Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3389/2527

พ.ศ. 2527 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

พระราชบัญญัติการขนส่งทางบก มาตรา 40 และมาตรา 138ที่โจทก์ฟ้องไม่ได้บัญญัติเกี่ยวกับการลงโทษปรับไว้เป็น อย่างอื่น จึงต้องนำประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 31 มา ใช้บังคับ โดยต้องปรับจำเลยทั้งสามเรียงตามรายตัวบุคคล ไป จะปรับจำเลยทั้งสามรวมกันไม่ได้ (อ้างคำพิพากษาฎีกาที่ 1339/2506)

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

พ.ร.บ.การขนส่งทางบก พ.ศ.2522 มาตรา 40 พ.ร.บ.การขนส่งทางบก พ.ศ.2522 มาตรา 138 ป.อ. มาตรา 31

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยที่ 1 ซึ่งเป็นลูกจ้างขับรถของจำเลยที่ 3 กับจำเลยที่ 2 ในฐานะส่วนตัว และจำเลยที่ 3 ซึ่งเป็นนิติบุคคลมีจำเลยที่ 2 ในฐานะหุ้นส่วนผู้จัดการได้ร่วมกันนำรถยนต์โดยสารซึ่งเป็นรถที่จำเลยที่ 3 ได้รับใบอนุญาตประกอบการขนส่งไม่ประจำทางมากระทำการขนส่งคนโดยสารเพื่อสินจ้างตามเส้นทางที่คณะกรรมการควบคุมการขนส่งทางบกกลางได้ประกาศให้บริษัทขนส่ง จำกัด เป็นผู้ได้รับใบอนุญาตประกอบการขนส่งประจำทางในเส้นทางนั้นโดยฝ่าฝืนกฎหมาย ขอให้ลงโทษตามพระราชบัญญัติการขนส่งทางบกพ.ศ. 2522 มาตรา 40, 138 ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83

จำเลยทั้งสามให้การรับสารภาพศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยทั้งสามมีความผิดตามพระราชบัญญัติการขนส่งทางบก พ.ศ. 2522 มาตรา 40, 138 ประมวลกฎหมายอาญามาตรา 83 ปรับคนละ 50,000 บาท

จำเลยให้การรับสารภาพ ลดโทษให้กึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงปรับคนละ 25,000 บาทในกรณีที่จำเลยไม่ชำระค่าปรับ สำหรับจำเลยที่ 1 และที่ 2 ให้กักขังแทนตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 29, 30 แต่ไม่เกิน 2 ปี ส่วนที่จำเลยที่ 3ให้ยึดทรัพย์สินใช้ค่าปรับจำเลยทั้งสามอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับจำเลยทั้งสามฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า

โจทก์ฟ้องว่าจำเลยทั้งสามในฐานะตัวการร่วมกันกระทำผิด เมื่อจำลยที่ 1 และที่ 2 ให้การรับสารภาพ จำเลยที่ 1 และที่ 2 จึงต้องมีความผิดและต้องรับโทษตามฟ้องของโจทก์ด้วย ตามพระราชบัญญัติการขนส่งทางบก พ.ศ. 2522 มาตรา 40 และมาตรา 138 ที่โจทก์ฟ้อง ไม่ได้บัญญัติเี่ยวกับการลงโทษปรับไว้เป็นอย่างอื่น จึงต้องนำประมวลกฎหมายอาญามาตรา 31 มาใช้บังคับกับคดีนี้โดยต้องปรับจำเลยทั้งสามเรียงตามรายตัวบุคคลไป จะปรับจำเลยทั้งสามรวมกันไม่ได้ตามนัยคำพิพากษาฎีกาที่ 1339/2506 ระหว่าง ผู้ว่าคดีศาลแขวงสงขลา โจทก์นายปาน พรหมเวชกับพวก จำเลยพิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
เสรี แสงศิลป์ · สมบูรณ์ บุญภินนท์ · สุพจน์ นาถะพินธุ
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1519/2531

จำเลยได้ประกอบการขนส่งประจำทาง โดยใช้รถยนต์นั่งซึ่งได้จดทะเบียนเข้าร่วมกิจการประกอบการขนส่งไม่ประจำทางกับห้างหุ้นส่วนจำกัด บ. ซึ่งได้รับใบอนุญาตประกอบการขนส่งไม่ประจำทาง ขนส่งคนและสิ่งของเพื่อสินจ้างใ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5481/2548

พ.ร.บ.การเดินเรือในน่านน้ำไทย พ.ศ. 2456 มาตรา 118 บัญญัติว่า "ผู้ใดฝ่าฝืนมาตรา 117? ต้องระวางโทษปรับโดยคำนวณตามพื้นที่ของอาคารหรือสิ่งอื่นใดในอัตราไม่น้อยกว่าตารางเมตรละห้าร้อยบาท แต่ไม่เกินตารางเมตรล…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7630/2547

จำเลยตกลงซื้อบุหรี่ซิกาแรตจากผู้ขายที่อยู่ประเทศพม่าไว้ก่อนแล้ว จำเลยใช้ให้ ม. นำบุหรี่ซิกาแรตของกลางเข้ามาในราชอาณาจักร ม. เพียงแต่ไปรับบุหรี่ซิกาแรตของกลางจากผู้ขายที่เกาะสอง ประเทศพม่า จำเลยจึงกระท…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5048/2545

ความผิดตามพระราชบัญญัติศุลกากรฯ มาตรา 27 ทวิ กฎหมายบัญญัติให้ลงโทษปรับสำหรับความผิดครั้งหนึ่ง ๆ เป็นเงินสี่เท่าของราคาของซึ่งได้รวมค่าอากรเข้าด้วยแล้ว มิใช่ปรับสำหรับความผิดครั้งหนึ่ง ๆ แล้วแบ่งปรับเป…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3341/2541

ที่จำเลยทั้งสองฎีกาว่า ศาลล่างทั้งสองลงโทษปรับจำเลยทั้งสองไม่ชอบด้วยกฎหมาย โดยอ้างว่าต้องลงโทษปรับจำเลยทั้งสองเรียงตามรายตัว ปัญหาดังกล่าวแม้จำเลยทั้งสองมิได้หยิบยกขึ้นว่ากล่าวในศาลอุทธรณ์ แต่ก็เป็นปั…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้