Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3435/2536

พ.ศ. 2536 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

การที่จำเลยทั้งหกได้พูดจารับรองความประพฤติของจำเลยที่ 1เพื่อให้โจทก์ที่ 1 ประสิทธิ์ประสาทวิชาความรู้เกี่ยวกับการค้าขายและผลิตทองรูปพรรณและอัญมณีให้แก่จำเลยที่ 1 เพื่อจำเลยที่ 1จะได้ทำการค้าขายทองรูปพรรณร่วมกับโจทก์ที่ 2 หลังจากสมรสกับโจทก์ที่ 2 นั้น ถือไม่ได้ว่าจำเลยทั้งหกจงใจกระทำผิดกฎหมายเป็นเหตุให้โจทก์ทั้งสองได้รับความเสียหายแก่ชีวิต ร่างกาย อนามัย เสรีภาพทรัพย์สินหรือสิทธิอย่างใดอย่างหนึ่ง พฤติกรรมของจำเลยทั้งหกเพียงพูดความเท็จให้โจทก์เชื่อถือในความประพฤติของจำเลยที่ 1เท่านั้น การที่โจทก์ที่ 1 ประสิทธิ์ประสาทวิชาช่างทองให้จำเลยที่ 1และโจทก์ที่ 2 สมรสกับจำเลยที่ 1 เป็นเรื่องเกิดจากความสมัครใจของโจทก์ทั้งสองเอง การกระทำของจำเลยทั้งหกจึงไม่เป็นละเมิดต่อโจทก์ทั้งสอง

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์ที่ 1 เป็นบิดาโจทก์ที่ 2 ประกอบการค้าขายและผลิตเครื่องทองรูปพรรณและอัญมณี เมื่อเดือนพฤษภาคม 2530จำเลยที่ 4 มาติดต่อทาบทาม โจทก์ที่ 1 และนางบุญเลี้ยงภริยาเพื่อสู่ขอโจทก์ที่ 2 ให้สมรสกับจำเลยที่ 1 อ้างว่าจำเลยที่ 2 ซึ่งเป็นบิดาจำเลยที่ 1 จะยกตึกแถวที่เช่าอยู่ที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยาให้จำเลยที่ 1 และโจทก์ที่ 2 เมื่อสมรสกันแล้ว เพื่อทำการค้าขายทองร่วมกันโดยจะให้จำเลยที่ 1 มาฝึกงานช่างทอง ค้าขายทอง ผลิตเครื่องทองรูปพรรณ วิธีดูและตีราคาทองและอัญมณีต่าง ๆ จากโจทก์ที่ 1 ทั้งยังอ้างว่าจำเลยที่ 1 เป็นผู้มีความประพฤติเรียบร้อย ไม่เสพสุราไม่เล่นการพนัน ไม่เคยมีบุตรภริยามาก่อน โจทก์ที่ 1 และภริยาจึงตกลงยกโจทก์ที่ 2 ให้สมรสกับจำเลยที่ 1 โดยทำพิธีหมั้นกันเมื่อวันที่ 12 มิถุนายน 2530 จำเลยทั้งหกมาร่วมพิธีด้วยและรับรองคำพูดของจำเลยที่ 4 เกี่ยวกับความประพฤติของจำเลยที่ 1 หลังจากนั้นจำเลยที่ 1 มาฝึกงานกับโจทก์ที่ 1 เป็นเวลา 7 เดือน

จำเลยที่ 1 และโจทก์ที่ 2 จึงจดทะเบียนสมรสกัน และหลังจากนั้นเกิดมีปากเสียงกันจำเลยที่ 1 ใช้กำลังตบตีโจทก์ที่ 2 เป็นเหตุให้ได้รับอันตรายแก่กายแล้วแยกกันอยู่ ต่อมาโจทก์ที่ 1 และโจทก์ที่ 2 ทราบความจริงว่าจำเลยที่ 1 มีความประพฤติไม่ดี เป็นนักเลงการพนันเสพสุราเป็นอาจิณออกเที่ยวกลางคืน และมีภริยาอยู่ก่อนแล้ว แต่มิได้จดทะเบียนสมรสมีบุตร 1 คน จำเลยทั้งหกหลอกลวงโจทก์ทั้งสองจนหลงเชื่อโจทก์ที่ 1 จึงประสิทธิ์ประสาทวิชาความรู้ในการทำการค้าขายและผลิตเครื่องทองรูปพรรณและอัญมณีให้แก่จำเลยที่ 1 และยอมยกโจทก์ที่ 2ให้สมรสกับจำเลยที่ 1 ขอให้บังคับจำเลยทั้งหกร่วมกันใช้ค่าเสียหายที่โจทก์ที่ 1 ประสิทธิ์ประสาทวิชาความรู้ให้จำเลยที่ 1 เป็นเงิน100,000 บาท และยกโจทก์ที่ 2 ให้สมรสกับจำเลยที่ 2 เป็นเงิน100,000 บาท แก่โจทก์ที่ 1 และให้ร่วมกันใช้ค่าเสียหายในเหตุโจทก์ที่ 1 ยอมสมรสกับจำเลยที่ 1 เป็นเงิน 100,000 บาท แก่โจทก์ที่ 2 พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีของต้นเงิน300,000 บาท

