Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3435/2531

พ.ศ. 2531 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

จำเลยฟันทำร้าย ส. ได้รับบาดแผล 3 แห่ง คือ ที่ศีรษะด้านขวายาวประมาณ 8 เซนติเมตร ลึกถึงกะโหลกศีรษะ ที่เต้านมข้างซ้ายยาวประมาณ 8 เซนติเมตร ลึก 3 เซนติเมตร และที่รักแร้ขวาและหน้าอกยาว 8 เซนติเมตร ซึ่งล้วนเป็นบาดแผลที่อวัยวะอันเป็นส่วนสำคัญของร่างกายทั้งสิ้น อาวุธที่ใช้ในการกระทำผิดก็เป็นขวานขนาดใหญ่คมขวานกว้างประมาณ 3 นิ้วฟุต ด้ามยาวประมาณ 1 ศอก สามารถฟันทำร้ายถึงตายได้โดยง่าย กิริยาที่จำเลยกระทำก็ปรากฏจากลักษณะบาดแผลดังกล่าวมาแล้วว่าเป็นการฟันโดยแรง ถ้าไม่ได้รับการรักษาทันท่วงทีผู้เสียหายก็อาจถึงแก่ความตายได้ แสดงว่าจำเลยมีเจตนาฆ่าผู้เสียหาย

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 288, 80จำเลยให้การปฏิเสธ

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิพากษาจำคุก 10 ปี

ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน

ศาลฎีกาวินิจฉัย

จำเลยฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ปัญหาที่จะต้องวินิจฉัยในชั้นนี้มีว่าคนร้ายที่ใช้ขวานเป็นอาวุธฟันทำร้ายนางสุรินทร์คือจำเลยนี้หรือไม่ปรากฏว่านางสุรินทร์เคยรู้จักจำเลยมาก่อนเป็นอย่างดีเพราะเป็นสามีของนางฉวีวรรณ บุตรบุญธรรมของตนทั้งไม่ปรากฏว่าเคยมีสาเหตุโกรธเคืองกับจำเลยมาก่อน ไม่มีเหตุที่จะระแวงสงสัยว่าจะเป็นการแกล้งเบิกความปรักปรำเพื่อใส่ร้ายจำเลย การที่นางสุรินทร์ได้เห็นหน้าคนร้ายซึ่งเป็นคนรู้จักมาก่อนเป็นอย่างดีตามพฤติการณ์ในคดีนี้คือ เห็นในระยะใกล้แทบจะติดตัวกันท่ามกลางแสงพระจันทร์ ซึ่งขณะนั้นยังอยู่ในระยะเกือบเต็มดวงเพราะคืนเกิดเหตุเป็นคืนแรม 3 ค่ำ เดือน 4 พระจันทร์ขึ้นเวลา 20.24 นาฬิกาตกเวลา 8.24 นาฬิกา และเห็นเป็นเวลานานคือนอกจากเห็นในตอนแรกแล้วจำเลยยังไล่ฟันนางสุรินทร์ไปอีกระยะหนึ่ง

นางสุรินทร์ย่อมมีเวลาที่จะจดจำคนร้ายได้อย่างไม่ผิดพลาด เมื่อไปถึงบ้านนายประชุมแล้วก่อนที่นายอภิชาตินำขึ้นรถจักรยานยนต์ไปส่งโรงพยาบาล นางสุรินทร์ก็ระบุต่อนายอภิชาติว่าถูกจำเลยฟันแสดงให้เห็นว่านางสุรินทร์จำคนร้ายได้จริง ที่นางสุรินทร์ยืนยันว่าคนร้ายที่ใช้ขวานเป็นอาวุธฟันตนคือจำเลยนี้จึงเชื่อถือรับฟังได้ ที่จำเลยนำสืบต่อสู้อ้างฐานที่อยู่มานั้น

