Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3363/2526

พ.ศ. 2526 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

จำเลยแทงผู้เสียหายหลายครั้งติด ๆ กัน ครั้งแรกแทงถูกที่ด้านหลังบริเวณหัวไหล่ ผู้เสียหายล้มลง พอลุกขึ้นจำเลยก็แทงที่ใต้รักแร้ข้างซ้ายซึ่งเป็นบริเวณใกล้หัวใจ เมื่อมีดหักจำเลยยังใช้ส่วนที่เหลือแทงบริเวณหลังผู้เสียหายอีก 3 ครั้ง มีดมีความยาวทั้งด้ามและตัวมีดถึง 9 นิ้ว เป็นมีดสำหรับปอกผลไม้มีปลายแหลมสามารถใช้เป็นอาวุธทำร้ายร่างกายถึงตายได้เห็นได้ว่าจำเลยมีเจตนาฆ่าผู้เสียหาย รายงานผลการชันสูตรบาดแผลแม้จะเป็นภาษาอังกฤษก็เป็นเพียงส่วนประกอบของคำฟ้องที่บอกลักษณะของบาดแผล ซึ่งโจทก์จะนำสืบว่าผู้เสียหายได้รับบาดแผลอย่างใด และภาษาอังกฤษนั้นมีความหมายเช่นไรในชั้นพิจารณาได้ ไม่ทำให้ฟ้องของโจทก์เป็นฟ้องที่ไม่สมบูรณ์ จำเลยได้ใช้มีดปลายแหลมจี้ขู่บังคับเอามือจับแขนผู้เสียหายลากลงบันได เมื่อผู้เสียหายขัดขืนและร้องให้คนช่วย จำเลยจึงใช้มีดปลายแหลมแทงผู้เสียหายโดยจำเลยมีเจตนาขึ้นใหม่ เพื่อจะฆ่าผู้เสียหายอันเป็นการปกปิดการกระทำของจำเลยหรือให้การกระทำของจำเลยบรรลุผลตามที่จำเลยมีเจตนามาแต่แรกว่าจะเอาตัวผู้เสียหายไปเพื่อการอนาจาร การกระทำความผิดของจำเลยมีเจตนาคนละตอน จึงเป็นความผิดต่อกฎหมายหลายบทและหลายกรรมต่างกัน

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยกับพวกได้ร่วมกันกระทำผิดกฎหมายหลายกรรมกล่าวคือ ได้บุกรุกเข้าไปในเคหสถานของนายจอมแล้วฉุดคร่าอนาจารนางสาวคล้ายผู้เสียหาย และได้ใช้มีดปลายแหลมแทงทำร้ายร่างกายผู้เสียหายหลายครั้งโดยเจตนาฆ่า แต่แพทย์ได้รักษาทันท่วงที ผู้เสียหายจึงไม่ถึงแก่ความตาย ขอให้ลงโทษจำเลย

จำเลยให้การรับสารภาพ

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิพากษาให้ลงโทษจำเลยในความผิดฐานพยายามฆ่าตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๘๘, ๘๐ และฐานอนาจารตามมาตรา ๒๗๘

จำเลยอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ลงโทษจำเลยฐานอนาจารตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๘๔ และฐานทำร้ายร่างกายสาหัสตามมาตรา ๒๙๗

ศาลฎีกาวินิจฉัย

โจทก์ฎีกาขอให้ลงโทษฐานพยายามฆ่า

จำเลยฎีกาขอให้ยกฟ้อง

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า จำเลยแทงนางสาวคล้ายผู้เสียหายหลายครั้งติด ๆ กัน ครั้งแรกแทงถูกที่ด้านหลังบริเวณใต้หัวไหล่ข้างซ้าย นางสาวคล้ายล้มฟุบลงพอลุกขึ้นก็ถูกจำเลยแทงอีกที่ใต้รักแร้ข้างซ้ายซึ่งเป็นบริเวณใกล้หัวใจ เมื่อมีดหักจำเลยยังใช้มีดส่วนที่เหลือแทงบริเวณหลังนางสาวคล้ายอีก ๓ ครั้ง ลักษณะของมีดตามภาพถ่ายที่พนักงานสอบสวนนำส่วนที่หักมาต่อกันทั้งด้ามและตัวมีดยาวถึง๙ นิ้ว เป็นมีดสำหรับปอกผลไม้มีปลายแหลม ซึ่งสามารถใช้เป็นอาวุธทำร้ายร่างกายถึงตายได้ เมื่อพิจารณาลักษณะอาการที่จำเลยแทงนางสาวคล้ายและบาดแผลบริเวณร่างกายของนางสาวคล้ายที่ถูกจำเลยแทงประกอบกับมีดของกลางดังกล่าวข้างต้น เห็นได้ว่าจำเลยมีเจตนาฆ่านางสาวคล้ายตามคำรับสารภาพของจำเลย

จำเลยจึงมีความผิดฐานพยายามฆ่า ที่ศาลอุทธรณ์เห็นว่าจำเลยมีเจตนาแทงทำร้ายร่างกายนางสาวคล้ายเพียงให้บาดเจ็บสาหัสไม่ต้องด้วยความเห็นของศาลฎีกา ฎีกาของโจทก์ฟังขึ้น ส่วนฎีกาของจำเลยที่ฎีกาว่า คำฟ้องของโจทก์ในข้อหาพยายามฆ่าไม่ชอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา ๑๕๘(๕) เพราะผลการชันสูตรบาดแผลของนางสาวคล้ายที่แนบมาท้ายฟ้องโจทก์เป็นภาษาอังกฤษ จำเลยไม่เข้าใจนั้นเห็นว่า คำฟ้องของโจทก์บรรยายได้ความว่า จำเลยใช้มีดปลายแหลมแทงทำร้ายร่างกายนางสาวคล้ายหลายครั้งติด ๆ กัน ถูกบริเวณร่างกายหลายแห่งโดยเจตนาฆ่ารายละเอียดบาดแผลปรากฏตามรายงานผลการตรวจชันสูตรบาดแผลของแพทย์ท้ายฟ้องซึ่งเป็นคำฟ้องที่ชัดเจนบอกถึงการกระทำของจำเลยอย่างละเอียดพอสมควรเท่าที่จะให้จำเลยเข้าใจได้ดีแล้ว

