Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3418/2534

พ.ศ. 2534 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

โจทก์จำเลยทำสัญญากู้ 2 ฉบับ โดยใช้กระดาษก๊อปปี้คั่นกลางต้นฉบับอยู่ที่จำเลย ฉบับสำเนาอยู่ที่โจทก์ เมื่อโจทก์นำสืบว่าต้นฉบับสัญญากู้นำมาไม่ได้ จึงรับฟังสัญญาฉบับสำเนาซึ่งอยู่ที่โจทก์ได้ เท่ากับโจทก์มีหลักฐานการกู้ยืมเงินเป็นหนังสือฟ้องร้องบังคับคดีจำเลยได้ตามกฎหมายแล้ว.

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยกู้เงินและรับเงินจากโจทก์จำนวน 30,000 บาทคิดดอกเบี้ยอัตราชั่งละหนึ่งบาทต่อเดือน นับแต่วันทำสัญญาจนกว่าจะชำระเสร็จ ตั้งแต่กู้เงินไปจำเลยไม่เคยชำระเงินต้นและดอกเบี้ยให้โจทก์เลย ขอให้จำเลยชำระเงินต้น 30,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละสิบห้าต่อปี นับแต่วันกู้ถึงวันฟ้อง 3,000 บาท รวม33,000 บาท จนกว่าจำเลยจะชำระเสร็จจำเลยให้การว่า จำเลยไม่เคยกู้เงินโจทก์ โจทก์ให้จำเลยลงลายมือชื่อในแบบพิมพ์สัญญากู้ซึ่งยังไม่กรอกข้อความ โดยอ้างว่าจะไม่ใช่เป็นหลักฐานในการกู้ยืมเงิน แต่จะเอาไปแสดงต่อญาติจำเลยเห็นว่าการกระทำของโจทก์ไม่ถูกต้องและเกรงว่าจะต้องรับผิดตามสัญญากู้เงิน จำเลยจึงไม่ยอมลงลายมือชื่อในแบบพิมพ์สัญญาดังกล่าวโจทก์จึงปลอมลายมือชื่อจำเลยในสัญญากู้เงินแล้วนำมาฟ้องจำเลยเป็นคดีนี้

โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้อง ขอให้ยกฟ้องโจทก์ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้ว พิพากษายกฟ้องโจทก์โจทก์อุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับ ให้จำเลยชำระเงินต้น 30,000 บาทพร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 15 ต่อปี นับแต่วันกู้จนถึงวันฟ้อง(แต่ดอกเบี้ยต้องไม่เกิน 3,000 บาท)

ศาลฎีกาวินิจฉัย

จำเลยฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า จากพยานหลักฐานโจทก์มีน้ำหนักน่าเชื่อว่าจำเลยกู้ยืมเงินโจทก์และได้ทำสัญญาไว้จริงตามฟ้อง สัญญากู้เอกสารหมาย จ.3 ไม่ใช่เอกสารปลอม ปัญหาที่ต้องพิจารณาต่อไปมีว่า สัญญากู้เอกสารหมาย จ.3 ซึ่งเป็นฉบับสำเนาใช้ฟ้องร้องบังคับคดีได้หรือไม่เห็นว่า โจทก์นำสืบแล้วว่า จำเลยได้ทำสัญญา 2 ฉบับ สัญญาทำไว้โดยใช้กระดาษก๊อบปี้คั่นกลางต้นฉบับอยู่ที่จำเลย ส่วนฉบับสำเนาตามเอกสารหมาย จ.3 อยู่ที่โจทก์ ซึ่งกรณีเป็นไปได้ตามที่โจทก์นำสืบ ดังนี้ถือว่าโจทก์ได้นำสืบพยานหลักฐานแสดงให้เห็นแล้วว่าต้นฉบับเอกสารนำมาไม่ได้จึงรับฟังสัญญากู้เอกสารหมาย จ.3 ซึ่งเป็นฉบับสำเนาได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 93(2)เท่ากับโจทก์มีหลักฐานการกู้ยืมเงินเป็นหนังสือฟ้องร้องบังคับคดีจำเลยได้ตามกฎหมายแล้ว

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน.

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
เสริมพงศ์ วรยิ่งยง · อุระ หวังอ้อมกลาง · เพ็ง เพ็งนิติ
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2950/2549

โจทก์ยื่นคำร้องขอให้ผู้พิพากษาที่นั่งพิจารณารับรองให้ฎีกาในข้อเท็จจริงและผู้พิพากษาที่นั่งพิจารณาได้รับรองแล้ว แต่ตามฎีกาของโจทก์ทุกข้อเป็นข้อกฎหมาย จึงเป็นการสั่งคดีโดยผิดหลงและเป็นการดำเนินกระบวนพิจ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 203/2546

การที่จำเลยสั่งจ่ายเช็คพิพาทเพื่อชำระหนี้แก่โจทก์ และโจทก์คืนสัญญากู้ยืมเงินให้จำเลย โดยจำเลยนำสัญญาดังกล่าวไปฉีกทำลายแล้วนั้น แสดงว่าโจทก์ซึ่งเป็นเจ้าหนี้ยอมรับเช็คพิพาทอันเป็นการชำระหนี้อย่างอื่นแทน…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5932/2538

โจทก์ฟ้องอ้างว่าจำเลยกู้ยืมเงินโจทก์ตามสัญญากู้เอกสารท้ายฟ้องจำนวน 20,200 บาท จำเลยให้การต่อสู้เรื่องสัญญากู้เป็นเอกสารปลอมเป็นประเด็นสำคัญ โดยอ้างเหตุว่าที่เป็นเอกสารปลอมเนื่องจากโจทก์ได้แก้ไขจำนวนเง…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 195/2503

โจทก์บรรยายฟ้องว่า จำเลยกู้เงินโจทก์ไปโดยมีหลักฐานเป็นหนังสือ คือ ทำสัญญากู้ให้ไว้แก่โจทก์ จำเลยชำระหนี้รายนี้ให้แก่โจทก์ด้วยเช็คเงินสด โจทก์จึงคืนสัญญากู้แก่จำเลย แต่เมื่อโจทก์นำเช็คไปขึ้นเงิน ปรากฏว…

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2487 (เลขอ้างอิง 54008)

คนยามวางเงินประกันตัวไว้แก่หัวหน้าคนยามไม่จำเป็นต้องมีหลักฐานเป็นหนังสือ และกรณีเช่นนี้นำพยานบุคคลมาสืบได้ ไม่มีกฎหมายถือว่าผู้ขีดฆ่าอากรแสตมป์เป็นผู้ทำหนังสือนั้นๆ

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้