Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 332/2568

พ.ศ. 2568 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ในคดีผู้บริโภคปัญหาเกี่ยวกับเรื่องอายุความมิใช่ข้อกฎหมายอันเกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อยของประชาชนที่ศาลจะยกขึ้นวินิจฉัยได้เองตาม ป.วิ.พ. มาตรา 142 (5) ประกอบ พ.ร.บ.วิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. 2551 มาตรา 7 แต่เป็นเรื่องที่จำเลยจะต้องให้การต่อสู้คดีไว้ และหากศาลเห็นว่าคำให้การดังกล่าวไม่ถูกต้องหรือขาดสาระสำคัญบางเรื่อง ศาลอาจมีคำสั่งให้จำเลยแก้ไขคำให้การในส่วนนั้นให้ถูกต้องหรือชัดเจนขึ้นก็ได้ตาม พ.ร.บ.วิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. 2551 มาตรา 26 ทั้งประเด็นข้อพิพาทย่อมเกิดจากคำฟ้องและคำให้การซึ่งตามคำให้การของจำเลยเกี่ยวกับอายุความนั้น จำเลยให้การว่า โจทก์ฟ้องให้จำเลยชำระค่าบริการสาธารณะ/ค่าสาธารณูปโภคส่วนกลางประจำปี 2553 ถึงปี 2562 โจทก์ไม่มีสิทธิเรียกร้องเอาจากจำเลย เป็นกรณีฟ้องเกินกว่า 5 ปี ตาม ป.พ.พ. มาตรา 193/33 (4) ดังนั้น ค่าเสียหายในส่วนนี้จึงขาดอายุความ คำให้การของจำเลยเป็นการแสดงโดยชัดแจ้งในคำให้การว่าจำเลยยกอายุความขึ้นปฏิเสธคำฟ้องของโจทก์แล้ว ทั้งจำเลยยังได้แสดงเหตุแห่งการขาดอายุความด้วยว่าคดีโจทก์ขาดอายุความเมื่อใด นับแต่วันใดถึงวันฟ้อง คดีจึงมีประเด็นข้อพิพาทว่า คดีโจทก์ขาดอายุความหรือไม่ ส่วนปัญหาว่า คดีขาดอายุความเรื่องใด อย่างไร เป็นเรื่องที่ศาลจะวินิจฉัยยกบทบัญญัติของกฎหมายขึ้นปรับให้ถูกต้องได้ เมื่อโจทก์เป็นผู้รับโอนใบอนุญาตจัดสรรที่ดินจากผู้จัดสรรที่ดินเดิมจึงเป็นผู้ประกอบธุรกิจอสังหาริมทรัพย์และการจัดทำโครงการพิพาทเพื่อจำหน่ายที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างแก่คนทั่วไปตามที่โฆษณา โจทก์จะดำเนินการจัดให้มีสาธารณูปโภคและบริการรักษาความปลอดภัยโดยเรียกเก็บค่าบำรุงรักษาบริการสาธารณะตามที่ได้รับความเห็นชอบจากคณะกรรมการจัดสรรที่ดิน เมื่อสาธารณูปโภคและบริการสาธารณะเป็นบริการส่วนหนึ่งของโครงการพิพาทที่มีผลต่อการประกอบธุรกิจตามที่โจทก์จัดสรรจำหน่ายเป็นการค้าหากำไรดังที่โฆษณาไปก่อนแล้ว การเรียกเก็บเงินค่าใช้จ่ายค้างชำระตามฟ้องเป็นค่าบริการสาธารณะของโจทก์จึงถือเป็นการดำเนินการของผู้ประกอบการค้าเป็นปกติธุระเพื่อหวังผลกำไรในทางการค้าที่เรียกเอาค่าการงานที่ได้ทำขึ้น อยู่ในบังคับต้องใช้สิทธิเรียกร้องภายในกำหนดอายุความ 2 ปี ตาม ป.พ.พ. มาตรา 193/34 (1)

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยชำระเงิน 512,523.41 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 12 ต่อปี ของต้นเงิน 274,832 บาท นับถัดจากวันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ และให้จำเลยชำระเงินค่าบำรุงรักษาสาธารณูปโภคส่วนกลาง/ค่าบริการสาธารณะ ค่าตัดหญ้าเป็นรายปีในอัตราปีละ 26,734 บาท นับแต่ปี 2563 เป็นต้นไปให้แก่โจทก์จนกว่าจำเลยพ้นจากการถือกรรมสิทธิ์ที่ดินโฉนดเลขที่ 61244

จำเลยให้การและฟ้องแย้ง ขอให้ยกฟ้องและบังคับให้โจทก์เพิกถอนการระงับการจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรม หากโจทก์ไม่ปฏิบัติตามให้ถือเอาคำพิพากษาแทนการแสดงเจตนา

