Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 33/2501

พ.ศ. 2501 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

การเช่าโรงเก็บรถนั้น เมื่อข้อเท็จจริงฟังได้ตามคำพยานและสภาพของสถานที่ว่าเช่าเพื่อเป็นที่อยู่อาศัยก็ถือว่าเป็นการเช่า "เคหะ" ตามความหมายของกฎหมายว่าด้วยการควบคุมค่าเช่าในภาวะคับขัน แม้สัญญาจะมีถ้อยคำว่า "เช่าโรงรถ"ก็ตาม คู่ความก็ยังนำสืบได้ว่าเมื่อเช่ามาแล้วมิได้ใช้เก็บรถ หากใช้เป็นที่อยู่อาศัยตลอดมาไม่เป็นการสืบแก้ไขเปลี่ยนแปลงเอกสาร การให้เช่า "เคหะ" ตามกฎหมายว่าด้วยการควบคุมค่าเช่านั้น ผู้ให้เช่าจะถือเอาเหตุที่สัญญาสิ้นอายุมาฟ้องขับไล่ผู้เช่าไม่ได้ และผู้ให้เช่าจะได้บอกกล่าวเลิกสัญญาหรือไม่ก็ไม่สำคัญ ในเรื่องเช่า "เคหะ" ข้อสัญญาที่ว่าเมื่อครบกำหนดสัญญาเช่า ผู้เช่ายอมให้ถือว่าผู้เช่ายินยอมออกจากที่เช่าตาม พ.ร.บ. ควบคุมค่าเช่า ฯลฯ นั้นความยินยอมเช่นว่านี้ใช้บังคับไม่ได้ (เทียบฎีกาที่ 1963 - 1965/2494 ฏีกาที่ 769/2494)

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

พ.ร.บ.ควบคุมค่าเช่าในภาวะคับขัน พ.ศ.2489 มาตรา 16 ป.วิ.พ. มาตรา 94 ป.วิ.พ. มาตรา 249

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยทั้งสองได้ทำสัญญาเช่าโรงเก็บรถมีกำหนด ๓ ปี นับแต่ ๑ เมษายน ๒๔๙๒ อัตราค่าเช่าเดือนละ ๒๕๐ บาท บัดนี้สัญญาเช่าสิ้นอายุแล้วและทั้งจำเลยมิได้ใช้เก็บรถอย่างเดียว กลับให้บุคคลอื่นอีกหลายครอบครัวเช่าช่วงโดยไม่ได้รับอนุญาต โจทก์บอกเลิกสัญญาเช่าแล้ว จำเลยไม่ยอมออก ขอให้ขับไล่และให้จำเลยใช้ค่าเสียหาย

จำเลยให้การว่าจำเลยเช่าเพื่ออยู่อาศัยได้รับความคุ้มครองตาม พ.ร.บ. ควบคุมค่าเช่าฯ บุคคลที่อยู่ในที่เช่าเป็นบริวารของจำเลย วันชี้สองสถานโจทก์แถลงไม่ติดใจประเด็นที่หาว่าจำเลยให้เช่าช่วง

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลแขวงพระนครใต้ได้พิพากษาให้ขับไล่จำเลยกับบริวาร และให้จำเลยทั้งสองใช้ค่าเสียหาย

จำเลยอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับให้ยกฟ้องโดยเห็นว่าโรงรถที่เช่าได้เปลี่ยนสภาพเป็นที่อยู่อาศัยแล้ว เป็นเคหะ ตามพ.ร.บ. ควบคุมค่าเช่าฯ

ศาลฎีกาวินิจฉัย

โจทก์ฎีกา

ศาลฎีกาเห็นว่า ๑. ฟ้องของโจทก์มิได้กล่าวถึงเรื่องเช่ากันมาก่อน กล่าวเฉพาะตอนที่จำเลยเช่าเมื่อ ๑ เมษายน ๒๔๙๒ ประเด็นจำกัดอยู่เฉพาะการเช่านี้ ข้อเท็จจริงฟังได้ตามคำพยานจำเลย และสภาพของสถานที่ว่าจำเลยเช่าโรงรถเพื่อเป็นที่อยู่อาศัย จึงเป็นการเช่า "เคหะ" ตามความหมายของกฎหมายว่าด้วยการควบคุมค่าเช่าในภาวะคับขัน ๒.การใช้ถ้อยคำในสัญญาว่า "เช่าโรงรถ" เพราะที่ที่ให้เช่าเคยเป็นโรงรถ และเป็นคำที่ เข้าใจกันดี ระหว่างคู่สัญญานั้น จำเลยย่อมนำสืบได้ว่า เมื่อเช่ามาแล้วมิได้ใช้ในการนั้น หากแต่ใช้เป็นที่อยู่อาศัยตลอดมาโดยโจทก์มิได้ทักท้วงว่ากล่าว (ตามนัยฎีกาที่ ๑๙๖๓ - ๑๙๖๕ / ๒๔๙๔) ๓.เมื่อได้ฟังว่าเป็นการเช่า "เคหะ" ตามกฎหมายว่าด้วยการควบคุมค่าเช่าแล้ว

