Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3315/2535

พ.ศ. 2535 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

แม้ศาลมีคำสั่งว่าที่พิพาทซึ่งมีชื่อ ก. เป็นผู้ถือกรรมสิทธิ์ ตกเป็นกรรมสิทธิ์ของจำเลยโดยการครอบครองปรปักษ์แต่ ก. มิได้เป็นคู่ความในคดีดังกล่าวด้วยจึงถือว่าเป็นบุคคลภายนอกที่มีสิทธิพิสูจน์ว่าตนมีสิทธิดีกว่าจำเลยได้เมื่อ ก.ตาย โจทก์ซึ่งเป็นทายาทผู้มีสิทธิรับมรดกของ ก. จึงมีสิทธิพิสูจน์ได้ว่าตนมีสิทธิในที่พิพาทดีกว่าจำเลยได้เช่นเดียวกันจึงมีอำนาจฟ้อง ที่พิพาทมีชื่อ ก. เป็นผู้ถือกรรมสิทธิ์ ก. ได้ให้ผู้มีชื่อปลูกบ้านอยู่อาศัยเมื่อ ก. ตาย จ. พี่สาวโจทก์ได้ยื่นขอรับมรดก เมื่อผู้มีชื่อย้ายออกไปโจทก์และพี่น้องได้เข้าครอบครองทำประโยชน์ ส่วนจำเลยไม่เคยเข้าทำประโยชน์ในที่พิพาทและ ก.ไม่เคยขายที่พิพาทให้แก่จำเลย แม้ศาลจะเคยมีคำสั่งว่า ที่พิพาทตกเป็นกรรมสิทธิ์ของจำเลยโดยการครอบครองปรปักษ์ โจทก์ก็มีสิทธิในที่พิพาทดีกว่าจำเลย.

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า นายกล่ำ นยะเนตร และนางชื่อน นยะเนตรเป็นสามีภริยากัน โดยชอบด้วยกฎหมาย มีบุตร 8 คน โจทก์เป็นบุตรคนหนึ่ง นายกล่ำเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ที่ดินโฉนดเลขที่ 3997ตำบลพระงาม อำเภอพรหมบุรี จังหวัดสิงห์บุรีเนื้อที่ 1 ไร่2 งาน 80 ตารางวา ต่อมาเมื่อปี 2498 นายกล่ำถึงแก่กรรม ที่ดินแปลงดังกล่าวจึงเป็นมรดกตกแก่โจทก์และพี่น้องรวม 8 คน โจทก์และพี่น้องรวม 8 คน ได้ครอบครองทำประโยชน์ในที่ดินแปลงดังกล่าวตลอดมา เมื่อวันที่ 2 มกราคม 2530 จำเลยได้ยื่นคำร้องต่อศาลชั้นต้นอ้างว่า เมื่อประมาณ 35 ปีมาแล้ว นายกล่ำได้ขายที่ดินแปลงดังกล่าวให้จำเลย จำเลยได้ครอบครองที่ดินแปลงดังกล่าวมาด้วยความสงบ เปิดเผย และเจตนาเป็นเจ้าของจนได้กรรมสิทธิ์ตามกฎหมายซึ่งเป็นความเท็จทั้งสิ้น ความจริงนายกล่ำไม่เคยขายที่ดินแปลงดังกล่าวให้แก่จำเลยและจำเลยไม่เคยเข้าครอบครองที่ดินแปลงดังกล่าวเลย

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่าที่ดินแปลงดังกล่าวตกเป็นกรรมสิทธิ์ของจำเลยตามกฎหมายปรากฏตามคดีแพ่งหมายเลขแดงที่ 14/2530ของศาลชั้นต้น ต่อมาเมื่อเดือนกรกฎาคม 2530 จำเลยและบริวารบุกรุกเข้าไปไถที่ดินแปลงดังกล่าวโจทก์ได้ห้ามปราม จำเลยเพิกเฉยทำให้โจทก์ได้รับความเสียหายเดือนละ 1,000 บาท ขอให้พิพากษาว่าที่ดินโฉนดเลขที่ 3997 ตำบลพระงาม อำเภอพรหมบุรี จังหวัดสิงห์บุรีเป็นกรรมสิทธิ์ของนายกล่ำ นยะเนตร และเป็นมรดกตกทอดแก่โจทก์และทายาท ให้ขับไล่จำเลยและบริวารออกไปจากที่ดินแปลงดังกล่าวและให้จำเลยใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์เดือนละ 1,000 บาท นับแต่วันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจำเลยและบริวารจะออกไปจากที่ดินแปลงนี้จำเลยให้การว่า เมื่อปี 2496 นายกล่ำ

