คำฟ้องและคำให้การ
โจทก์ฟ้องว่า จำเลยทั้งสองบังอาจสมคบร่วมกระทำผิดทำลายทางสาธารณะ โดยขุดหลุมไปในทางสาธารณ ทำให้ทางถูกตัดขาดออกจากกันเป็นหลุมลึกอยู่ในลักษณะน่าจะเป็นเหตุร้ายเกิดอันตรายแก่การจราจร โดยไม่ได้รับอนุญาตอันชอบด้วยกฎหมาย ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๒๙, ๓๘๖, ๘๓ จำเลยที่ ๑ ให้การว่าที่ดินตรงที่โจทก์หามิใช่ทางสาธารณะและไม่ได้ขุดทำลาย จำเลยที่ ๒ ให้การว่า ไม่มีเจตนาให้เป็นการขัดขวางน่าจะเป็นอันตรายแก่การสัญจร
คำพิพากษาศาลล่าง
ศาลชั้นต้นพิพากษาลงโทษจำคุกตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๒๙, ๘๓ คนละ ๖ เดือน
จำเลยทั้งสองอุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน
ศาลฎีกาวินิจฉัย
จำเลยทั้งสองฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งรับเฉพาะข้อกฎหมาย
ศาลฎีกาเห็นว่า โจทก์ฟ้องหาว่าจำเลยกระทำผิดฐานทำลายทางสาธารณะ ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๒๙, ๓๘๖, ๘๓ และเห็นว่าความผิดเกี่ยวกับการก่อให้เกิดภยันตรายต่อประชาชนตั้งแต่ มาตรา ๒๑๗ ถึง ๒๓๙ นั้น ประกาศของคณะปฏิวัติฉบับที่ ๑๖ ซึ่งใช้บังคับในระหว่างเกิดเหตุคดีนี้ว่า ให้อยู่ในอำนาจศาลทหารที่จะพิจารณาพิพากษา ดังนั้นที่ศาลจังหวัดปราจีนบุรี รับฟ้องคดีนี้ซึ่งมีคำขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๒๒๙ ซึ่งเป็นบทหนักไว้ดำเนินการตลอดมาถึงชั้นศาลอุทธรณ์ จึงไม่ชอบที่จะกระทำได้เกี่ยวกับอำนาจศาล ที่ ปรากฏตามสำนวนว่า ศาลชั้นต้นเห็นว่า โดยที่ศาลพลเรือนได้สั่งประทับฟ้องไว้พิจารณาแล้ว อาศัยมาตรา ๑๕ แห่งพระราชบัญญัติธรรมนูญศาลทหาร พ.ศ.๒๔๙๘ ศาลชั้นต้นย่อมมีอำนาจพิจารณาพิพากษาคดีนี้ได้ จึงได้ดำเนินการพิจารณาพิพากษาจนเสร็จสำนวนนั้น
ศาลฎีกาเห็นว่า มาตรา ๑๕ ดังกล่าวมีความหมายเพียงว่า เมื่อศาลพลเรือนสั่งรับฟ้องไว้ความยังไม่ปรากฏโดยแจ้งชัดว่า คดีนั้นอยู่ในอำนาจศาลทหารหรือไม่ เช่น ยังไม่แน่ใจว่าจำเลยเป็นทหารประจำการหรือไม่ ต่อเมื่อได้รับฟ้องแล้วความจึงปรากฏว่าเป็นทหารประจำการ ดังนี้ ศาลพลเรือนที่รับฟ้องไว้ย่อมดำเนินการพิจารณาพิพากษาต่อไปด้ นัยฎีกาที่ ๔๖๓/๒๕๐๔ แต่คดีนี้ปรากฏตั้งแต่แรกตามฟ้องแล้วว่า ความผิดที่กล่าวหาแก่จำเลยเป็นเป็นความผิดที่ต้องขึ้นอยู่ในอำนาจศาลทหารตามประกาศของคณะปฏิวัติฉบับที่ ๑๖ หาใช่ความเพิ่งปรากฏขึ้นภายหลังว่าเป็นคดีที่อยู่ในอำนาจศาลทหารไม่ ฉะนั้น ที่ศาลชั้นต้นสั่งว่า เมื่อได้รับประทับฟ้องไว้แล้วก็ย่อมมีอำนาจพิจารณาพิพากษาต่อไปได้นั้น จึงไม่ชอบที่จะกระทำได้โดยอาศัยมาตรา ๑๕ ดังกล่าว ดังฎีกาที่ ๑๓๕๒/๒๕๐๖ จึงเห็นว่า คดีนี้ศาลพลเรือนไม่มีอำนาจรับไว้พิจารณาพิพากษา
ผลคำพิพากษา
พิพากษากลับให้ยกฟ้องโจทก์