Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3368/2532

พ.ศ. 2532 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

แม้คำฟ้องอุทธรณ์ของโจทก์จะใช้แบบพิมพ์คำร้องเป็นคำฟ้องอุทธรณ์แต่ศาลอุทธรณ์ก็วินิจฉัยอุทธรณ์ของโจทก์ในประเด็นข้ออื่น จึงมีผลเท่ากับศาลอุทธรณ์ใช้ดุลพินิจวินิจฉัยแล้วว่าเป็นคำฟ้องอุทธรณ์ที่ไม่ขัดต่อกฎหมายถึงขนาดที่จะรับไว้พิจารณาไม่ได้ อุทธรณ์ของโจทก์มิได้โต้เถียงคำสั่งศาลชั้นต้นที่ให้งดไต่สวนและยกคำร้องขอให้พิจารณาใหม่ของโจทก์ คำสั่งศาลชั้นต้นจึงถึงที่สุดโดยไม่มีคู่ความฝ่ายใดอุทธรณ์ การที่ศาลอุทธรณ์พิพากษายกคำสั่งศาลชั้นต้นดังกล่าวซึ่งถึงที่สุดแล้วโดยมิได้วินิจฉัยประเด็นที่โจทก์อุทธรณ์ เป็นการพิพากษาหรือสั่งเกินคำขอหรือที่มิได้กล่าวในฟ้องอุทธรณ์ ไม่ชอบด้วยบทบัญญัติประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 192 วรรคแรกประกอบด้วยมาตรา 215.

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 341,343, 83 และขอให้คืนหรือใช้เงินแก่โจทก์ศาลชั้นต้นไต่สวนมูลฟ้องแล้ว เห็นว่าคดีมีมูล ให้ประทับฟ้องจำเลยให้การปฏิเสธชั้นพิจารณาหลังจากสืบพยานโจทก์ไปบ้างแล้ว ศาลชั้นต้นนัดสืบพยานโจทก์ต่อไปในวันที่ 23 สิงหาคม 2531 โจทก์ไม่มาศาลโดยไม่แจ้งเหตุขัดข้อง ศาลชั้นต้นสั่งไว้ในรายงานกระบวนพิจารณาว่าโจทก์ยังมีหน้าที่จะต้องดำเนินกระบวนพิจารณาต่อไป เพราะยังสืบพยานไม่เสร็จ จึงให้ยกฟ้องโจทก์ ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา 166โจทก์ยื่นคำร้องลงวันที่ 26 สิงหาคม 2531 ขอให้ศาลชั้นต้นไต่สวนและมีคำสั่งให้พิจารณาคดีของโจทก์ต่อไป

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นมีคำสั่งลงวันที่ 29 สิงหาคม 2531 ว่า เหตุผลที่อ้างในคำร้องแม้จะฟังเป็นความจริง ก็ยังไม่เพียงพอที่จะถือว่าเป็นเหตุสมควรตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 166 วรรคสอง จึงให้ยกคำร้องโจทก์อุทธรณ์คำสั่งของศาลชั้นต้นที่ให้ยกฟ้องของโจทก์ ดังปรากฏตามรายงานกระบวนพิจารณาของศาลชั้นต้นลงวันที่ 23 สิงหาคม 2531ศาลอุทธรณ์เห็นว่า เป็นอุทธรณ์คำสั่งของศาลชั้นต้น ลงวันที่29 สิงหาคม 2531 และวินิจฉัยว่า โจทก์ยื่นคำร้องขอให้ยกคดีขึ้นพิจารณาใหม่โดยอ้างว่าโจทก์เข้าใจวันนัดสืบพยานโจทก์คลาดเคลื่อนผิดวันไป หากเป็นความจริงก็พอถือได้ว่ามีเหตุผลสมควรที่จะยกคดีขึ้นพิจารณาใหม่ พิพากษายกคำสั่งศาลชั้นต้นลงวันที่ 29 สิงหาคม 253ให้ศาลชั้นต้นไต่สวนคำร้องของโจทก์ แล้วมีคำสั่งในเรื่องนี้ต่อไปตามรูปคดีโจทก์และจำเลยฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า

การที่ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยอุทธรณ์ของโจทก์ในประเด็นข้ออื่น มีผลเท่ากับศาลอุทธรณ์ใช้ดุลพินิจวินิจฉัยแล้วว่าถึงแม้คำฟ้องอุทธรณ์ของโจทก์จะใช้แบบพิมพ์คำร้องเป็นคำฟ้องอุทธรณ์ก็ไม่ขัดต่อกฎหมายถึงขนาดที่จะรับไว้พิจารณาไม่ได้ส่วนที่จำเลยฎีกาว่า ที่ศาลอุทธรณ์พิพากษาว่าโจทก์ร้องขอให้ยกคดีขึ้นพิจารณาใหม่โดยอ้างเหตุผลว่าโจทก์เข้าใจวันนัดคลาดเคลื่อนเป็นการพิพากษาเกินคำขอหรือที่มิได้กล่าวในฟ้องอุทธรณ์นั้นพิเคราะห์แล้วเห็นว่า

