลยยอมรับว่าเคยถูกชี้ ตัวมาแล้วครั้งหนึ่งและเคยให้การรับสารภาพว่าร่วมปล้นทรัพย์กับจับตัวผู้เสียหายไปเรียกค่าไถ่จริง ข้อเท็จจริงเช่นนี้เพียงพอรับฟังว่าจำเลยเป็นคนร้าย.

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

ผู้เสียหายถูกคนร้ายจับตัวไปควบคุมอยู่ 1 เดือน 3 วัน จึงหลบหนีมาแจ้งความให้การระบุชื่อ คนร้ายไว้ ต่อมาไม่นานจำเลยถูกจับกุม ผู้เสียหายก็ชี้ ตัวยืนยันว่าเป็นคนร้าย ครั้งภายหลัง15 ปี จำเลยถูกดำเนินคดีโดยจัดให้ผู้เสียหายมาชี้ ตัวซ้ำอีก แม้ครั้งหลังนี้ผู้เสียหายไม่ยืนยัน แต่การที่จำเลยยอมรับว่าเคยถูกชี้ ตัวมาแล้วครั้งหนึ่งและเคยให้การรับสารภาพว่าร่วมปล้นทรัพย์กับจับตัวผู้เสียหายไปเรียกค่าไถ่จริง ข้อเท็จจริงเช่นนี้เพียงพอรับฟังว่าจำเลยเป็นคนร้าย.

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยกับพวกที่ยังไม่ได้ตัวมาฟ้องอีก 12 คน ได้ร่วมกันกระทำผิดกฎหมายหลายกรรมต่างกันคือ เมื่อวันที่ 10 พฤศจิกายน2517 เวลากลางวันจำเลยนี้กับพวกมีอาวุธปืนติดตัวร่วมกันปล้นทรัพย์เงินสด 1,500 บาท เสื้อผ้า 7 ชุดราคา 1,000 บาท นาฬิกา 1 เรือนราคา 450 บาท มีดดาบโบราณ 1 เล่ม ราคา 200 บาท ขนอมยาสูบชนิดต่าง ๆ และน้ำตาลทราบขาวเป็นเงิน 950 บาท สบู่ ถ่าน ไฟฉาย ผงซักฟอกเป็นเงิน 72 บาท ยาทัมใจ ยาประสระนอแรด ราคา 24 บาทและของอื่น ๆอีกหลายอย่างราคา 500 บาท รวมเป็นเงินทั้งสิ้น 4,496 บาท (ที่ถูก4,696 บาท) ของนายลาภ ชนะพล ผู้เสียหายไปโดยทุจริตโดยจำเลยกับพวกใช้ปืนเป็นอาวุธขู่เข็ญว่าในทันใดนั้นจะใช้กำลังประทุษร้ายร่างกายผู้เสียหาย เพื่อให้ความสะดวกแก่การลักทรัพย์ให้ยื่นให้ซึ่งทรัพย์

พาทรัพย์นั้นไป ภายหลังจำเลยกับพวกได้กระทำผิดแล้ว เมื่อระหว่างวันที่ 10 พฤศจิกายน 2517 ถึงวันที่ 12 ธันวาคม 2517เวลากลางวันและกลางคืนติดต่อกัน จำเลยกับพวกได้ร่วมกันควบคุมหน่วงเหนี่ยวกักขังผู้เสียหาย อายุ 53 ปี เพื่อให้ได้มาซึ่งค่าไถ่ทั้งนี้โดยจำเลยกับพวกร่วมกันข่มขืนใจใช้กำลังประทุษร้าย ใช้อาวุธปืนขู่เข็ญทำให้ผู้เสียหายปราศจากเสรีภาพในร่างกายเหตุเกิดที่ตำบลสะบ้าย้อย อำเภอสะบ้าย้อย จังหวัดสงขลา ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 310, 313, 340, 340 ตรี, 83, 91พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา (ฉบับที่ 5) พ.ศ. 2525มาตรา 7 ประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 11 ลงวันที่ 21 พฤศจิกายน2514 ข้อ 14, 15 พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา(ฉบับที่ 6)