โจทก์ผู้ให้เช่าจะถือเอาเหตุที่สัญญาสิ้นอายุมาฟ้องขับไล่จำเลยผู้เช่าไม่ได้ และโจทก์จะได้บอกกล่าวเลิกสัญญาหรือไม่ ไม่สำคัญ ๔. ข้อสัญญาที่ว่า "เมื่อครบกำหนดสัญญาเช่าก็ดี หรือผู้เช่าทำผิดสัญญาตามข้อ ๘ (คือผิดสัญญาข้อหนึ่งข้อใดก็ดี ผู้เช่ายอมให้ถือว่าผู้เช่ายินยอมออกจากที่เช่าตามพระราชบัญญัติควบคุมค่าเช่าในภาวะคับขัน พุทธศักราช ๒๔๘๙ มาตรา ๑๖(๕) " นั้น มิได้ยกขึ้นว่ากันมาให้ศาลล่าง ทั้งไม่เป็นปัญหาเกี่ยวด้วยความสงบ จึงฎีกาไม่ได้ แต่อย่างไรก็ดี ความยินยอมเช่นว่านี้ได้บังคับไม่ได้ (ตามนัยฎีกาที่ ๗๖๙/๒๔๙๔) ศาลฎีกาจึง

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน ให้ยกฟ้อง

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
มนูเวทย์วิมลนาท · พิบูลย์ไอศวรรย์ · ประศาสน์วินิจฉัย
ศาลล่าง
ศาลแขวงพระนครใต้ - นายประเสริฐ พิพัฒนกุล
ศาลอุทธรณ์ - หลวงอาทรคดีราษฎร์
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2521/2559

การจะซื้อขายระหว่างโจทก์กับจำเลยเป็นการจะซื้อขายอสังหาริมทรัพย์ ซึ่งกฎหมายกำหนดรูปแบบและหลักฐานในการทำสัญญากันไว้ตาม ป.พ.พ. มาตรา 456 วรรคสอง ว่า สัญญาจะขายหรือจะซื้ออสังหาริมทรัพย์ ถ้ามิได้มีหลักฐานเ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6446/2552

การที่จำเลยที่ 3 นำสืบว่า จำเลยที่ 1 กู้ยืมเงินจากโจทก์ไปเพียง 15,000 บาท แต่โจทก์ให้จำเลยที่ 1 ทำหนังสือสัญญากู้ยืมเงิน โดยระบุจำนวนเงินกู้ไว้ 40,000 บาท เพื่อเป็นประกันการกู้ยืมเงินในกรณีที่จำเลยที่…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5658/2552

ที่ดินพิพาททั้งสี่แปลงที่จำเลยที่ 2 ได้มาเป็นทรัพย์สินซึ่งเป็นกรรมสิทธิ์รวมระหว่างจำเลยที่ 2 กับโจทก์ โจทก์มีสิทธิในที่ดินพิพาททั้งสี่แปลงครึ่งหนึ่ง ส่วนอีกครึ่งหนึ่งเป็นของจำเลยที่ 2 และเป็นสินสมรสระ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1602/2551

เมื่อศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้องโจทก์สำหรับจำเลยร่วมแล้ว ก็ถือไม่ได้ว่าจำเลยร่วมถูกโต้แย้งสิทธิในชั้นอุทธรณ์ตาม ป.วิ.พ. มาตรา 55 จำเลยร่วมจึงไม่มีสิทธิอุทธรณ์ ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 3 รับวินิจฉัยอุทธรณ์ของจำเลย…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3380/2549

คดีนี้โจทก์ฟ้องให้จำเลยรับผิดชอบตามสัญญากู้ยืมเงิน จำเลยย่อมนำสืบข้อเท็จจริงตามคำให้การได้ว่า ไม่เคยกู้ยืมเงินหรือรับเงินจากโจทก์ แต่ได้ลงชื่อในสัญญากู้ยืมเงินมอบให้โจทก์โดยยังไม่ได้กรอกข้อความ เพื่อใ…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้