โจทก์อุทธรณ์ว่า เมื่อวันที่ 23 สิงหาคม 2531ศาลได้กำหนดให้สืบพยานโจทก์ แต่โจทก์ไม่ได้มาศาล และในวันดังกล่าวศาลชั้นต้นได้มีคำสั่งให้ยกฟ้องโจทก์ รายละเอียดปรากฏตามรายงานกระบวนพิจารณาของศาลชั้นต้นลงวันที่ 23 สิงหาคม 2531 โจทก์เห็นว่าคำสั่งศาลชั้นต้นยังคลาดเคลื่อนอยู่ จึงขอให้ศาลอุทธรณ์มีคำสั่งเพิกถอนคำสั่งศาลชั้นต้นและยกคดีของโจทก์พิจารณาต่อไป อุทธรณ์ของโจทก์มิได้โต้เถียงคำสั่งศาลชั้นต้นลงวันที่ 29 สิงหาคม 2531ที่ให้งดไต่สวนและให้ยกคำร้องขอให้พิจารณาคดีของโจทก์ต่อไปว่าไม่ถูกต้องแต่ประการใด คำสั่งของศาลชั้นต้นลงวันที่ 29 สิงหาคม 253จึงถึงที่สุดแล้วโดยไม่มีคู่ความฝ่ายใดอุทธรณ์ การที่ศาลอุทธรณ์พิพากษาให้ยกคำสั่งของศาลชั้นต้นซึ่งถึงที่สุดแล้วโดยมิได้วินิจฉัยประเด็นที่โจทก์อุทธรณ์ว่าศาลชั้นต้นยกฟ้องของโจทก์เป็นการชอบหรือไม่นั้น เป็นการพิพากษาหรือสั่งเกินคำขอหรือที่มิได้กล่าวในฟ้องอุทธรณ์

ไม่ชอบด้วยบทบัญญัติประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 192 วรรคแรก ประกอบด้วยมาตรา 215พิพากษายกคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ให้ศาลอุทธรณ์พิจารณาอุทธรณ์ของโจทก์ แล้วมีคำพิพากษาใหม่ไปตามรูปคดี ค่าฤชาธรรมเนียมทั้งสองศาลในชั้นนี้ ให้ศาลอุทธรณ์รวมสั่งเมื่อมีคำพิพากษาใหม่.

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ชูศักดิ์ บัณฑิตกุล · สุนทร จันทรศักดิ์ · ครีภูมิ สุวรรณโรจน์
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 12603/2553

ตามคำฟ้องของโจทก์ขอให้ลงโทษจำเลยตาม ป.อ. มาตรา 343 โดยไม่ได้อ้าง ป.อ. มาตรา 341 แต่ความผิดฐานดังกล่าวก็เป็นการกระทำที่มีองค์ประกอบมาจากความผิดฐานฉ้อโกงตาม ป.อ. มาตรา 341 เมื่อข้อเท็จจริงฟังว่าจำเลยกระ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1477/2549

โจทก์บรรยายฟ้องว่า ระหว่างต้นเดือนธันวาคม 2541 ถึงวันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2542 เวลากลางวัน วันเดือนปีใดไม่ปรากฏชัด จำเลยโดยทุจริตหลอกลวงประชาชนด้วยการแสดงข้อความอันเป็นเท็จต่อผู้เสียหายที่ 1 ถึงที่ 8 ซึ่ง…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2955/2546

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 341 และพระราชบัญญัติจัดหางานและคุ้มครองคนหางานฯ มาตรา 30,82,91 ตรี ศาลชั้นต้นพิพากษาลงโทษจำเลยในความผิดตามพระราชบัญญัติจัดหางานและคุ้มครองคนหางานฯมาตร…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4762/2539

แม้ตามคำฟ้องของโจทก์ขอให้ลงโทษตาม ป.อ.มาตรา 343ก็ตาม แต่ความผิดฐานดังกล่าวเป็นการกระทำที่มีองค์ประกอบมาจากความผิดฐานฉ้อโกง ป.อ.มาตรา 341 ด้วย ดังนั้นเมื่อปรากฏในชั้นพิจารณาว่าการกระทำของจำเลยเป็นความผ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4279/2539

บริษัทมีเจตนาเพียงจะเรียกเก็บเงินประกันการทำงานจากประชาชนผู้มาสมัครงาน โดยมีเจตนาแสวงหาผลประโยชน์ที่มิควรได้โดยชอบด้วยกฎหมายสำหรับตัวกรรมการของบริษัทเอง หรือเพื่อบริษัทอันเป็นการกระทำโดยทุจริตโดยประกา…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้