พ.ศ. 2526 มาตรา 4 ให้จำเลยคืนหรือใช้ราคาทรัพย์ที่ยังไม่ได้คืนแก่ผู้เสียหายเป็นเงิน 4,496 ด้วยจำเลยให้การปฏิเสธศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดฐานปล้อนทรัพย์ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 340 วรรคสอง จำคุก 12 ปี และความผิดฐานหน่วงเหนี่ยวกักขังจับคนเรียกค่าไถ่ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 310, 313 เป็นความผิดกรรมเดียวผิดกฎหมายหลายบท ลงโทษตามมาตรา 313 บทหนัก จำคุกอีก 15 ปี รวมจำคุก 27 ปี คำให้การรับสารภาพของจำเลยในชั้นสอบสวนเป็นประโยชน์ในการพิจารณา ลดโทษหนึ่งในสามตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 แล้ว คงจำคุก 18 ปี ข้อหาอื่นให้ยก ให้จำเลยคืนหรือใช้ราคาทรัพย์ที่ยังไม่ได้คืนแก่ผู้เสียหายเป็นเงิน 4,496 บาท

ด้วยจำเลยอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์ภาค 3 พิพากษายืนจำเลยฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ศาลฎีกาตรวจสำนวนประชุมปรึกษาแล้วทางพิจารณาโจทก์นำสืบว่า เมื่อวันที่ 10 พฤศจิกายน 2517 เวลา 16นาฬิกา ชายสิบกว่าคนแต่งกายชุดเขียวคล้ายทหาร มีปืนสั้นและปืนยาวเป็นอาวุธไปที่บ้านของนายลาภ ชนะพล ผู้เสียหาย คนร้าย 3 คนเข้าไปจี้ตัวผู้เสียหายไว้ คนร้ายอื่นร่วมกันค้นเอาสิ่งของจำพวกผ้าเครื่องนุ่งห่มของกินและเงินสดของผู้เสียหายรวมราคา 4,496 บาท ทั้งจับตัวผู้เสียหายและเด็กหญิงลัดดา อายุ 3 ปี บุตรสาวผู้เสียหายไปด้วยเมื่อไปได้ประมาณ 3 เส้น พบนายเชย พรหมสมบัติ คนร้ายจี้ตัวนายเชยไปประมาณ 3 กิโลเมตร ปล่อยตัวนายเชยและเด็กหญิงลัดดา คนร้ายคุมตัวผู้เสียหายเดินต่อไปพบนายแนมหรือถก

ทองกับศรี เลี้ยงโคอยู่ข้างทางจี้ตัวนายแนมไปอีก เดินไปได้ 2 กิโลเมตรเป็นเวลามืดก็ปล่อยตัวนายแนมกลับคนร้ายคุมตัวผู้เสียหายเดินต่อไปจนเวลา 21 นาฬิกาถึงเนินเขาลูกหนึ่งชื่อควนดำ คนร้ายจับผู้เสียหายล่ามโซ่ไว้และสั่งให้นำเงิน 30,000 บาทมาไถ่ตัว แต่ผู้เสียหายติดต่อทางบ้านไม่ได้คนร้ายคุมตัวผู้เสียหาย 3 วัน เกรงเจ้าหน้าที่ตำรวจไปค้นจึงย้ายไปอยู่ที่เขาอีกลูกหนึ่ง กลางคืนล่ามโซ่ที่เท้าผู้เสียหาย ตลอดเวลามีคนร้ายถือปืนคุมไว้อยู่สิบกว่าวันก็ย้ายไปเข้าแห่งที่สาม ระยะหลังคนร้ายไม่ได้ล่ามโซ่ ผู้เสียหายจึงหลบหนี ได้รวมถูกขัง 1 เดือน3 วัน เมื่อลกับมาถึงบ้านเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ไปสอบปากคำผู้เสียหายผู้เสียหายระบุชื่อคนร้ายหลายคน

ต่อมาจับคนร้ายได้ ร้อยตำรวจโทเสริม พลีทิศสมุทร จัดให้ผู้เสียหายชี้ตัวเมื่อวันที่ 12 มกราคม2518 ผู้เสียหายชี้ตัวจำเลยตามบันทึกการชี้ตัวเอกสารหมาย จ.3ภาพถ่ายหมาย จ.5 รายงานเบ็ดเสร็จประจำวัน เอกสารหมาย จ.6จำเลยให้การรับสารภาพ ตามบันทึกคำให้การเอกสารหมาย จ.7 วันที่ 18มิถุนายน 2531 ร้อยตำรวจตรีไกรวุฒิ วิริยะภาพ พนักงานสอบสวนจัดให้ผู้เสียหายดูตัวจำเลยอีก แต่ผู้เสียหายไม่ยืนยัน เพราะเหตุการณ์นานแล้วจำไม่ได้จำเลยนำสืบว่า เมื่อเดือนธันวาคม 2517 เจ้าหน้าที่ตำรวจนำตัวจำเลยไปที่สถานีตำรวจเพื่อให้ผู้เสียหายดูตัว ผู้เสียหายดูแล้วบอกว่าไม่ใช่ เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงปล่อยตัว ต่อมาจำเลยถูกจับที่อำเภอบ้านโป่ง จังหวัดราชบุรี ข้อหาฆ่าผู้อื่น

