Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3365/2531

พ.ศ. 2531 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

จำเลยใช้มีดฟันผู้เสียหายมีบาดแผลหลังศีรษะ 2 แผล เป็นแผลยาว 5 เซนติเมตร ลึก 2 เซนติเมตร และแผลยาว 3 เซนติเมตร ลึก0.5 เซนติเมตรแผลที่หน้าอกซ้ายยาว 6 เซนติเมตรไม่ลึก แผลฉีกขาดที่หน้าผากด้านซ้ายยาว 4 เซนติเมตร กว้าง 1 เซนติเมตรใช้เวลารักษาบาดแผลไม่เกิน 14 วัน รอยแผลที่ศีรษะ 2 แผลไม่ใช่แผลฉกรรจ์ ส่วนแผลที่อื่นเกิดจากการปล้ำกัน ขณะเกิดเหตุผู้เสียหายหันหลังให้จำเลย ถ้าจำเลยมีเจตนาฆ่าผู้เสียหาย จำเลยมีโอกาสใช้กำลังแรงเข้าโถมฟันผู้เสียหายได้ บาดแผลน่าจะฉกรรจ์มากกว่านี้ ยังฟังไม่ได้ว่าจำเลยมีเจตนาฆ่าผู้เสียหาย คงมีเจตนาทำร้ายผู้เสียหายเท่านั้น.

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

ป.อ. มาตรา 80 ป.อ. มาตรา 288 ป.อ. มาตรา 295 ป.อ. มาตรา 59 ป.อ. มาตรา 92 พ.ร.บ.ล้างมลทินในวโรกาสที่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชทรงมีพระชนมพรรษา 60 พรรษา พ.ศ.2530 มาตรา 4

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 288,80, 92 ริบของกลาง เพิ่มโทษจำเลยตามกฎหมาย

จำเลยให้การปฏิเสธ

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา288, 80 ลงโทษจำคุก 12 ปี เพิ่มโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 92หนึ่งในสาม ลดโทษให้หนึ่งในสามตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78โดยที่ส่วนของการเพิ่มเท่ากับส่วนของการลด เห็นสมควรไม่เพิ่มไม่ลดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 54 คงจำคุก 12 ปี

จำเลยอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน

ศาลฎีกาวินิจฉัย

จำเลยฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า

ที่จำเลยฎีกาว่า จำเลยไม่มีเจตนาฆ่าผู้เสียหายนั้น นายแพทย์ไกรสร พยานโจทก์ผู้ตรวจรักษาผู้เสียหายได้ทำรายงานตามเอกสารหมาย จ.8 ว่ามีบาดแผลถูกฟันที่ศรีษะและหน้า เป็นบาดแผลถูกของมีคมขอบเรียบหลังศีรษะ 2 แผล เป็นแผลยาว 5 ซม. ลึก 2 ซม. และแผลยาว 3 ซม.ลึก 0.5 ซม. แผลที่หน้าอกซ้ายยาว 6 ซม. ไม่ลึกแผลฉีกขาดที่หน้าผากด้านซ้ายยาว 4 ซม.กว้าง 1 ซม. ผู้ป่วยรู้เรื่องดีใช้เวลารักษาบาดแผลไม่เกิน14 วัน และเบิกความว่า กระโหลกศีรษะผู้เสียหายไม่แตก ส่วนความลึกบาดแผลตามรายงานนั้นคาดคะเนเอา หากได้รับการรักษาไม่ทันแล้วอาจถึงแก่ความตายบริเวณศีรษะตั้งแต่หนังศีรษะถึงกระโหลกศีรษะห่างกันประมาณ 1 ซม. แต่ในบางส่วน หากมีกล้ามเนื้ออยู่มาก

ก็อาจห่างถึง 2 เซนติเมตร เมื่อได้พิเคราะห์ถึงเหตุการณ์ตอนก่อนเกิดเหตุประกอบลักษณะของมีดที่จำเลยใช้ฟันและบาดแผลที่ผู้เสียหายได้รับแล้ว ยังฟังไม่ถนัดว่าจำเลยมีเจตนาฆ่าผู้เสียหาย แม้มีรอยแผลที่ศีรษะ 2 แผล ก็ไม่ใช่แผลฉกรรจ์ ส่วนแผลที่อื่นนอกจากบนศีรษะน่าเชื่อว่าเกิดจากการปล้ำกัน โดยจำเลยเบิกความว่า จำเลยจับมือของผู้เสียหายทั้งที่ถือปืน ผู้เสียหายจับมือจำเลยทั้งที่ถือมีด นายสมจิตรพรมสังข์ พยานโจทก์เบิกความสนับสนุนความข้อนี้ ถ้าจำเลยมีเจตนาฆ่าผู้เสียหาย บาดแผลน่าจะฉกรรจ์มากกว่านี้ เพราะขณะเกิดเหตุ ผู้เสียหายหันหลังให้จำเลย จำเลยมีโอกาสที่ใช้กำลังแรงเข้าโถมฟันผู้เสียหายได้ ที่จำเลยให้การรับสารภาพชั้นสอบสวนว่าพยายามฆ่าผู้เสียหายนั้น

