Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3392/2536

พ.ศ. 2536 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

โจทก์ฟ้องขอให้แบ่งที่ดินพร้อมตึกแถวซึ่งเป็นสินสมรสให้โจทก์ครึ่งหนึ่ง การที่โจทก์ตีราคาสินสมรสเฉพาะส่วนของโจทก์จำนวน 100,000บาทก็เพื่อเป็นทุนทรัพย์ในการเสียค่าขึ้นศาลเท่านั้น โจทก์มิได้แบ่งสินสมรสเป็นเงิน 100,000 บาท ฉะนั้นเมื่อปรากฏว่าที่ดินพร้อมตึกแถวดังกล่าวเป็นสินสมรสและโจทก์จำเลยหย่ากันแล้วก็ชอบที่จะแบ่งสินสมรสให้โจทก์และจำเลยได้ส่วนเท่ากันตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1533 ถ้าการแบ่งไม่อาจตกลงกันได้ก็ให้ขายทอดตลาดนำเงินมาแบ่ง

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องขอให้แบ่งที่ดินพร้อมตึกแถวซึ่งเป็นสินสมรสให้โจทก์ครึ่งหนึ่ง การที่โจทก์ตีราคาสินสมรสเฉพาะส่วนของโจทก์จำนวน 100,000บาทก็เพื่อเป็นทุนทรัพย์ในการเสียค่าขึ้นศาลเท่านั้น โจทก์มิได้แบ่งสินสมรสเป็นเงิน 100,000 บาท ฉะนั้นเมื่อปรากฏว่าที่ดินพร้อมตึกแถวดังกล่าวเป็นสินสมรสและโจทก์จำเลยหย่ากันแล้วก็ชอบที่จะแบ่งสินสมรสให้โจทก์และจำเลยได้ส่วนเท่ากันตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1533 ถ้าการแบ่งไม่อาจตกลงกันได้ก็ให้ขายทอดตลาดนำเงินมาแบ่งโจทก์ฟ้องว่า โจทก์จำเลยเป็นสามีภริยากันโดยจดทะเบียนสมรสระหว่างอยู่กินฉันสามีภริยามีที่ดินโฉนดเลขที่ 20460 ตำบลบุคคโล (บางยี่เรือ) อำเภอธนบุรี (บางกอกใหญ่) กรุงเทพมหานครพร้อมตึกแถว 3 ชั้น

เลขที่ 29/146 ตรอกโรงพยาบาลทหารเรือถนนตากสิน แขวงบุคคโล เขตธนบุรี กรุงเทพมหานคร เป็นสินสมรสโจทก์และจำเลยได้จดทะเบียนหย่ากันแล้วแต่จำเลยไม่ยอมแบ่งสินสมรส โจทก์ตีราคาเฉพาะส่วนแบ่งของโจทก์เป็นเงิน 100,000 บาทโจทก์ทวงถามแล้วแต่จำเลยเพิกเฉย ขอให้บังคับจำเลยแบ่งสินสมรสให้แก่โจทก์ครึ่งหนึ่ง หากตกลงแบ่งกันไม่ได้ให้นำที่ดินพร้อมตึกแถวดังกล่าวขายทอดตลาดเอาเงินแบ่งให้โจทก์ครึ่งหนึ่งพร้อมดอกเบี้ยจำเลยให้การและแก้ไขคำให้การว่า จำเลยซื้อที่ดินพร้อมตึกแถวมาด้วยเงินของจำเลยฝ่ายเดียวโดยได้กู้เงินและเอาที่ดินพร้อมตึกแถวจำนองไว้ นอกจากนี้ยังได้กู้เงินมาต่อเติมและตกแต่งตึกแถวที่ดินและตึกแถวจึงเป็นสินส่วนตัวของจำเลย

โจทก์ไม่มีสิทธิขอแบ่งและเรียกค่าเสียหาย ขอให้ยกฟ้องศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยชำระเงินให้โจทก์จำนวน 31,000 บาทพร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับแต่วันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จโจทก์อุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำเลยแบ่งที่ดินโฉนดเลขที่ 20460 พร้อมตึกแถว 3 ชั้น เลขที่ 29/146 ตรอกโรงพยาบาลทหารเรือ ถนนตากสิน แขวงบุคคโล เขตธนบุรี กรุงเทพมหานครให้แก่โจทก์ครึ่งหนึ่ง หากตกลงแบ่งกันไม่ได้ให้นำที่ดินพร้อมตึกแถว 3 ชั้นดังกล่าวขายทอดตลาดเอาเงินแบ่งกันตามส่วน นอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นจำเลยฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ข้อเท็จจริงรับฟังเป็นยุติตามคำพิพากษาศาลล่างทั้งสองว่า ที่ดินโฉนดเลขที่ 20460 เนื้อที่ 13 ตารางวาพร้อมตึกแถว 3 ชั้น เลขที่ 29/146 ตรอกโรงพยาบาลทหารเรือถนนตากสิน แขวงบุคคโล เขตธนบุรี กรุงเทพมหานคร เป็นสินสมรสระหว่างโจทก์จำเลย โจทก์จำเลยได้จดทะเบียนหย่าตามคำพิพากษาศาลแพ่งธนบุรีในคดีหมายเลขแดงที่ 1345/2530 แล้ว คดีมีปัญหาตามฎีกาของจำเลยว่า

