Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3411/2545

พ.ศ. 2545 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

คดีนี้เป็นคดีฟ้องขับไล่ผู้เช่าออกจากอสังหาริมทรัพย์ ซึ่งจำเลยทำสัญญาเช่าอาคารพิพาทจากโจทก์ทั้งสามในอัตราค่าเช่าเดือนละ 2,100 บาท แม้โจทก์ทั้งสามจะเรียกค่าเสียหายหลังจากครบกำหนดสัญญาเช่าเดือนละ 11,700 บาท มาด้วย ก็ไม่ใช่ว่าอาคารพิพาทอาจให้เช่าได้เกิน 4,000 บาท กรณีที่จะต้องใช้เกณฑ์ "อาจให้เช่า"นั้น จะต้องเป็นกรณีฟ้องผู้อาศัยหรือผู้กระทำละเมิดอันกำหนดค่าเช่าไม่ได้ คดีนี้เป็นการฟ้องขับไล่ผู้เช่าซึ่งกำหนดค่าเช่าไว้ชัดแจ้ง เมื่อค่าเช่าไม่เกิน 4,000 บาท จึงเป็นคดีที่ต้องห้ามอุทธรณ์ในข้อเท็จจริง

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ทั้งสามฟ้องว่า จำเลยได้ทำสัญญาเช่าตึกแถวเลขที่ 23/34-36 ไปจากโจทก์ทั้งสาม มีกำหนดเวลาเช่า 3 ปี ครั้นครบกำหนดตามสัญญาเช่าแล้วโจทก์ทั้งสามไม่ประสงค์ให้จำเลยเช่าตึกแถวของโจทก์ทั้งสามอีกต่อไป โจทก์ทั้งสามจึงบอกกล่าวให้จำเลยพร้อมบริวารขนย้ายทรัพย์สินออกจากตึกแถวของโจทก์ทั้งสาม แต่จำเลยเพิกเฉยทำให้โจทก์ได้รับความเสียหาย ขอให้บังคับจำเลยพร้อมบริวารขนย้ายทรัพย์สินออกจากตึกแถวเลขที่ 23/34-36 พร้อมกับส่งมอบตึกแถวดังกล่าวให้แก่โจทก์ในสภาพเรียบร้อยให้จำเลยใช้ค่าเสียหายจำนวน 35,100 บาท แก่โจทก์พร้อมค่าเสียหายอีกเดือนละ11,700 บาท นับแต่วันถัดจากวันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจำเลยพร้อมบริวารจะขนย้ายทรัพย์สินออกไปจากตึกแถวดังกล่าว

พร้อมกับส่งมอบตึกแถวดังกล่าวแก่โจทก์ทั้งสามจำเลยให้การ ขอให้ยกฟ้องศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยพร้อมบริวารขนย้ายทรัพย์สินออกไปจากตึกแถวเลขที่ 23/34-36 ถนนวุฒากาศ แขวงบางค้อ เขตจอมทอง กรุงเทพมหานคร พร้อมกับส่งมอบแก่โจทก์ทั้งสามในสภาพเรียบร้อย ให้จำเลยใช้ค่าเสียหายจำนวน 27,000 บาทแก่โจทก์ทั้งสาม และใช้ค่าเสียหายอีกเดือนละ 9,000 บาท นับแต่วันถัดจากวันฟ้อง(1 สิงหาคม 2541) เป็นต้นไปจนกว่าจำเลยพร้อมบริวารจะขนย้ายทรัพย์สินออกไปจากตึกแถวดังกล่าว พร้อมกับส่งมอบตึกแถวดังกล่าวแก่โจทก์ทั้งสามในสภาพเรียบร้อย กับให้จำเลยใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนโจทก์ทั้งสามจำเลยอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษายกอุทธรณ์ของจำเลย คืนค่าธรรมเนียมศาลชั้นอุทธรณ์ทั้งหมดให้จำเลยจำเลยฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า

"มีปัญหาวินิจฉัยตามฎีกาจำเลยประการแรกว่า คดีนี้เป็นคดีต้องห้ามอุทธรณ์ในข้อเท็จจริงหรือไม่ เห็นว่า คดีนี้เป็นคดีฟ้องขับไล่ผู้เช่าออกจากอสังหาริมทรัพย์ ซึ่งจำเลยทำสัญญาเช่าอาคารพิพาทจากโจทก์ทั้งสามในอัตราค่าเช่าเดือนละ 2,100 บาท ตามสัญญาเช่าเอกสารหมาย จ.2 แม้โจทก์ทั้งสามจะเรียกค่าเสียหายหลังจากครบกำหนดสัญญาเช่าเดือนละ 11,700 บาท มาด้วย ก็มิใช่ว่าอาคารพิพาทอาจให้เช่าได้เกิน 4,000 บาท ตามที่จำเลยฎีกา กรณีที่จะต้องใช้เกณฑ์ "อาจให้เช่า"นั้น จะต้องเป็นกรณีฟ้องผู้อาศัยหรือผู้กระทำละเมิดอันกำหนดค่าเช่าไม่ได้เท่านั้น คดีนี้เป็นการฟ้องขับไล่ผู้เช่าซึ่งกำหนดค่าเช่าไว้ชัดแจ้ง เมื่อค่าเช่าไม่เกิน 4,000 บาท จึงเป็นคดีที่ต้องห้ามอุทธรณ์ในข้อเท็จจริง

