Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2522 (เลขอ้างอิง 33308)

พ.ศ. 2522 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

กล้องถ่ายภาพยนตร์และกล้องถ่ายภาพนิ่งเป็นเพียงเครื่องมือเครื่องใช้สำหรับผู้ถ่ายภาพยนตร์ หรือผู้ถ่ายภาพใช้ในการบันทึกภาพเป็นภาพยนตร์ หรือถ่ายภาพนิ่งเท่านั้นเองหาเป็นของมีคุณค่าเป็นพิเศษนอกเหนือไปจากการเป็นของใช้ตามธรรมดาไม่ ถึงแม้ว่าราคาของทรัพย์จะค่อนข้างสูงก็ตาม ก็ไม่ใช่เป็นของมีค่าตามความในประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 675 วรรคสองคดีมีทุนทรัพย์ไม่เกินห้าหมื่นบาท ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ได้พิจารณาพยานหลักฐานโจทก์และจำเลยตลอดทั้งสำนวนแล้ววินิจฉัยว่า โจทก์เสียหายเป็นเงิน 27,650 บาท จำเลยฎีกาว่าค่าเสียหายดังกล่าวนั้นเกินกว่าค่าเสียหายที่แท้จริง โดยจะให้ศาลรับฟังคำเบิกความบางตอนของพยานบางปากเพื่อให้สมข้ออ้างของจำเลยนั้น เป็นการฎีกาโต้เถียงในปัญหาข้อเท็จจริง ต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 248 ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัย

คำฟ้องและคำให้การ

คดีทั้งสองสำนวนนี้โจทก์ฟ้องว่า โจทก์ทั้งสองเป็นเจ้าของกล้องถ่ายภาพยนตร์จำนวนหนึ่งเครื่องราคา 27,650 บาท และกล้องถ่ายภาพนิ่ง1 กล้องราคา 6,000 บาท จำเลยทั้งสองคดีเป็นบุคคลเดียวกัน เป็นเจ้าของโรงแรมฟ้าสาง โจทก์ในคดีหลังไปถ่ายภาพยนตร์และภาพนิ่งในการประชุมสัมนาพนักงานช่างไฟฟ้าของโจทก์ที่จังหวัดนครราชสีมาได้เข้าพักโรงแรมของจำเลยห้องหมายเลข 307 และได้นำเอากล้องถ่ายภาพยนตร์และกล้องถ่ายภาพนิ่งเข้าไปเก็บไว้ในห้องพักด้วย ต่อมาโจทก์ในคดีหลังได้ออกไปธุระนอกโรงแรม ได้มีคนร้ายเข้าไปในห้องหมายเลข 307 แล้วลักเอากล้องถ่ายภาพยนตร์และกล้องถ่ายภาพนิ่งไป โจทก์ได้แจ้งให้พนักงานโรงแรมของจำเลยทราบทันที และได้แจ้งความต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจไว้แล้ว

โจทก์ได้บอกกล่าวให้จำเลยชำระค่าเสียหายดังกล่าวแต่จำเลยเพิกเฉย จึงขอให้ศาลบังคับจำเลยทั้งสองคดีให้การว่าโจทก์ไม่ได้ฝากของมีค่าไว้กับโรงแรมของจำเลย จำเลยจึงไม่ต้องรับผิด ถึงแม้จะต้องรับผิดก็ไม่เกิน 500 บาท ฯลฯฟ้องโจทก์เคลือบคลุม ขอให้ยกฟ้องศาลชั้นต้นพิจารณาแล้ว พิพากษาให้จำเลยทั้งสองคดีใช้ค่าสินไหมทดแทนให้การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคโจทก์ในคดีแรก 27,650 บาท และให้แก่นายผัน พินทะอมิตร 6,000 บาทฯจำเลยทั้งสองคดีอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนจำเลยทั้งสองคดีฎีกาศาลฎีกาฟังข้อเท็จจริงว่า นายผัน พินทะอมิตร เป็นพนักงานของโจทก์คดีแรก และเป็นโจทก์ในคดีหลัง ได้นำกล้องถ่ายภาพยนต์ของโจทก์ในคดีแรกและกล้องถ่ายภาพนิ่งของตนเองไปเก็บรักษาไว้ในห้องพักโรงแรมจำเลยซึ่งนายผันเช่าพักอาศัย

กล้องดังกล่าวหายไปจากห้องนั้นโดยไม่ใช่ความผิดของนายผันในขณะที่นายผันออกไปธุระข้างนอกฯ และวินิจฉัยปัญหาข้อกฎหมายว่า กล้องถ่ายภาพยนตร์และกล้องถ่ายภาพนิ่งตามฟ้องเป็นเพียงเครื่องมือเครื่องใช้สำหรับผู้ถ่ายภาพยนตร์หรือผู้ถ่ายภาพใช้ในการบันทึกภาพเป็นภาพยนตร์หรือภาพนิ่งเท่านั้นเอง หาเป็นของที่มีคุณค่าเป็นพิเศษนอกเหนือไปจากการเป็นของใช้ตามธรรมดาไม่ ถึงแม้ว่าราคาทรัพย์นี้จะค่อนข้างสูงก็ตาม ก็มิใช่เป็นของมีค่าตามความในกฎหมายตามที่จำเลยอ้างและคดีนี้ทุนทรัพย์ที่พิพาทไม่เกินห้าหมื่นบาท ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ได้พิจารณาพยานหลักฐานโจทก์และจำเลยตลอดทั้งสำนวนแล้ววินิจฉัยว่า โจทก์สำนวนแรกเสียหายเป็นเงิน 27,650 บาท

จำเลยฎีกาว่าค่าเสียหายดังกล่าวนั้นเกินกว่าค่าเสียหายที่แท้จริง โดยจะให้ศาลรับฟังคำเบิกความบางตอนของพยานบางปากเพื่อให้สมข้ออ้างของจำเลยนั้น เป็นการฎีกาโต้เถียงในปัญหาข้อเท็จจริงต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 248ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง (ฉบับที่ 6) พ.ศ. 2518 มาตรา 6 ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัยพิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
สุไพศาล วิบุลศิลป์ · สงวน สิทธิไชย · ชุบ วีระเวคิน
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้