นยะเนตร ได้ขายที่พิพาทโฉนดเลขที่ 3997 ตำบลพระงาม อำเภอพรหมบุรี จังหวัดสิงห์บุรีให้แก่จำเลยในราคา 1,000 บาท และได้ทำหลักฐานให้ไว้เป็นสัญญากู้เงิน 1 ฉบับ พร้อมกับมอบโฉนดที่พิพาทให้จำเลย จำเลยเข้าครอบครองที่พิพาทอย่างเป็นเจ้าของด้วยความสงบ เปิดเผย เป็นเวลาเกินกว่า10 ปีแล้ว ที่พิพาทจึงตกเป็นกรรมสิทธิ์ของจำเลยตามคำสั่งของศาลชั้นต้น คดีแพ่งหมายเลขแดงที่ 14/2530 โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้องขับไล่จำเลยและเรียกค่าเสียหาย ขอให้ยกฟ้องศาลชั้นต้นพิพากษาให้เพิกถอนชื่อจำเลยออกจากโฉนดที่ดินเลขที่3997 ตำบลพระงาม อำเภอพรหมบุรี จังหวัดสิงห์บุรี ให้จำเลยและบริวารออกไปจากที่ดินดังกล่าว ให้จำเลยใช้ค่าเสียหายเดือนละ 200 บาทนับแต่วันถัดจากวันฟ้องจนกว่าจำเลยและบริวารจะออกไปจากที่ดินดังกล่าว กับให้จำเลยใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนโจทก์ โดยกำหนดค่าทนายความ 1,500 บาทจำเลยอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำเลยใช้ค่าทนายความในศาลชั้นต้น 1,000 บาท

แทนโจทก์ และให้จำเลยใช้ค่าทนายความชั้นอุทธรณ์ 500 บาท แทนโจทก์ นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นจำเลยฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ข้อเท็จจริงในเบื้องต้นฟังได้ว่าโจทก์และพี่น้องอีก 7 คน เป็นทายาทนายกล่ำ นยะเนตร และนายกล่ำเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ที่ดินโฉนดเลขที่ 3997 ตำบลพระงาม อำเภอพรหมบุรีจังหวัดสิงห์บุรี เมื่อปี 2498 นายกล่ำถึงแก่กรรม ที่พิพาทจึงตกเป็นมรดกของโจทก์และพี่น้องอีก 7 คน ต่อมาเมื่อปี 2530

ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่าที่พิพาทตกเป็นกรรมสิทธิ์ของจำเลยโดยการครอบครองปรปักษ์ ตามคดีหมายเลขแดงที่ 14/2530 ของศาลชั้นต้นมีปัญหาตามที่จำเลยฎีกาว่า โจทก์มีอำนาจฟ้องหรือไม่ ที่พิพาทตกเป็นกรรมสิทธิ์ของจำเลยหรือไม่...

ศาลฎีกาวินิจฉัย

พิเคราะห์แล้ว ในปัญหาที่ว่าโจทก์มีอำนาจฟ้องหรือไม่นั้นได้ความว่า จำเลยยื่นคำร้องขอแสดงกรรมสิทธิ์ที่พิพาทซึ่งมีชื่อนายกล่ำเป็นผู้ถือกรรมสิทธิ์ โดยอ้างการครอบครองปรปักษ์ ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่าที่พิพาทตกเป็นกรรมสิทธิ์ของจำเลย จำเลยอาจใช้ยันแก่บุคคลภายนอกได้ แต่นายกล่ำมิได้เป็นคู่ความในคดีที่จำเลยยื่นคำร้องขอแสดงกรรมสิทธิ์ดังกล่าว นายกล่ำจึงเป็นบุคคลภายนอกที่มีสิทธิพิสูจน์ได้ว่าตนมีสิทธิดีกว่าจำเลยตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 145(2) นายกล่ำถึงแก่กรรม โจทก์ซึ่งเป็นทายาทผู้มีสิทธิรับมรดกของนายกล่ำจึงมีสิทธิพิสูจน์ได้ว่าตนมีสิทธิดีกว่าจำเลย โจทก์จึงมีอำนาจฟ้องที่จำเลยฎีกาว่า จำเลยมีสิทธิในที่พิพาทดีกว่าโจทก์นั้น...โจทก์มีตัวโจทก์และนายใย