เมื่อจำเลยถูกปล่อยตัวออกจากเรือนจำก็ถูกส่งมาดำเนินคดีนี้ การดูตัวครั้งที่สองผู้เสียหายไม่ยืนยันว่าจำเลยเป็นคนร้าย จำเลยมิได้กระทำความผิดตามฟ้องพิเคราะห์แล้ว ข้อเท็จจริงฟังได้ในเบื้องต้นว่า เมื่อวันที่ 10พฤศจิกายน 2517 มีคนร้ายประมาณ 10 คน แต่งกายชุดเขียวคล้ายทหารมีอาวุธปืนติดตัวมาที่บ้านของนายลาภ ชนะพล ผู้เสียหาย ปล้นทรัพย์สินไปได้ตามบัญชีรายการทรัพย์เอกสารหมาย จ.1 คนร้ายจับตัวผู้เสียหายไปด้วยเพื่อเรียกค่าไถ่ ต่อมาผู้เสียหายหนีกลับบ้านได้ปัญหามีว่าจำเลยเป็นคนร้ายร่วมกันปล้นทรัพย์ หน่วงเหนี่ยวกักขังคนเรียกค่าไถ่ตามฟ้องหรือไม่ ข้อเท็จจริงได้ความว่า ผู้เสียหายถูกคุมตัวอยู่1 เดือน 3 วัน จึงหลบหนีมาได้ ในระหว่างที่ถูกคุมตัวอยู่ได้ยินคนร้ายเรียกชื่อกันเองหลายคน

ได้ให้การต่อพนักงานสอบสวนระบุชื่อไว้ ต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจจับกุมจำเลยได้ ร้อยตำรวจโทเสริมจัดให้ผู้เสียหายดูตัวเมื่อวันที่ 12 มกราคม 2518 ผู้เสียหายจำหน้าได้และชี้ตัวจำเลยเป็นคนร้ายตามบันทึกการชี้ตัวเอกสารหมาย จ.3 ภาพถ่ายหมายจ.5 และรายงานเบ็ดเสร็จประจำวันเอกสารหมาย จ.6 แต่มาในชั้นสอบสวนเพิ่มเติมและชั้นพิจารณาผู้เสียหายเบิกความว่าจำจำเลยไม่ได้จึงไม่ยืนยันเห็นว่าขณะชี้ตัวจำเลยเป็นเวลาหลังเกิดเหตุ 2 เดือนผู้เสียหายยังจำเหตุการณ์ได้ดี ในชั้นพิจารณาก็ว่าถ้าชี้ตัวหลังเกิดเหตุใหม่เชื่อว่าจำได้และตอนที่ทำบันทึกเอกสารหมาย จ.3ผู้เสียหายแน่ใจ แต่ขณะที่มีการสอบสวนเพิ่มเติมและขณะที่ผู้เสียหายมาเบิกความเป็นเวลาล่วงเลยมาถึง 15 ปีรูปร่างหน้าตาของคนย่อมเปลี่ยนแปลงไปได้

ประกอบกับขณะสอบสวนเพิ่มเติมผู้เสียหายอายุถึง68 ปี จึงย่อมจำหน้าคนร้ายไม่ได้แน่นอนเหมือนตอนเกิดเหตุ ผู้เสียหายจึงไม่ยืนยัน จำเลยเองก็รับว่าเคยถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจตามตัวไปให้ผู้เสียหายชี้ตัวจริงข้อเท็จจริงจึงฟังได้ว่าจำเลยเคยถูกผู้เสียหายชี้ตัวตามบันทึกเอกสารหมาย จ.3 ภาพถ่ายหมาย จ.5 ซึ่งผู้เสียหายยืนยันว่าจำเลยเป็นคนร้ายร่วมกระทำผิดด้วย นอกจากนี้ปรากฏว่า จำเลยเคยให้การต่อพนักงานสอบสวนเมื่อวันที่ 13 มกราคม2518 โดยรับสารภาพว่าร่วมกับพวกปล้นทรัพย์และจับตัวผู้เสียหายไปเพื่อเรียกค่าไถ่จริง ตามบันทึกคำให้การของผู้ต้องหา เอกสารหมายจ.7 อันเป็นเวลาใกล้เคียงกับวันเกิดเหตุการสอบสวนไม่มีพิรุธแต่อย่างใด จำเลยฎีกาว่าการสอบสวนไม่ชอบเพราะการชี้ตัวครั้งแรกเหตุการณ์ยังใหม่