โจทก์ให้การแก้ฟ้องแย้ง ขอให้ยกฟ้องแย้ง

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยชำระเงิน 59,424.79 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี จากต้นเงิน 48,510 บาท นับถัดจากวันฟ้อง (ฟ้องวันที่ 29 สิงหาคม 2562) เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ และให้จำเลยชำระเงินในอัตราปีละ 9,702 บาท แก่โจทก์นับแต่วันถัดจากวันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจำเลยจะพ้นจากการเป็นผู้ถือกรรมสิทธิ์ที่ดินโฉนดเลขที่ 61244 คำขออื่นนอกจากนี้ให้ยก ยกฟ้องแย้งของจำเลย ค่าฤชาธรรมเนียมทั้งหมดให้เป็นพับ

โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 1 แผนกคดีผู้บริโภคพิพากษาแก้เป็นว่า ให้ยกคำขอของโจทก์ที่ขอให้จำเลยชำระค่าบริการสาธารณะแก่โจทก์เป็นรายปีนับตั้งแต่ปี 2563 เป็นต้นไปจนกว่าจำเลยจะพ้นจากการเป็นผู้ถือกรรมสิทธิ์ที่ดินโฉนดเลขที่ 61244 เสียด้วย นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น คืนค่าขึ้นศาลชั้นอุทธรณ์ที่เสียเกินมา 1,189 บาท แก่โจทก์ ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์นอกจากที่สั่งคืนให้เป็นพับ

ศาลฎีกาวินิจฉัย

โจทก์ฎีกา โดยศาลฎีกาแผนกคดีผู้บริโภคอนุญาตให้ฎีกา

ศาลฎีกาแผนกคดีผู้บริโภควินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงที่คู่ความมิได้โต้แย้งกันในชั้นนี้รับฟังได้ว่า เมื่อวันที่ 6 พฤษภาคม 2548 โจทก์ได้รับโอนใบอนุญาตให้ทำการจัดสรรที่ดินจากบริษัท ด. ในการจัดสรรที่ดินชื่อโครงการเดอะ ร. โจทก์ได้รับความเห็นชอบจากคณะกรรมการจัดสรรที่ดินกลางให้มีสิทธิจัดเก็บค่าใช้บริการและค่าบำรุงรักษาบริการสาธารณะจากผู้ซื้อที่ดินในโครงการจัดสรรดังกล่าว จำเลยเป็นผู้ถือกรรมสิทธิ์ที่ดินโฉนดเลขที่ 61244 เนื้อที่ 1 งาน 47 ตารางวา ซึ่งเป็นที่ดินเปล่าในโครงการจัดสรรของโจทก์ จำเลยไม่ชำระค่าบริการสาธารณะแก่โจทก์ซึ่งโจทก์เรียกเก็บล่วงหน้าเป็นรายปีนับตั้งแต่ปี 2548 เป็นต้นมา โจทก์ทวงถามแล้ว แต่จำเลยเพิกเฉย

โจทก์จึงมีหนังสือขอให้เจ้าพนักงานที่ดินจังหวัดนครนายก สาขาองครักษ์ ระงับการจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรมที่ดินของจำเลยไว้ คิดถึงวันฟ้องจำเลยคงค้างชำระค่าบริการสาธารณะประจำปี 2548 บางส่วน ถึงปี 2552 ในอัตราตารางวาละ 5 บาท และประจำปี 2553 ถึงปี 2562 ในอัตราตารางวาละ 5.50 บาท รวมเป็นเงิน 135,240 บาท ค่าตัดหญ้าตั้งแต่ปี 2548 ถึงปี 2562 เป็นเงิน 139,592 บาท ค่าใช้จ่ายในการติดตามทวงถาม 24,700 บาท และค่าปรับเงินเพิ่ม/ดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 12 ต่อปี ของต้นเงินที่ค้างชำระรวมเป็นเงิน 212,991.41 บาท สำหรับปัญหาอื่นโจทก์ไม่ได้รับอนุญาตให้ฎีกาจึงยุติไปตามคำพิพากษาของศาลอุทธรณ์ภาค 1 คดีมีปัญหาต้องวินิจฉัยตามที่โจทก์ได้รับอนุญาตให้ฎีกาว่า

คำให้การจำเลยเรื่องอายุความชอบหรือไม่ ฟ้องโจทก์เกี่ยวกับค่าบริการสาธารณะและค่าบริการสาธารณูปโภคส่วนกลางมีอายุความ 10 ปีหรือไม่ ศาลฎีกาโดยมติที่ประชุมใหญ่ เห็นว่า ปัญหาเกี่ยวกับเรื่องอายุความในคดีแพ่งมิใช่ข้อกฎหมายอันเกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อยของประชาชนที่ศาลจะยกขึ้นวินิจฉัยได้เองตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 142 (5) ประกอบพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. 2551 มาตรา 7 แต่เป็นเรื่องที่จำเลยจะต้องให้การต่อสู้คดีไว้ และหากศาลเห็นว่าคำให้การดังกล่าวไม่ถูกต้องหรือขาดสาระสำคัญบางเรื่อง ศาลอาจมีคำสั่งให้จำเลยแก้ไขคำให้การในส่วนนั้นให้ถูกต้องหรือชัดเจนขึ้นก็ได้ตามพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค

พ.ศ. 2551 มาตรา 26 ทั้งประเด็นข้อพิพาทย่อมเกิดจากคำฟ้องและคำให้การซึ่งตามคำให้การของจำเลยเกี่ยวกับอายุความนั้น จำเลยให้การว่า โจทก์ฟ้องให้จำเลยชำระค่าบริการสาธารณะ/ค่าสาธารณูปโภคส่วนกลางประจำปี 2553 ถึงปี 2562 จำนวน 135,240 บาท โจทก์ไม่มีสิทธิเรียกร้องเอาจากจำเลย เป็นกรณีฟ้องเกินกว่า 5 ปี ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 193/33 (4) ดังนั้นค่าเสียหายในส่วนนี้จึงขาดอายุความ คำให้การของจำเลยเป็นการแสดงโดยชัดแจ้งในคำให้การว่าจำเลยยกอายุความขึ้นปฏิเสธคำฟ้องของโจทก์แล้ว ทั้งจำเลยยังได้แสดงเหตุแห่งการขาดอายุความด้วยว่า คดีโจทก์ขาดอายุความเมื่อใด นับแต่วันใดถึงวันฟ้อง คดีโจทก์ขาดอายุความ 5 ปี ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 193/33 (4)

คดีจึงมีประเด็นข้อพิพาทตามที่ศาลชั้นต้นกำหนดว่า คดีโจทก์ขาดอายุความหรือไม่ ส่วนปัญหาว่าคดีขาดอายุความเรื่องใด อย่างไร เป็นเรื่องที่ศาลจะวินิจฉัยยกบทบัญญัติของกฎหมายขึ้นปรับให้ถูกต้องได้ เมื่อคดีนี้ข้อเท็จจริงรับฟังได้ว่า โจทก์ซึ่งเป็นผู้รับโอนใบอนุญาตจัดสรรที่ดินจากบริษัท ด. จึงเป็นผู้ประกอบธุรกิจอสังหาริมทรัพย์และจัดทำโครงการพิพาทเพื่อจำหน่ายที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างแก่บุคคลทั่วไป โจทก์จะจัดให้มีสาธารณูปโภคและบริการรักษาความปลอดภัยโดยเรียกเก็บค่าบำรุงรักษาบริการสาธารณะในอัตรา (1) ที่ดินสร้างบ้านพักอยู่อาศัยแปลงที่ไม่ติดน้ำตารางวาละ 11.25 บาท ต่อเดือน (2) ที่ดินสร้างบ้านพักอยู่อาศัยแปลงที่ติดน้ำตารางวาละ 13.25 บาทต่อเดือน (3) ที่ดินเปล่าตารางวาละ 5.50 บาทต่อเดือน และที่ดินเปล่าเมื่อมีการสร้างบ้านในอนาคตให้จัดเก็บเท่ากับแปลงบ้านพักอาศัยตามที่ได้รับความเห็นชอบให้จัดเก็บจากคณะกรรมการจัดสรรที่ดินจังหวัดนครนายก ในระหว่างที่ยังมิได้มีการจัดตั้งนิติบุคคลหมู่บ้านจัดสรร

ผู้จะซื้อตกลงชำระเงินค่าสาธารณูปโภคดังกล่าวข้างต้นให้แก่ผู้จะขาย และผู้จะขายจะต้องทำหน้าที่บริหารงานแทนคณะกรรมการหมู่บ้านเป็นการชั่วคราวจนกว่าจะมีการจัดตั้งนิติบุคคลหมู่บ้านจัดสรร หรือแต่งตั้งคณะกรรมการหมู่บ้านแล้วเสร็จ ซึ่งสาธารณูปโภคและบริการสาธารณะที่โจทก์จัดทำขึ้นตามที่โฆษณาจึงเป็นส่วนหนึ่งของโครงการจัดสรรที่ดินสาธารณูปโภคและบริการสาธารณะของโจทก์มีส่วนสำคัญต่อการส่งเสริมการขายในโครงการพิพาท การจัดให้มีสาธารณูปโภคและบริการสาธารณะตามที่โจทก์ได้รับอนุญาตจากคณะกรรมการจัดสรรที่ดิน โจทก์ต้องทำบัญชีการใช้จ่ายเงินที่จัดเก็บและหากมีการจัดตั้งนิติบุคคลหมู่บ้านจัดสรรขึ้น การเรียกเก็บเงินส่วนนี้ต้องโอนไปเป็นของนิติบุคคลหมู่บ้านจัดสรรและโจทก์ต้องส่งเงินส่วนที่เหลือหากมีแก่นิติบุคคลหมู่บ้านจัดสรร