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลอุทธรณ์พิพากษาให้จำเลยแบ่งสินสมรสตามฟ้องให้โจทก์ครึ่งหนึ่งหรือให้เอาสินสมรสออกขายทอดตลาดเอาเงินมาแบ่งให้โจทก์ตามส่วน โดยไม่เปิดโอกาสให้จำเลยเลือกชำระหนี้แก่โจทก์เป็นตั๋วเงินภายในวงเงินตามทุนทรัพย์ที่โจทก์ฟ้องไม่เกิน100,000 บาท เป็นการชอบหรือไม่

ศาลฎีกาวินิจฉัย

พิเคราะห์แล้ว ตามโจทก์ฟ้องโจทก์มุ่งประสงค์ให้ศาลพิพากษาแบ่งที่ดินพร้อมตึกแถวซึ่งเป็นสินสมรสให้แก่โจทก์ครึ่งหนึ่ง มิได้ฟ้องขอให้แบ่งเงิน

ที่จำเลยฎีกาว่า โจทก์ขอแบ่งสินสมรสเป็นเงิน 100,000 บาทนั้น เห็นว่าตามคำขอท้ายฟ้องโจทก์ โจทก์ขอให้แบ่งสินสมรสครึ่งหนึ่งให้แก่โจทก์ หากแบ่งไม่ได้ให้นำที่ดินพร้อมตึกแถวออกขายทอดตลาดเอาเงินแบ่งให้โจทก์ครึ่งหนึ่งพร้อมดอกเบี้ยร้อยละ 7 ครึ่งต่อปี ในต้นเงินเฉพาะส่วนแบ่งสินสมรสของโจทก์ การที่โจทก์ตีราคาสินสมรสเฉพาะส่วนของโจทก์จำนวน 100,000 บาท เพื่อเป็นทุนทรัพย์ในการเสียค่าขึ้นศาลเท่านั้น โจทก์มิได้ขอแบ่งสินสมรสเป็นเงิน100,000 บาท ดังที่จำเลยฎีกาแต่อย่างใด เมื่อปรากฏว่าที่ดินพร้อมตึกแถวตามฟ้องเป็นสินสมรสและโจทก์จำเลยหย่ากันแล้วก็ชอบที่จะให้แบ่งสินสมรสให้โจทก์และจำเลยได้ส่วนเท่ากันตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1533 ซึ่งถ้าการแบ่งไม่อาจตกลงกันได้ก็อาจให้นำเอาสินสมรสออกขายทอดตลาดเพื่อนำเงินมาแบ่งกันตามคำขอท้ายฟ้องของโจทก์ได้ ที่ศาลอุทธรณ์พิพากษามานั้นชอบแล้วฎีกาจำเลยฟังไม่ขึ้น"

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ประสิทธิ์ แสนศิริ · ยงยุทธ ธารีสาร · ไพศาล รางชางกูร
แหล่งที่มา
สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4433/2536

การที่ ง.จัดการสินสมรสโดยยกที่ดินพิพาทให้แก่จำเลยทั้งสี่โดยเสน่หาและมิใช่การให้ตามสมควรในทางศีลธรรมอันดี ง.ต้องได้รับความยินยอมจากโจทก์ผู้เป็นภริยาตาม ป.พ.พ. มาตรา 1473 (เดิม) เมื่อไม่ได้รับความยินยอม…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6063/2567

ตามสัญญาประนีประนอมยอมความ ข้อ 3 มีข้อความว่า "หากจำเลยสามารถตรวจสอบพบว่าโจทก์ยังมีทรัพย์สินอื่นนอกจากที่ระบุไว้ในข้อ 2 ตั้งแต่สมรสจนถึงวันที่ 28 กันยายน 2563 โจทก์ยอมให้จำเลยบังคับคดีเอาจากทรัพย์สินอ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4727/2566

โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยทั้งหกในฐานะผู้จัดการมรดกร่วมกันแบ่งปันทรัพย์มรดกให้แก่โจทก์ โดยระบุในคำฟ้องว่า จ. โดย ท. ผู้แทนโดยชอบธรรม จำเลยที่ 4 และ ด. โดย ส. ผู้แทนโดยชอบธรรม จำเลยที่ 5 จึงเป็นการฟ้อง…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1322/2566

บันทึกถ้อยคำเรื่องแบ่งกรรมสิทธิ์รวมและแบ่งหักที่สาธารณประโยชน์มีข้อความว่า โจทก์และจำเลยทั้งสี่ตกลงแบ่งกรรมสิทธิ์รวมในที่ดินพิพาท โดยไม่ได้ระบุว่าส่วนของเจ้าของรวมแต่ละคนมีแนวเขตตั้งแต่บริเวณใดถึงบริเ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 444/2563

ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนตามศาลชั้นต้นลงโทษจำเลยรวมทุกกระทงแล้วจำคุก 28 ปี 56 เดือน ตาม ป.อ. มาตรา 91 (3) แต่เมื่อโทษจำคุกแต่ละกระทงไม่เกิน 5 ปี จึงห้ามคู่ความมิให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงตาม ป.วิ.อ. มาตรา 2…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้