ๆ สด ๆ ทำไมจำไม่ได้ การชี้ตัวครั้งที่ 2 ว่าจำเลยเป็นคนร้าย เห็นว่า ผู้เสียหายชี้ตัวครั้งแรกเมื่อวันที่ 12มกราคม 2518 ได้ถูกต้อง ตามบันทึกการชี้ตัวผู้ต้องหาเอกสารหมาย จ.3ภาพถ่ายหมาย จ.5 รายงานเบ็ดเสร็จประจำวัน เอกสารหมาย จ.6 ส่วนการดูตัวครั้งที่สองเมื่อ พ.ศ. 2531 ร้อยตำรวจตรีไกรวุฒิ จัดให้ดูตัว ผู้เสียหายไม่ยืนยัน บอกจำไม่ได้ จึงไม่มีบันทึกและถ่ายภาพไว้แต่อย่างใด การสอบสวนชอบด้วยกฎหมายแล้ว พยานหลักฐานโจทก์มีนำ้หนักรับฟังได้ว่าจำเลยกระทำผิดฐานปล้นทรัพย์ โดยพวกของจำเลยมีอาวุธติดตัวไปด้วยและหน่วงเหนี่ยวกักขังจับคนเรียกค่าไถ่ ที่ศาลล่างทั้งสองพิพากษามานั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย ฎีกาของจำเลยฟังไม่ขึ้นพิพากษายืน.

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ชุม สุกแสงเปล่ง · เทพฤทธิ์ ศิลปานนท์ · พินิจ ฉิมพาลี
แหล่งที่มา
สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2104/2567

การวินิจฉัยชั่งน้ำหนักพยานบอกเล่า พยานซัดทอด หรือพยานที่จำเลยไม่มีโอกาสถามค้านนั้น ศาลจะต้องกระทำด้วยความระมัดระวัง และไม่ควรเชื่อพยานหลักฐานนั้นโดยลำพังเพื่อลงโทษจำเลย เว้นแต่จะมีเหตุผลอันหนักแน่น มี…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1207/2567

การจะเป็นความผิดฐานมีส่วนร่วมในองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติโดยร่วมกระทำการใด ๆ ไม่ว่าทางตรงหรือทางอ้อมในการดำเนินการขององค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ หรือเป็นเครือข่ายดำเนินงานขององค์กรดังกล่าว หรือสมคบกันตั้งแต่…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 125/2567

การกระทำที่จะเป็นความผิดตาม พ.ร.บ.เครื่องหมายการค้า พ.ศ. 2534 มาตรา 110 (1) ผู้กระทำต้องรู้ว่าสินค้าที่ตนนำเข้ามาในราชอาณาจักร จำหน่าย เสนอจำหน่าย หรือมีไว้เพื่อจำหน่าย เป็นสินค้าที่มีเครื่องหมายการค้…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 740/2566

แม้คําพิพากษาคดีแพ่งของศาลชั้นต้นจะมีผลผูกพันโจทก์จำเลยซึ่งเป็นคู่ความตาม ป.วิ.พ. มาตรา 145 วรรคหนึ่ง ทำให้จำเลยไม่มีสิทธิกล่าวอ้างข้อเท็จจริงอย่างอื่นให้แตกต่างไปจากผลแห่งคําวินิจฉัยดังกล่าวที่ฟังข้อ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 514/2566

วิธีพิจารณาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบให้ใช้ระบบไต่สวนและเป็นไปโดยรวดเร็ว และก่อนศาลมีคำพิพากษาหรือคำสั่ง ศาลอาจเรียกพยานหลักฐานมาสืบเพิ่มเติมตามที่เห็นสมควร ซึ่งรวมทั้งการเรียกพยานที่สืบแล้วมาสืบใหม่โดย…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้