Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3385/2538

พ.ศ. 2538 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

โจทก์ฟ้องว่า ส. ลงลายมือชื่อในหนังสือมอบอำนาจให้จำเลยไปดำเนินการจดทะเบียนเพิ่มชื่อ ท. และ ม.ให้ถือกรรมสิทธิ์รวมในที่ดินในส่วนของ ส. โดยไม่ได้กรอกข้อความในหนังสือมอบอำนาจ จำเลยกลับกรอกข้อความเป็นว่าจำเลยมีอำนาจขายที่ดินดังกล่าวเฉพาะส่วนของส.ให้แก่จำเลย แล้วจดทะเบียนโอนขายที่ดินแก่จำเลยโจทก์นำคดีมาฟ้องเพิกถอนการจดทะเบียนนิติกรรมซื้อขายที่ดินที่จำเลยกระทำไปโดยปราศจากอำนาจ ซึ่งถือได้ว่าโจทก์ได้ใช้สิทธิติดตามเอาทรัพย์คืนแทน ส. ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1336 สิทธิติดตามเอาทรัพย์สินคืนตามมาตรานี้เป็นทรัพยสิทธิ เป็นสิทธิเหนือทรัพย์สิน ซึ่งผู้ทรงสิทธิมีสิทธิติดตามทรัพย์สินของตนได้ตลอดเวลาที่ทรัพย์สินยังคงสภาพอยู่ มิใช่เป็นสิทธิเรียกร้องซึ่งเป็นบุคคลสิทธิเป็นสิทธิเหนือบุคคลตามความหมายของประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 163 เดิม คดีโจทก์จึงไม่มีกำหนดระยะเวลาฟ้องร้องหรืออายุความโจทก์ฟ้องว่า จำเลยเป็นมารดานางสำเนียง รักเหลือนางสำเนียงจึงร้องขอต่อพนักงานอัยการให้ยกคดีขึ้นว่ากล่าวที่ดินโฉนดเลขที่ 9432 เนื้อที่ 11 ไร่ นางสำเนียงถือกรรมสิทธิ์ร่วมกับนางสมัคร นพคุณ คนละส่วนกัน เมื่อวันที่ 5 มีนาคม 2501 จำเลยได้ปลอมหนังสือมอบอำนาจของนางสำเนียงที่นางสำเนียงได้ลงลายมือชื่อในฐานะผู้มอบอำนาจในแบบหนังสือมอบอำนาจของกรมที่ดินแต่ยังไม่ได้กรอกข้อความ โดยนางสำเนียงแจ้งให้จำเลยทราบว่ามอบอำนาจให้จำเลยไปดำเนินการจดทะเบียนเพิ่มชื่อนางสะเทื้อน ชื่อพงษ์ และนางละมัย ชื่นพงษ์ในโฉนดที่ดินเฉพาะส่วนของนางสำเนียง โดยให้จำเลยไปกรอกข้อความเองแต่จำเลยกลับนำไปกรอกข้อความเป็นว่าให้จำเลยมีอำนาจอำนาจจัดการทำสัญญาขายที่ดินเฉพาะส่วนของนางสำเนียงแก่จำเลยในราคา 5,000 บาท ซึ่งผิดวัตถุประสงค์ของนางสำเนียงต่อมาวันที่ 6 มีนาคม 2501 จำเลยได้นำหนังสือมอบอำนาจไปแสดงต่อเจ้าพนักงานที่ดินจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ทำให้เจ้าพนักงานที่ดินจังหวัดพระนครศรีอยุธยาหลงเชื่อทำการจดทะเบียนโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินดังกล่าวเป็นของจำเลย ต่อมาต้นปี 2530 นางสำเนียงได้ตรวจสอบหลักฐานที่ดินพิพาทที่สำนักงานที่ดินจังหวัดพระนครศรีอยุธยาจึงได้ทราบการกระทำของจำเลยและได้บอกกล่าวให้จำเลยโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินพิพาทคืนนางสำเนียง แต่จำเลยเพิกเฉยขอให้พิพากษาว่านิติกรรมและการจดทะเบียนนิติกรรมขายที่ดินพิพาทเฉพาะส่วนของนางสำเนียงเป็นโมฆะให้จำเลยไปดำเนินการขอเพิกถอนการจดทะเบียนสิทธินิติกรรมขายที่ดินพิพาทเฉพาะส่วนของนางสำเนียงต่อเจ้าพนักงานที่ดินจังหวัดพระนครศรีอยุธยา หากไม่ไปให้ถือเอาคำพิพากษาแทนการแสดงเจตนาจำเลยให้การว่า คดีโจทก์ขาดอายุความเพราะไม่ได้ฟ้องภายในกำหนด 10 ปี ขอให้ยกฟ้องศาลชั้นต้นงดสืบพยานและวินิจฉัยว่า คดีของโจทก์ขาดอายุความพิพากษายกฟ้องโจทก์อุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษายกคำพิพากษาศาลชั้นต้น ให้ศาลชั้นต้นดำเนินกระบวนพิจารณาต่อไปแล้วพิพากษาใหม่ตามรูปคดีจำเลยฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ที่จำเลยฎีกาว่า คดีโจทก์ขาดอายุความฟ้องร้องแล้ว เห็นว่าตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 1336 บัญญัติว่า ภายในบังคับแห่งกฎหมาย เจ้าของทรัพย์สินมีสิทธิใช้สอยและจำหน่ายทรัพย์สินของตนและได้ซึ่งดอกผลแห่งทรัพย์สินนั้น กับทั้งมีสิทธิติดตามและเอาคืนซึ่งทรัพย์สินของตนจากบุคคลผู้ไม่มีสิทธิจะยึดถือไว้และมีสิทธิขัดขวางมิให้ผู้อื่นสอดเข้าเกี่ยวข้องกับทรัพย์สินนั้นโดยมิชอบด้วยกฎหมาย คดีนี้โจทก์บรรยายคำฟ้องว่า นางสำเนียงลงลายมือชื่อในหนังสือมอบอำนาจให้จำเลยไปดำเนินการจดทะเบียนเพิ่มชื่อนางสะเทื้อนและนางลำมัยให้ถือกรรมสิทธิ์รวมในที่ดินโดยไม่ได้กรอกข้อความในหนังสือมอบอำนาจ จำเลยกลับกรอกข้อความเป็นว่า จำเลยมีอำนาจขายที่ดินดังกล่าวเฉพาะส่วนของนางสำเนียงให้แก่จำเลย แล้วจดทะเบียนโอนขายที่ดินแก่จำเลย