เพราะรายงานผลการชันสูตรบาดแผลแม้จะเป็นภาษาอังกฤษก็จริง แต่เป็นส่วนประกอบของคำฟ้องที่บอกลักษณะของบาดแผล ซึ่งโจทก์จะนำสืบว่านางสาวคล้ายได้รับบาดแผลอย่างใดและภาษาอังกฤษนั้นมีความหมายเช่นไรในชั้นพิจารณา ทั้งจำเลยได้ให้การรับสารภาพตามฟ้อง คำฟ้องของโจทก์จึงสมบูรณ์ไม่เคลือบคลุม

ที่จำเลยฎีกาว่า การกระทำความผิดของจำเลยเป็นกรรมเดียวแต่ผิดกฎหมายหลายบท ศาลจะลงโทษจำเลยหลายกรรมไม่ถูกต้องนั้น เห็นว่าข้อเท็จจริงตามที่โจทก์นำสืบพยานโจทก์ประกอบคำรับสารภาพของจำเลยฟังได้ว่า จำเลยได้ใช้มีดปลายแหลมจี้ขู่บังคับเอามือจับแขนนางสาวคล้ายลากลงบันไดไป เมื่อนางสาวคล้ายขัดขืนและร้องให้คนช่วยเหลือ จำเลยจึงใช้มีดปลายแหลมแทงนางสาวคล้าย ทั้งนี้ก็โดยจำเลยมีเจตนาขึ้นใหม่ เพื่อจะฆ่านางสาวคล้าย อันเป็นการปกปิดการกระทำผิดของจำเลยหรือให้การกระทำของจำเลยบรรลุผลตามที่จำเลยมีเจตนามาแต่แรกว่าจะเอาตัวนางสาวคล้ายไปเพื่อการอนาจาร การกระทำความผิดของจำเลยมีเจตนาคนละตอน จึงเป็นความผิดต่อกฎหมายหลายบทและหลายกรรมต่างกัน หาใช่เป็นกรรมเดียวอันเป็นความผิดต่อกฎหมายหลายบทไม่

ผลคำพิพากษา

พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๘๔ กระทงหนึ่ง และตามมาตรา ๒๘๘ ประกอบด้วยมาตรา ๘๐ อีกกระทงหนึ่ง

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
สุชาติ จิวะชาติ · พิศิษฏ์ เทศะบำรุง · วีระ ทรัพยไพศาล
ศาลล่าง
ศาลจังหวัดนครราชสีมา - นายทวีสิทธิ์ คูณรัตนศิริ
ศาลอุทธรณ์ - นายสุเทพ กิจสวัสดิ์
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 985/2546

จำเลยใช้แขนล็อกคอผู้เสียหายด้านหลังแล้วลากผู้เสียหายไปที่คูน้ำข้างถนนกดตัวผู้เสียหายลงไปในน้ำจนมิดศีรษะทำให้ผู้เสียหายหมดสติ ซึ่งจากการตรวจร่างกายผู้เสียหาย ปรากฏว่าปอดอักเสบเนื่องจากสำลักน้ำ โดยแพทย์…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2255/2522

บรรยายฟ้องว่าจำเลยมีเจตนาจะให้รถยนต์ที่ผู้ตายขับชนกับรถโดยสารประจำทางซึ่งจำเลยย่อมเล็งเห็นผลของการกระทำนั้นอยู่แล้วว่า เมื่อรถโดยสารแล่นสวนทางมาในระยะใกล้ หากจำเลยได้หยุดและหักรถหลบเข้ามาทางซ้าย ผู้ตา…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 20504/2556

ข้อเท็จจริงในความผิดฐานร่วมกันพยายามฆ่าผู้อื่นที่โจทก์บรรยายไว้ในคำฟ้องเป็นเรื่องที่โจทก์กล่าวหาจำเลยทั้งสองว่ากระทำผิดด้วยเจตนาโดยประสงค์ต่อผลให้ผู้เสียหายถึงแก่ความตายจากการถูกฟันด้วยมีดแตกต่างไปจาก…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3413/2552

การกระทำความผิดแม้จะกระทำต่อเนื่องและใกล้ชิดกันจะเป็นการกระทำกรรมเดียวหรือต่างกรรมกันนั้น ต้องพิจารณาจากเจตนาของผู้กระทำด้วย เมื่อจำเลยใช้อาวุธปืนยิงผู้ตายก่อน 1 นัด ทันทีที่ผู้ตายกระโดดลงจากรถ ผู้ตาย…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 108/2546

จำเลยได้รับแจ้งจาก ห. ว่าผู้เสียหายล่อลวง ห. ไปที่บังกะโลเพื่อล่วงเกินทางเพศ จำเลยโกรธแค้นจึงวางแผนให้ ห. โทรศัพท์ไปหลอกผู้เสียหายให้ออกจากบ้านไปหา ห.ที่จุดเกิดเหตุเพื่อทำร้ายสั่งสอนเป็นการแก้แค้นแทน…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้