เมื่อสาธารณูปโภคและบริการสาธารณะเป็นบริการส่วนหนึ่งของโครงการพิพาทที่มีผลต่อการประกอบธุรกิจตามที่โจทก์จัดสรรจำหน่ายเป็นการค้าหากำไรดังที่โฆษณาไปก่อนแล้ว การเรียกเก็บเงินค่าใช้จ่ายค้างชำระตามฟ้องเป็นค่าบริการสาธารณะของโจทก์ จึงถือเป็นการดำเนินการของผู้ประกอบการค้าเป็นปกติธุระเพื่อหวังผลกำไรในทางการค้าที่เรียกเอาค่าการงานที่ได้ทำขึ้น อยู่ในบังคับต้องใช้สิทธิเรียกร้องภายในกำหนดอายุความ 2 ปี ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 193/34 (1) จึงหาเป็นกรณีที่กฎหมายไม่ได้กำหนดอายุความไว้โดยเฉพาะอันต้องใช้อายุความ 10 ปี ดังที่โจทก์ฎีกา ฎีกาของโจทก์ฟังไม่ขึ้น อย่างไรก็ตามคดีนี้ศาลชั้นต้นให้จำเลยรับผิดชำระค่าบริการสาธารณะค้างชำระจำนวน 59,424.79 บาท ซึ่งเป็นส่วนที่ไม่ขาดอายุความ 5 ปี แม้คดีนี้จะมีอายุความ 2 ปี ศาลฎีกาก็ไม่อาจพิพากษาให้จำเลยรับผิดในค่าบริการสาธารณะเฉพาะส่วนที่ไม่ขาดอายุความ 2 ปี โดยที่จำเลยไม่ได้อุทธรณ์และฎีกาได้

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นฎีกาให้เป็นพับ

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
รังสรรค์ กุลาเลิศ · ชาญณรงค์ ปราณีจิตต์ · สันติชัย วัฒนวิกย์กรรม์
ศาลล่าง
ศาลจังหวัดธัญบุรี - นางจิราภรณ์ ชูขวัญ
ศาลอุทธรณ์ภาค 1 - นายณพนันท์ เพ็งมาก
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
ผบ.(พ)256/2566
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3372/2565

แม้สิทธิเรียกร้องให้ชำระหนี้ตามสัญญากู้เงินทั้งสองฉบับตามฟ้องจะขาดอายุความตาม ป.พ.พ. มาตรา 193/33 (2) แล้วก็ตาม แต่เมื่อจำเลยขาดนัดยื่นคำให้การและคดีไม่มีประเด็นว่าหนี้เงินกู้ขาดอายุความแล้วหรือไม่ ศา…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1640/2546

โจทก์ประกอบการค้าด้วยการผลิตและจำหน่ายเคมีภัณฑ์ทางการเกษตร จำเลยประกอบพาณิชยกิจโดยสั่งซื้อสินค้าจากโจทก์นำไปจำหน่ายต่อให้ลูกค้าอีกต่อหนึ่งการซื้อขายจึงมีลักษณะเป็นการที่ได้ทำเพื่อกิจการของฝ่ายลูกหนี้น…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1909/2541

โจทก์เป็นส่วนราชการที่จำเลยที่ 1 สังกัดอยู่ฟ้องให้จำเลยชดใช้ทุน จึงไม่ใช่กรณีตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 193/34(11) แต่กรณีนี้มิได้มีบัญญัติเรื่องอายุความไว้โดยเฉพาะจึงต้องใช้อายุความทั่วไปคือ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1759/2568

คดีนี้โจทก์มิได้ฟ้องจำเลยให้รับผิดตามสัญญาเช่าซื้อและสัญญาค้ำประกัน แต่ฟ้องให้จำเลยรับผิดโดยอาศัยอำนาจแห่งมูลหนี้ตามคำพิพากษาในคดีก่อนที่พิพากษาให้จำเลยต้องร่วมกับบริษัท บ. คืนรถยนต์ที่เช่าซื้อในสภาพเ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1174/2568

ตามใบคำขอรับสินเชื่อจำเลยระบุว่าสมัครด้วยบัตรเครดิต ไม่ปรากฏว่าจำเลยตกลงรับสินเชื่อซื้อสินค้าและรับสินเชื่อเป็นเงินสด ตามคำฟ้องเป็นการใช้บัตรเครดิตชำระราคาสินค้าและเบิกถอนเงินสด แม้จำเลยสามารถเบิกถอนเ…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้