เห็นว่า เมื่อข้อเท็จจริงที่ได้จากทางพิจารณาขัดกับคำให้การรับสารภาพชั้นสอบสวนของจำเลย คดีก็ต้องรับฟังตามที่ได้ความในทางพิจารณา สรุปแล้วพยานหลักฐานโจทก์ยังไม่มั่นคงพอรับฟังลงโทษจำเลยฐานพยายามฆ่าผู้เสียหาย คงรับฟังได้ว่า จำเลยมีเจตนาทำร้ายผู้เสียหายฎีกาจำเลยฟังขึ้นบางส่วน สำหรับคำขอให้เพิ่มโทษจำเลยของโจทก์นั้น ปรากฏว่าได้มีพระราชบัญญัติล้างมลทินในวโรกาสที่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ทรงมีพระชนมพรรษา 60พรรษา พ.ศ. 2530 ใช้บังคับ มาตรา 4 แห่งพระราชบัญญัติฉบับนี้บัญญัติว่า ให้ล้างมลทินให้แก่บรรดาผู้ต้องโทษในกรณีความผิดต่างๆ ซึ่งได้กระทำก่อนหรือในวันที่ 5 ธันวาคม พ.ศ. 2530 และได้พ้นโทษไปแล้วก่อน หรือในวันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ โดยให้ถือว่าผู้นั้นมิได้เคยถูกลงโทษในกรณีความผิดนั้นๆ ปรากฏว่าควมผิดฐษนมีเฮโรอีนที่โจทก์ถือเป็นเหตุขอให้เพิ่มโทษนั้น จำเลยได้กระทำก่อนวันที่ 5 ธันวาคม 2530 และให้พ้นโทษไปแล้วก่อนพระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ ดังนี้จึงเพิ่มโทษจำเลยไม่ได้

ผลคำพิพากษา

พิพากษาแก้ว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 295ให้ลงโทษจำคุก 1 ปี 6 เดือน จำเลยให้การรับสารภาพในชั้นสอบสวนเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา ลดโทษให้หนึ่งในสามตามประมวลกฎมายอาญามาตรา 78 คงจำคุก 1 ปี.

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
เสริมพงศ์ วรยิ่งยง · ดุสิต วราโห · ประชา บุญวนิช
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 363/2540

ในชั้นสอบสวนจำเลยให้การถึงความรู้สึกของจิตใจอารมณ์ของตนเองว่าเมื่อแทงผู้เสียหายที่1ตายแล้วก็จะฆ่าตัวตายเพื่อหนีความวุ่นวายซึ่งพนักงานสอบสวนตั้งข้อหาพยายามฆ่าตามที่จำเลยให้การไว้ไม่ได้ตั้งข้อหาโดยสรุปเ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3631/2538

เมื่อวินิจฉัยว่าจำเลยกระทำโดยมีเจตนาฆ่าและลงโทษจำเลยฐานพยายามฆ่าผู้เสียหายแล้ว การกระทำอันเดียวกันนี้เองจำเลยไม่มีความผิดฐานทำร้ายร่างกายผู้เสียหายอีกบทหนึ่ง คงเป็นความผิดฐานพยายามฆ่าผู้เสียหายเพียงบท…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6480/2537

จำเลยมีปากเสียงกับผู้เสียหายเรื่องเขตที่ดิน เพราะผู้เสียหายไม่ยอมรับเรื่องเขตที่ดินที่จำเลยกล่าวหาว่าผู้เสียหายรุกล้ำ จำเลยจึงใช้ปืนสั้นเล็งยิงผู้เสียหายในระดับต่ำลงพื้นดินในระยะ 3 เมตร กระสุนปืนถูกต้…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6471/2537

จำเลยที่ 2 ใช้เหล็กขูดชาฟท์แทงทำร้ายผู้เสียหายที่ 1จำนวน 2 ครั้ง ในลักษณะเลือกแทงและแทงโดยแรง ปรากฏว่าผู้เสียหายที่ 1 มีบาดแผลที่คอด้านหลังข้างขวาเหนือกระดูกไหปลาร้า ยาวประมาณครึ่งนิ้ว ลึกเข้าไปข้างใน…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4289/2536

จำเลยใช้มีดปลายแหลมเฉพาะใบมีดยาวประมาณ 5 นิ้ว แทงผู้เสียหาย 1 ครั้ง ถูกบริเวณช่องท้องด้านซ้าย 1 แผล บาดแผลกว้างและลึกประมาณ 3 เซนติเมตร ถึงกล้ามเนื้อ แต่ไม่เข้าถึงช่องท้องแสดงว่าจำเลยแทงไม่แรง และจำเล…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้