Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3365/2516

พ.ศ. 2516 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ที่ดินที่โจทก์นำยึดเป็นที่ดินมี น.ส.3 และมีชื่อจำเลยเป็นผู้รับยกให้จาก ว. การที่ผู้ร้องนำสืบว่า ว. ยกที่พิพาทให้แก่จำเลยและผู้ร้องตามคำสั่งของบิดามารดาผู้วายชนม์ แต่ในวันจดทะเบียนโอนผู้ร้องป่วย ไปรับโอนไม่ได้ จึงลงชื่อจำเลยเป็นผู้รับการยกให้แต่ผู้เดียวและหลังจากได้รับที่ดินแล้ว ผู้ร้องกับจำเลยได้นำเงินที่ทำมาหาได้ร่วมกันปลูกเรือนลงในที่ดินนั้นและใช้อยู่อาศัยด้วยกันมา เป็นเวลากว่า10 ปีแล้ว นั้น เป็นการนำสืบถึงเหตุแห่งความจริงเจตนาและความสัมพันธ์ของผู้ให้กับผู้รับการยกให้ แม้ตามเอกสารจะมีชื่อจำเลยเป็นผู้รับการยกให้แต่เพียงคนเดียวก็ไม่ใช่เป็นการนำสืบเปลี่ยนแปลงแก้ไขเอกสาร

คำฟ้องและคำให้การ

เดิม

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยชำระหนี้ให้โจทก์ จำเลยไม่ชำระโจทก์จึงนำยึดทรัพย์ คือที่ดินมี น.ส.๓ หนึ่งแปลง กับเรือน ๑ หลัง ของจำเลยลูกหนี้ตามคำพิพากษาแล้ว ผู้ร้องยื่นคำร้องว่า เป็นภริยาจำเลย แต่มิได้จดทะเบียนสมรสเมื่อ พ.ศ. ๒๕๐๔ ผู้ร้องกับจำเลยได้รับยกให้ที่ดินที่โจทก์นำยึดจากนายมงคลและนางวง แสงทอง แต่ในการทำสัญญาและจดทะเบียนนิติกรรมให้ ผู้ร้องให้จำเลยลงชื่อเป็นผู้รับยกให้ และผู้ร้องกับจำเลยได้ครอบครองในฐานะเป็นเจ้าของร่วมกันตลอดมา ผู้ร้องจึงมีสิทธิได้รับส่วนแบ่งจากเงินที่ขายทอดตลาดกึ่งหนึ่งเป็นเงิน ๑๘,๓๐๐ บาท ขอให้กันส่วนค่าขายทรัพย์ดังกล่าวให้แก่ผู้ร้อง โจทก์คัดค้านว่า ทรัพย์พิพาทนั้นเป็นของจำเลยแต่ผู้เดียว

ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วมีคำสั่งให้กันส่วนเงินค่าเรือนให้ผู้ร้องกึ่งหนึ่งตามที่โจทก์ยินยอม ส่วนที่ผู้ร้องขอให้กันส่วนเงินค่าขายที่ดินให้ยกคำร้อง

ผู้ร้องอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน ศาลฎีกาพิเคราะห์แล้ว ที่ผู้ร้องนำนางวง แสงทอง มาสืบว่านางวงได้ยกที่ดินแปลงดังกล่าวให้แก่จำเลย และผู้ร้อง ตามคำสั่งของบิดามารดาผู้วายชนม์ แต่ในวันจดทะเบียนโอนผู้ร้องป่วย ไปรับโอนไม่ได้ จึงได้ลงชื่อจำเลยเป็นผู้รับการยกให้แต่ผู้เดียว และผู้ร้องนำสืบว่าหลังจากได้รับที่ดินแล้ว ผู้ร้องกับจำเลยได้นำเงินที่ทำมาหาได้ร่วมกันเป็นเงิน ๘,๐๐๐ บาท ปลูกเรือนลงในที่ดินแปลงดังกล่าวและใช้อยู่อาศัยด้วยกันมาจนบัดนี้ เป็นเวลากว่า ๑๐ ปีแล้ว

ศาลฎีกาวินิจฉัย

ศาลฎีกาเห็นว่าที่ดินที่โจทก์นำยึดเป็นที่ดิน น.ส.๓ การยกให้ก็อาจทำได้โดยการมอบการครอบครองให้และตามพฤติการณ์ก็ฟังได้ว่าผู้ร้องได้สิทธิครอบครองแล้ว การนำสืบของผู้ร้องดังกล่าวแล้ว เป็นการนำสืบถึงเหตุแห่งความจริง เจตนาและความสัมพันธ์ของผู้ให้กับผู้รับการยกให้ แม้เอกสารหมาย ร.๒ จะมีชื่อจำเลยเป็นผู้รับการยกให้แต่เพียงคนเดียวก็ตาม ก็ไม่ใช่เป็นการสืบเปลี่ยนแปลงแก้ไขเอกสารเทียบเคียงคำพิพากษาฎีกาที่ ๘๘๖,๘๘๗/๒๔๙๘ระหว่าง นางสระ มิ่งขวัญ โจทก์ นางดารา สิงหไพศาล จำเลย และคำพิพากษาฎีกาที่ ๒๐๕๑/๒๔๙๒ ระหว่างนางหวา ต้องประสงค์ โจทก์นายทอง นางนวล จำเลย และคำพิพากษาฎีกาที่ ๒๐๕๑/๒๔๙๒ ระหว่างนางหวา ต้องประสงค์ โจทก์ นายทอง นางนวล จำเลย เมื่อผู้ร้องได้สิทธิครอบครองแล้ว ผู้ร้องจึงมีสิทธิที่จะได้รับการกันส่วนเงินค่าขายทอดตลาดที่ดินที่ยึด ที่ศาลล่างทั้งสองพิพากษาให้ยกคำขอกันส่วนของผู้ร้องนั้นไม่ต้องด้วยความเห็นของศาลฎีกา ฎีกาของผู้ร้องฟังขึ้น

ผลคำพิพากษา

พิพากษากลับคำพิพากษาของศาลอุทธรณ์ ให้กันส่วนเงินค่าขายทอดตลาดที่ดินกึ่งหนึ่งให้ผู้ร้องให้โจทก์ใช้ค่าฤชาธรรมเนียมและค่าทนายความสามศาล โดยกำหนดค่าทนายความให้ เป็นเงิน๕๐๐ บาทแทนผู้ร้อง

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ผสม จิตรชุ่ม · สุเมธ ทิพยมนตรี · จันทร์ ระรวยทรง
ศาลล่าง
ศาลจังหวัดชัยนาท - นายดำรง อุณหวัฒน์
ศาลอุทธรณ์ - นายจิรายุ มหาวินิจฉัยมนตรี
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้