พิเคราะห์แล้วเห็นว่ายังไม่มีน้ำหนักพอที่จะรับฟังมาหักล้างพยานหลักฐานของโจทก์ได้ ที่จำเลยฎีกาทำนองว่า การกระทำในคดีนี้ยังไม่เป็นความผิดฐานพยายามฆ่าคนตายโดยเจตนานั้น ได้ความว่าผู้เสียหายได้รับบาดแผล 3 แห่ง คือ ที่ศีรษะด้านขวา ยาวประมาณ 8 เซนติเมตรลึกถึงกะโหลกศีรษะ ที่เต้านมข้างซ้ายยาวประมาณ 8 เซนติเมตรลึก 3 เซนติเมตร และแผลที่รักแร้ขวาและหน้าอกยาวประมาณ 8 เซนติเมตรซึ่งล้วนแต่เป็นบาดแผลที่อวัยวะอันเป็นส่วนสำคัญของร่างกายทั้งสิ้น อาวุธที่ใช้ในการกระทำผิดก็เป็นขวานขนาดใหญ่ คมขวานกว้างประมาณ 3 นิ้วฟุต ด้ามยาวประมาณ 1 ศอก สามารถทำร้ายให้ถึงตายได้โดยง่าย กิริยาที่จำเลยกระทำก็ปรากฏจากลักษณะบาดแผลดังกล่าวมาแล้วว่าเป็นการฟันโดยแรง ถ้าไม่ได้รับการรักษาทันท่วงทีผู้เสียหายก็อาจถึงแก่ความตายได้ เหล่านี้แสดงว่าจำเลยมีเจตนาฆ่าผู้เสียหาย ที่ศาลล่างทั้งสองพิพากษาต้องกันมาให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 288 ประกอบกับ มาตรา 80 นั้นศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย ฎีกาจำเลยฟังไม่ขึ้น"

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
วิศิษฏ์ ลิมานนท์ · สุพจน์ นาถะพินธุ · วีระชัย สูตรสุวรรณ
แหล่งที่มา
เนติบัณฑิตยสภาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 20504/2556

ข้อเท็จจริงในความผิดฐานร่วมกันพยายามฆ่าผู้อื่นที่โจทก์บรรยายไว้ในคำฟ้องเป็นเรื่องที่โจทก์กล่าวหาจำเลยทั้งสองว่ากระทำผิดด้วยเจตนาโดยประสงค์ต่อผลให้ผู้เสียหายถึงแก่ความตายจากการถูกฟันด้วยมีดแตกต่างไปจาก…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2021/2554

จำเลยใช้มีดขนาดยาวประมาณ 1 ช่วงแขนฟันผู้เสียหายที่ไหล่ขวาขณะหันหลังวิ่งหนี และฟันอย่างแรงจนเกิดบาดแผลยาวประมาณ 10 เซนติเมตร ลึกประมาณ 4 เซนติเมตร ลักษณะการฟันลงเช่นนี้ส่อว่าจำเลยเลือกจะฟันศีรษะแต่พลาด…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 69/2554

จำเลยใช้อาวุธปืนยิงเข้าไปในห้องที่ผู้เสียหายนอนอยู่ กระสุนปืนถูกที่แขนของผู้เสียหาย กระดูกต้นแขนซ้ายหัก จำเลยย่อมเล็งเห็นได้ว่าอาวุธปืนดังกล่าวเป็นอาวุธร้ายแรงสามารถใช้ยิงคนถึงแก่ความตายได้ แม้จะยิงผ่…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 159/2553

ผู้เสียหายได้รับบาดเจ็บมีบาดแผล คือ 1) บาดแผลฉีกขาดที่บริเวณด้านบนศีรษะข้างซ้ายค่อนมาทางกึ่งกลางศีรษะยาว 7 เซนติเมตร ลึกถึงกะโหลกศีรษะ 2) บาดแผลที่ศีรษะด้านขวาเหนือใบหูยาว 7 เซนติเมตร ลึกถึงกะโหลดศีรษ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7139/2553

ขณะเกิดเหตุจำเลยเหน็บอาวุธปืนพกไว้ที่เอวอยู่ก่อนแล้ว เมื่อจำเลยตาม โจทก์ร่วมออกมาที่รถดึงประตูด้านคนขับเปิดนั้น จำเลยมีโอกาสดีที่จะชักอาวุธปืนที่เหน็บที่เอวออกมายิงใส่โจทก์ร่วมซึ่งจะสามารถฆ่าโจทก์ร่วม…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้