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

เนื้อความคำพิพากษา

โจทก์นำคดีมาฟ้องเพิกถอนการจดทะเบียนนิติกรรมซื้อขายที่ดินที่จำเลยกระทำไปโดยปราศจากอำนาจซึ่งถือได้ว่าโจทก์ได้ใช้สิทธิติดตามเอาทรัพย์คืนแทนนางสำเนียง ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1336สิทธิติดตามเอาทรัพย์สินคืนตามมาตรานี้เป็นทรัพยสิทธิ เป็นสิทธิเหนือทรัพย์สิน ซึ่งผู้ทรงสิทธิติดตามเอาทรัพย์สินของตนได้ตลอดเวลาที่ทรัพย์สินยังคงสภาพอยู่ มิใช่เป็นสิทธิเรียกร้องซึ่งเป็นบุคคลสิทธิเป็นสิทธิเหนือบุคคลตามความหมายของประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 163 เดิม(มาตรา 193/9 ที่แก้ไขใหม่) คดีโจทก์จึงไม่มีกำหนดระยะเวลาฟ้องร้องหรืออายุความดังที่จำเลยกล่าวอ้างศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่าคดีโจทก์ไม่มีอายุความชอบแล้ว ศาลฎีกาเห็นฟ้องด้วย"

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ปราโมทย์ ชพานนท์ · อุระ หวังอ้อมกลาง · เสริม บุญทรงสันติกุล
แหล่งที่มา
เนติบัณฑิตยสภาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4015/2528

โจทก์จำเลยได้เลิกสัญญาจะซื้อขายที่ดินกันแล้ว คู่สัญญาจึงต้องกลับคืนสู่ฐานะเดิมตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 391แต่จำเลยไม่คืนเงินมัดจำและราคาที่ดินที่จำเลยรับไว้ให้แก่โจทก์ โจทก์จึงฟ้องคดีเพื่อเ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 621/2519

ทรัพย์มรดกตกทอดเป็นกรรมสิทธิ์ของทายาทตั้งแต่เจ้ามรดกตายผู้จัดการมรดกเอาไปโอนให้แก่ผู้ที่ไม่ใช่ทายาททายาทติดตามเอาคืนได้กรณีเช่นนี้ไม่ใช่เพิกถอนการฉ้อฉลไม่เกี่ยวกับการจัดการมรดก และไม่มีอายุความเรียกคื…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 450/2495

ซื้อขายที่ดินมีโฉนดแก่กันได้มอบที่ดินและโฉนดให้ผู้ซื้อยึดถือครอบครองแล้ว ฝ่ายผู้ซื้อก็ชำระราคาแล้ว สัญญาว่าจะไปโอนทะเบียนกันภายใน 1 เดือน แต่แล้วก็ไม่ได้ไปโอนกัน ฝ่ายผู้ซื้อก็คงครอบครองที่ดินโดยเจตนาเ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3230/2568

มารดาโจทก์เป็นผู้ใช้และครอบครองรถยนต์รวมทั้งร่วมกับโจทก์ผ่อนชำระค่าเช่าซื้อด้วยกัน มารดาโจทก์นำรถยนต์พิพาทไปจำนำกับจำเลยโดยที่โจทก์ไม่ทราบเรื่อง เช่นนี้ การจำนำรถยนต์พิพาทจึงเป็นเรื่องระหว่างมารดาโจทก…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1282/2568

คดีที่จำเลยกล่าวอ้างการได้มาซึ่งกรรมสิทธิ์ในที่ดินโฉนดเลขที่ 2648 ที่มีชื่อโจทก์เป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์โดยการครอบครองปรปักษ์และศาลชั้นต้นมีคำสั่งบังคับให้ตามที่ขอ มิใช่เป็นคดีที่เมื่อมีข้อโต้แย้งสิทธิเก…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้