มีปัญหาวินิจฉัยตามฎีกาจำเลยต่อไปว่า อุทธรณ์ของจำเลยเป็นอุทธรณ์ในข้อเท็จจริงหรือไม่ การที่จำเลยอุทธรณ์ว่า หลังจากครบกำหนดตามสัญญาเช่าโจทก์ทั้งสามมาเก็บค่าเช่าจากจำเลย ย่อมถือได้ว่าโจทก์ทั้งสามให้จำเลยเช่าอาคารพิพาทต่อไปโดยไม่มีกำหนดเวลานั้น เห็นว่า ศาลชั้นต้นวินิจฉัยโดยฟังข้อเท็จจริงว่า เงินค่าเช่าที่จำเลยชำระให้โจทก์ทั้งสามเมื่อวันที่ 2 พฤษภาคม 2541 ภายหลังครบกำหนดสัญญาเช่านั้นเป็นการชำระค่าเช่าตามสัญญาเช่าของเดือนเมษายน2541 ไม่ใช่เป็นการชำระค่าเช่าภายหลังครบกำหนดสัญญาเช่า อุทธรณ์ของจำเลยจึงเป็นการอุทธรณ์โต้แย้งดุลพินิจในการรับฟังพยานหลักฐานของศาลชั้นต้น อันเป็นการอุทธรณ์ในข้อเท็จจริงต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 224 วรรคสอง ที่ศาลอุทธรณ์พิพากษายกอุทธรณ์ของจำเลยนั้นเป็นการชอบแล้วฎีกาของจำเลยฟังไม่ขึ้นอนึ่ง

ศาลฎีกาวินิจฉัย

จำเลยฎีกาขอให้ยกคำพิพากษาศาลอุทธรณ์โดยให้ศาลอุทธรณ์รับอุทธรณ์ของจำเลยไว้พิจารณาต่อไป มิได้ขอให้จำเลยชนะคดี จึงต้องเสียค่าขึ้นศาลชั้นฎีกาเพียง200 บาทตามตาราง 1 ท้ายประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง จำเลยเสียค่าขึ้นศาลในชั้นฎีกามาอย่างคดีมีทุนทรัพย์ ทั้งคำนวณค่าเสียหายมาจนถึงวันยื่นฎีกาเป็นทุนทรัพย์ซึ่งเป็นการไม่ถูกต้อง ให้คืนค่าขึ้นศาลส่วนที่เกินแก่จำเลย"

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นฎีกาให้เป็นพับ คืนค่าขึ้นศาลชั้นฎีกาส่วนที่เกิน 200 บาท ให้จำเลย

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
มงคล ทับเที่ยง · สุรพล เจียมจูไร · วิศณุ เลื่อมสำราญ
แหล่งที่มา
สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 518/2567

การยื่นฎีกาในคดีอาญาตาม ป.วิ.อ. มาตรา 216 วรรคสอง และมาตรา 223 บัญญัติให้ยื่นต่อศาลชั้นต้น และให้เป็นหน้าที่ของศาลชั้นต้นตรวจฎีกาว่าควรจะรับส่งขึ้นไปยังศาลฎีกาหรือไม่ เมื่อผู้พิพากษาซึ่งพิจารณาและลงชื…

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2567 (เลขอ้างอิง 712890)

คดีที่ต้องห้ามอุทธรณ์ในปัญหาข้อเท็จจริงตาม พ.ร.บ.จัดตั้งศาลแขวงและวิธีพิจารณาความอาญาในศาลแขวง พ.ศ. 2499 มาตรา 22 คู่ความที่อุทธรณ์ต้องได้รับอนุญาตให้อุทธรณ์จากผู้พิพากษาที่พิจารณาหรือลงชื่อในคำพิพากษ…

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2567 (เลขอ้างอิง 715016)

คดีที่ต้องห้ามอุทธรณ์ในปัญหาข้อเท็จจริงตาม พ.ร.บ.จัดตั้งศาลแขวงและวิธีพิจารณาความอาญาในศาลแขวง พ.ศ. 2499 มาตรา 22 คู่ความสามารถยื่นอุทธรณ์กรณีมีการขออนุญาตหรือได้รับอนุญาตให้อุทธรณ์จากผู้พิพากษาที่พิจ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5551/2567

คดีนี้มีอัตราโทษอย่างสูงให้จำคุกไม่เกินสามปี หรือปรับไม่เกินหกหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ จึงต้องห้ามมิให้โจทก์อุทธรณ์ในปัญหาข้อเท็จจริง เว้นแต่ผู้พิพากษาซึ่งพิจารณาหรือลงชื่อในคำพิพากษาหรือทำความเห็น…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4325/2566

การที่ผู้ร้องยื่นคำร้องขอให้ทรัพย์สินของผู้คัดค้านที่ 2 ตกเป็นของแผ่นดินนั้น แม้ปัญหาว่าทรัพย์สินตามคำร้องแต่ละรายการเป็นทรัพย์สินที่เกี่ยวกับการกระทำความผิดหรือไม่ สามารถพิจารณาทรัพย์สินแต่ละรายการแย…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้