คำฟ้องและคำให้การ
โจทก์ฟ้องเรียกค่าซื้อเชื่อกระดาษ ขอให้จำเลยทั้งสองร่วมกันใช้เงินจำเลยให้การต่อสู้ว่า จำเลยที่ 1 ได้ผ่อนชำระไปบ้างแล้วจำเลยที่ 2 เป็นตัวแทนไม่ต้องรับผิดเป็นส่วนตัว และฟ้องขาดอายุความศาลชั้นต้นพิจารณาแล้ววินิจฉัยว่า คดีขาดอายุความ พิพากษาให้ยกฟ้องโจทก์อุทธรณ์ขอให้บังคับให้จำเลยชำระเงินตามคำฟ้อง ในคำฟ้องอุทธรณ์ข้อหนึ่งโจทก์บรรยายว่า "ในประเด็นข้อที่ว่า จำเลยที่ 2 จะต้องรับผิดชอบในหนี้สินที่โจทก์ฟ้องเป็นส่วนตัวต่อโจทก์หรือไม่ เมื่อข้อเท็จจริงตามหลักฐานพยานและข้อกฎหมายดังโจทก์ได้กราบเรียนมาแล้ว ฟังได้ว่าจำเลยที่ 1 จะต้องรับผิดในการชำระหนี้ตามที่จำเลยที่ 2 ในฐานะผู้ชำระบัญชีรับสภาพหนี้ต่อโรงงานกระดาษไทยในจำนวนหนี้ของโรงพิมพ์อำพลพิทยาต่อโจทก์แล้ว จำเลยที่ 2 ในฐานะส่วนตัวก็ไม่ต้องรับผิดชอบต่อโจทก์อีกศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่า
คำพิพากษาศาลล่าง
โจทก์อุทธรณ์เฉพาะจำเลยที่ 1 คนเดียวคดีสำหรับจำเลยที่ 2 จึงเป็นอันยุติ แล้วพิพากษาแก้คำพิพากษาศาลชั้นต้นให้จำเลยที่ 1 ชำระเงินบางส่วนศาลฎีกาวินิจฉัยว่า โจทก์บรรยายฟ้องอุทธรณ์เกี่ยวกับจำเลยที่ 2เพียงเท่านั้น ข้อวินิจฉัยของศาลอุทธรณ์ที่ว่า
โจทก์อุทธรณ์เฉพาะจำเลยที่ 1 คนเดียวจึงชอบแล้ว เพราะตามข้อความนั้นไม่มีทางที่จะให้เข้าใจได้ตามที่โจทก์ฎีกาว่า หมายความว่าถ้าจำเลยที่ 1 ไม่ต้องรับผิด จำเลยที่ 2 ต้องรับผิดเป็นส่วนตัว
ศาลฎีกาวินิจฉัย
ศาลฎีกาเห็นว่าตามข้อความในฟ้องอุทธรณ์นั้นกลับทำให้เข้าใจในทางตรงข้ามว่าจำเลยที่ 2 ไม่ต้องรับผิดเป็นส่วนตัวการที่จำเลยที่ 1 ซื้อเชื่อกระดาษจากโจทก์มาพิมพ์เป็นแบบพิมพ์ส่งให้หน่วยราชการ แม้จะเรียกค่าตอบแทนว่าค่าจ้าง ก็เป็นการทำให้แบบพิมพ์เป็นสินค้าอันเป็นการประกอบอุตสาหกรรม คดีจึงมีอายุความ5 ปี ตามมาตรา 165 วรรคท้ายพิพากษาแก้