นยะเนตร เบิกความว่า นายกล่ำให้นายเปรื่องและนางบุญ หมั่นกิจการปลูกบ้านอยู่อาศัยในที่พิพาทเมื่อนายกล่ำถึงแก่กรรม นางเปรื่องไปขออยู่ในที่ดินกับโจทก์และนายใย ต่อมานายเปรื่องถึงแก่กรรม นางบุญจึงย้ายออกไปจากที่พิพาท เห็นว่า โจทก์และนายใย เป็นบุตรนายกล่ำ ย่อมทราบเรื่องเกี่ยวกับที่พิพาทดีกว่าผู้อื่น นอกจากนี้โจทก์ยังมีนายแม้นหมั่นกิจการ เบิกความสนับสนุนว่านายเปรื่องและนางบุญไปปลูกบ้านอยู่อาศัยในที่พิพาทจำเลยไม่ได้เข้าไปทำประโยชน์ในที่พิพาทเมื่อนายกล่ำถึงแก่กรรมนายเปรื่องและนางบุญก็ยังคงอาศัยอยู่ในที่พิพาทจนกระทั่งนายเปรื่องถึงแก่กรรม นางบุญจึงย้ายออกไปจากที่พิพาทนายแม้นเป็นบุตรนายเปรื่องและเป็นญาติทั้งฝ่ายโจทก์และฝ่ายจำเลย

ไม่มีส่วนได้เสียกับฝ่ายใด น่าเชื่อว่าเบิกความไปตามจริง ยิ่งกว่านั้นนายสมพงษ์ พุทรา กำนันตำบลพระงามซึ่งที่พิพาทตั้งอยู่ก็เบิกความสนับสนุนโจทก์ว่า พยานไม่เคยเห็นจำเลยเข้าไปทำประโยชน์ในที่พิพาท ประกอบกับเมื่อนางจวนยื่นคำขอรับมรดกที่พิพาทนางจวนก็ได้ยื่นโฉนดที่พิพาทต่อเจ้าพนักงานที่ดินจังหวัดสิงห์บุรีด้วย ปรากฏตามคำขอเอกสารหมาย จ.7 ทำให้พยานหลักฐานโจทก์น่าเชื่อยิ่งขึ้นฝ่ายจำเลยแม้จะมีนางบุญมาเบิกความสนับสนุนว่านายกล่ำขายที่พิพาทให้แก่จำเลยแต่จำเลยก็ไม่มีหลักฐานเป็นหนังสือมาแสดง คงมีแต่หนังสือสัญญากู้เอกสารหมาย ล.2 ซึ่งจำเลยอ้างว่าเป็นหลักฐานการซื้อขายที่พิพาทแต่สัญญากู้เอกสารหมาย ล.2นางบุญก็ไม่ได้ลงลายมือชื่อเป็นพยาน

คำเบิกความของนางบุญจึงมีพิรุธไม่น่าเชื่อสำหรับนางศรี ศรีเงินทรัพย์ พยานจำเลยอีกปากไม่ได้รู้เห็นการซื้อขายที่พิพาทแต่อย่างใด เพียงแต่ได้รับฟังจากจำเลยว่านายกล่ำขายที่พิพาทให้จำเลย จึงมีน้ำหนักน้อยจำเลยจึงมีแต่ตัวจำเลยเพียงปากเดียวเบิกความลอย ๆ และยังเบิกความว่าโฉนดที่พิพาทที่นายกล่ำมอบให้ไว้ได้หายไป ซึ่งความจริงปรากฏว่านางจวนได้นำโฉนดที่พิพาทไปยื่นต่อเจ้าพนักงานที่ดินเพื่อขอรับมรดก น่าเชื่อว่าจำเลยได้มอบโฉนดที่พิพาทให้นางจวน การที่จำเลยมอบโฉนดที่พิพาทให้นางจวนโดยง่ายดาย แสดงว่านายกล่ำมอบโฉนดที่พิพาทให้แก่จำเลยไว้เป็นการค้ำประกันเงินกู้ตามสัญญากู้เอกสารหมาย ล.2 พยานหลักฐานโจทก์มีน้ำหนักมากกว่าพยานหลักฐานจำเลยฟังได้ว่านายกล่ำไม่ได้ขายที่พิพาทให้แก่จำเลยและไม่ได้มอบการครอบครองที่พิพาทให้แก่จำเลย โจทก์และพี่น้องได้ครอบครองที่พิพาทตลอดมา โจทก์จึงมีสิทธิในที่พิพาทดีกว่าจำเลย และมีสิทธิเรียกค่าเสียหายจากจำเลยได้ ที่ศาลอุทธรณ์พิพากษามานั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย ฎีกาจำเลยฟังไม่ขึ้น"

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน.

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
บุญส่ง วรรณกลาง · สะสม สิริเจริญสุข · ประพัฒน์ อุชุภาพ
แหล่งที่มา
สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้