คำฟ้องและคำให้การ
โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.๒๕๒๒ มาตรา ๔, ๗, ๑๗, ๖๙, ๑๐๒ ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๘๓ จำเลยที่ ๑ ให้การรับสารภาพ จำเลยที่ ๒ ถึงที่ ๕ ให้การปฏิเสธ
คำพิพากษาศาลล่าง
ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยทั้งห้ามีความผิดตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. ๒๕๒๒ มาตรา ๖๙ จำคุกคนละ ๒๔ ปี ลดโทษแล้วจำคุกจำเลยที่ ๑ มีกำหนด ๑๒ ปี จำคุกจำเลยที่ ๒ ที่ ๓ และที่ ๕ คนละ๑๖ ปี จำเลยที่ ๒ ถึงที่ ๕ อุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ยกฟ้องโจทก์เฉพาะจำเลยที่ ๓และที่ ๕ โจทก์และจำเลยที่ ๒ ที่ ๔ ฎีกา ศาลฎีกาฟังข้อเท็จจริงว่า จำเลยที่ ๒ และที่ ๔ ได้ร่วมกระทำผิดกับจำเลยที่ ๑ และวินิจฉัยว่า ที่ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา ๑๙๓ บัญญัติว่า อุทธรณ์ทุกฉบับต้องระบุข้อเท็จจริงโดยย่อนั้น หมายความถึงข้อเท็จจริงที่คู่ความยกขึ้นอุทธรณ์ การที่อุทธรณ์ของจำเลยมิได้กล่าวถึงทางพิจารณาที่โจทก์จำเลยนำสืบ จึงหาได้ขัดต่อบทบัญญัติดังกล่าวไม่
ผลคำพิพากษา
พิพากษายืน.