นับแต่วันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้องโจทก์ทั้งสองอุทธรณ์ระหว่างพิจารณาของศาลอุทธรณ์ โจทก์ที่ 1 ถึงแก่กรรมนางสาวสุรีย์พร กิติปัณฑุ ซึ่งเป็นทายาทและผู้จัดการมรดกของโจทก์ที่ 1 ยื่นคำร้องขอเข้าเป็นคู่ความแทนที่โจทก์ที่ 1 ผู้มรณะศาลอุทธรณ์มีคำสั่งอนุญาตศาลอุทธรณ์พิพากษายืนโจทก์ทั้งสองฎีกาศาลฎีกาตรวจสำนวนประชุมปรึกษาแล้ว คดีปรากฏว่าโจทก์มิได้นำส่งสำเนาฎีกาให้แก่จำเลยที่ 4 ตามคำสั่งของศาลชั้นต้น โจทก์ทราบคำสั่งแล้วจึงถือได้ว่าโจทก์ทิ้งฟ้องฎีกาสำหรับจำเลยที่ 4 ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 174(2) ประกอบมาตรา 246,247 ให้จำหน่ายคดีสำหรับจำเลยที่ 4 เสียจากสารบบความของศาลฎีกาพิเคราะห์แล้วเห็นว่า

การที่จำเลยทั้งหกได้พูดจารับรองความประพฤติของจำเลยที่ 1 เพื่อให้โจทก์ที่ 1 ประสิทธิ์ประสาทวิชาความรู้เกี่ยวกับการค้าขายและผลิตทองรูปพรรณและอัญมณีให้แก่จำเลยที่ 1เพื่อจำเลยที่ 1 จะได้ทำการค้าขายทองรูปพรรณร่วมกับโจทก์ที่ 2หลังจากสมรสกับโจทก์ที่ 2 นั้น ถือไม่ได้ว่าจำเลยทั้งหกจงใจกระทำผิดกฎหมายเป็นเหตุให้โจทก์ทั้งสองได้รับความเสียหายแก่ชีวิต แก่ร่างกายอนามัย เสรีภาพ ทรัพย์สิน หรือสิทธิอย่างใดอย่างหนึ่ง พฤติกรรมของจำเลยทั้งหกเพียงพูดความเท็จให้โจทก์เชื่อถือในความประพฤติของจำเลยที่ 1 เท่านั้น การที่โจทก์ที่ 1 ประสิทธิ์ประสาทวิชาช่างทองให้จำเลยที่ 1 และโจทก์ที่ 2 สมรสกับจำเลยที่ 1 เป็นเรื่องเกิดจากความสมัครใจของโจทก์ทั้งสองเองด้วย การกระทำของจำเลยทั้งหกจึงไม่เป็นละเมิดต่อโจทก์ทั้งสอง โจทก์ทั้งสองไม่มีสิทธิเรียกค่าเสียหายตามฟ้อง ที่ศาลล่างทั้งสองพิพากษายกฟ้องโจทก์ทั้งสองชอบแล้ว ฎีกาของโจทก์ทั้งสองฟังไม่ขึ้นพิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
สุทธิ นิชโรจน์ · บุญศรี กอบบุญ · เพี้ยน พุทธสุอัตตา
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4684/2568

จำเลยและบุตรสาวโจทก์ได้อยู่กินฉันสามีภริยากันมาประมาณ 4 ปี 8 เดือน ซึ่งญาติทั้งฝ่ายจำเลยและฝ่ายบุตรสาวโจทก์ต่างก็รับรู้ เมื่อทั้งสองฝ่ายตกลงกันให้โจทก์เป็นผู้จัดงานพิธีแต่งงานให้ถูกต้องตามประเพณีท้องถ…

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2567 (เลขอ้างอิง 703998)

แม้โจทก์ที่ 1 มีเพียงคำขอให้เพิกถอนนิติกรรมต่าง ๆ ระหว่างจำเลยทั้งสี่โดยมิได้มีคำขอให้ใช้ราคาที่ดินทั้งสองแปลงแก่โจทก์ที่ 1 ก็ตาม แต่เมื่อศาลไม่อาจพิพากษาให้เพิกถอนนิติกรรมดังกล่าวเพื่อให้ที่ดินทั้งสอ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2359/2567

จำเลยที่ 1 เป็นกรรมการของโจทก์อยู่ขณะเข้าไปเป็นกรรมการของจำเลยที่ 3 ซึ่งประกอบกิจการค้าขายอันมีสภาพเป็นอย่างเดียวกันและเป็นการแข่งขันกับการค้าขายของโจทก์ อันเป็นการฝ่าฝืนต่อหน้าที่ของกรรมการซึ่งจะต้อง…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2008/2567

โจทก์บรรยายฟ้องว่า เกิดเหตุเพลิงไหม้บริเวณลานจอดรถชั้นใต้ดินอันเกิดจากความประมาทเลินเล่อของจำเลยที่ 1 กล่าวคือ จำเลยที่ 1 ปล่อยปละละเลยไม่ดำเนินการหรือจัดให้มีการดับเพลิงอย่างทันท่วงทีจนเป็นเหตุให้ไฟล…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1953/2567

จำเลยที่ 2 เป็นผู้ครอบครองรถที่โจทก์รับประกันภัยยินยอมให้จำเลยที่ 1 ขับรถในขณะเกิดเหตุ ทั้งที่ทราบดีว่าจำเลยที่ 1 เมาสุราซึ่งจากผลการตรวจวัดระดับแอลกอฮอล์จำเลยที่ 1 มีปริมาณแอลกอฮอล์ในเลือดสูงถึง 102…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้