คำฟ้องและคำให้การ
โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 288พระราชบัญญัติอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิงและสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ. 2490 มาตรา 7, 72 คำสั่งของคณะปฏิรูปการปกครองแผ่นดิน ฉบับที่ 44 ลงวันที่ 21 ตุลาคม 2519ข้อ 6 คืนของกลางแก่เจ้าของจำเลยให้การปฏิเสธระหว่างการพิจารณาของศาลชั้นต้น นายฟัก เฟื่องฟู บิดาผู้ตายได้รับอนุญาตให้เข้าเป็นโจทก์ร่วมศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 288 จำคุก 15 ปี และให้ลงโทษจำเลยตามพระราชบัญญัติอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิงและสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ. 2490 มาตรา 7, 72 ปรับ 1,000 บาทรวมเป็นจำคุก 15 ปี
ปรับ 1,000 บาท คำให้การของจำเลยในชั้นสอบสวนและคำเบิกความของจำเลยในชั้นพิจารณาเป็นประโยชน์แก่การพิจารณามีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้กึ่งหนึ่ง ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78คงจำคุก 7 ปี 6 เดือน ปรับ 500 บาท ไม่ชำระค่าปรับจัดการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 29, 30 อาวุธปืนของกลางคืนเจ้าของโจทก์ร่วมและจำเลยอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับ ให้ยกฟ้องโจทก์โจทก์และโจทก์ร่วมฎีกาศาลฎีกาฟังข้อเท็จจริงแล้ววินิจฉัยว่า ขณะเกิดเหตุเป็นเวลา2 นาฬิกา บ้านที่เกิดเหตุถูกผู้ตายกับพวกอีก 3 คน มีปืนพกและมีดเป็นอาวุธติดตัวเข้าปล้นเอาทรัพย์สินไปได้หลายอย่าง จากนั้นผู้ตายซึ่งมีอาวุธปืนพกพร้อมกระสุนปืนได้เข้าไปที่มุ้งของจำเลยในขณะที่จำเลยนอนอยู่ในมุ้งแต่ผู้เดียวในกระท่อมในบริเวณบ้านที่เกิดเหตุ แล้วร้องบอกให้จำเลยนอนเงียบ
ๆ จำเลยจึงใช้ปืนยิงผู้ตายหลายนัดถึงแก่ความตายดังนี้การกระทำของจำเลยเป็นการป้องกันตนพอสมควรแก่เหตุ จำเลยจึงไม่มีความผิดสำหรับข้อหาความผิดต่อพระราชบัญญัติอาวุธปืนฯ นั้นได้ความว่าอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนที่จำเลยใช้ยิงผู้ตายเป็นของนางลำพูภริยาจำเลยซึ่งได้รับอนุญาตให้มีและใช้โดยชอบด้วยกฎหมาย ปรากฏตามเอกสารหมาย จ.17 นางลำพูได้มอบอาวุธปืนและกระสุนปืนให้จำเลยนำไปเฝ้าคุ้มครองดูแลเป็ดอันเป็นทรัพย์สินรวมของจำเลยกับนางลำพูซึ่งอยู่ในบริเวณบ้านของจำเลยและนางลำพูในขณะที่นางลำพูก็อยู่ที่บ้านด้วยดังนี้ ถือได้ว่าการครอบครองอาวุธปืนและกระสุนปืนยังอยู่กับนางลำพู จำเลยจึงไม่มีความผิดตามพระราชบัญญัติอาวุธปืนฯ ดุจกันพิพากษายืน.