Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3437/2537

พ.ศ. 2537 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยเป็นเจ้าของและผู้ครอบครองรถยนต์คันหมายเลขทะเบียน 4 ง-5838 กรุงเทพมหานคร ทั้งเป็นผู้ขับรถยนต์คันดังกล่าวด้วย ตามวันเวลาเกิดเหตุจำเลยได้ขับรถยนต์คันดังกล่าวโดยประมาทจนชนท้ายรถที่โจทก์รับประกันภัยไว้ และโจทก์จัดการซ่อมรถคันที่โจทก์รับประกันภัยแล้วจึงเข้ารับช่วงสิทธิในค่าเสียหายดังกล่าวดังนี้ แม้คำฟ้องของโจทก์จะระบุให้จำเลยรับผิดในฐานะจำเลยเป็นเจ้าของผู้ครอบครองรถยนต์คันเกิดเหตุไว้ด้วย แต่เมื่อทางพิจารณาได้ความว่าในขณะที่เกิดเหตุจำเลยเพียงเป็นเจ้าของรถยนต์คันเกิดเหตุเท่านั้น โดยจำเลยมิได้เป็นผู้ขับหรือโดยสารไปด้วย จำเลยจึงมิใช่เป็นผู้ครอบครองหรือควบคุมรถยนต์คันเกิดเหตุตามความหมายแห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 437 จำเลยไม่ต้องรับผิดต่อโจทก์โจทก์ฟ้องว่า จำเลยขับรถยนต์โดยประมาท เป็นเหตุให้ชนท้ายรถที่โจทก์รับประกันภัยไว้ได้รับความเสียหาย โจทก์จัดการซ่อมรถคันที่รับประกันภัยแล้ว จึงเข้ารับช่วงสิทธิในค่าเสียหายดังกล่าว ขอให้บังคับจำเลยใช้ค่าเสียหาย 9,623 บาท พร้อมดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ7.5 ต่อปีของต้นเงิน 9,165 บาท นับจากวันฟ้องจนกว่าจะชำระแก่โจทก์เสร็จสิ้นจำเลยให้การ แก้ไขคำให้การและฟ้องแย้งว่า ผู้เอาประกันภัยไม่ใช่ผู้ขับรถคันเกิดเหตุที่โจทก์รับประกันภัย แต่มอบให้บุคคลอื่นที่ไม่มีใบอนุญาตขับขี่เป็นผู้ขับอันเป็นการผิดเงื่อนไขประกันภัยและโจทก์ไม่ต้องรับผิดตามสัญญาประกันภัย จำเลยไม่ใช่ผู้ขับหรือครอบครองรถคันเกิดเหตุของจำเลยและไม่เคยจ้าง วานหรือใช้ผู้ใดขับรถคันเกิดเหตุดังกล่าว ฟ้องโจทก์ไม่เป็นความจริง เหตุที่เกิดโดยไม่ใช่ความผิดของรถยนต์คันหมายเลขทะเบียน 4 ง-5838 กรุงเทพมหานครค่าเสียหายที่โจทก์เรียกร้องสูงเกินไป รถจำเลยเสียหายที่กันชนด้านหน้าข้างซ้ายยุบและตัวถังรถใต้กันชนบุบ จะเสียค่าซ่อมและเปลี่ยนอุปกรณ์ประมาณ 10,000 บาท ขอให้ยกฟ้องโจทก์ และให้โจทก์ใช้ค่าเสียหาย 10,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยร้อยละ 7.5 ต่อปี นับจากวันฟ้องแย้งเป็นต้นไปโจทก์ขาดนัดยื่นคำให้การแก้ฟ้องแย้งศาลชั้นต้นพิจารณาแล้ว พิพากษาให้จำเลยใช้เงินจำนวน 9,623 บาทพร้อมด้วยดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี ของต้นเงินดังกล่าวนับแต่วันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระแก่โจทก์เสร็จสิ้นตามคำพิพากษาจำเลยอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ยกฟ้องของโจทก์ด้วย นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาของศาลชั้นต้นโจทก์ฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "เห็นว่า แม้คำฟ้องของโจทก์จะระบุให้จำเลยรับผิดในฐานะจำเลยเป็นเจ้าของผู้ครอบครองรถยนต์คันเกิดเหตุไว้ด้วย แต่ข้อเท็จจริงก็ได้ความว่าในขณะเกิดเหตุจำเลยเพียงเป็นเจ้าของรถยนต์คันเกิดเหตุเท่านั้นโดยจำเลยมิได้เป็นผู้ขับหรือโดยสารไปด้วย จำเลยจึงมิใช่เป็นผู้ครอบครองหรือควบคุมรถยนต์คันเกิดเหตุตามความหมายแห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 437จำเลยไม่ต้องรับผิดต่อโจทก์ ที่ศาลอุทธรณ์พิพากษายกฟ้องโจทก์มานั้นศาลฎีกาเห็นพ้องด้วยในผล ฎีกาโจทก์ฟังไม่ขึ้นและเนื่องจากศาลชั้นต้นมิได้พิพากษาให้ยกฟ้องแย้งของจำเลย ศาลฎีกาจึงเห็นสมควรแก้ไขเสียให้ถูกต้อง"พิพากษายืน ให้ยกฟ้องแย้งของจำเลย ดูฉบับย่อฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3437/2537บริษัท วิริยะ ประกันภัย จำกัดโจทก์นาย วิโรจน์ ศรีเต ลานจำเลย ป.พ.พ. ม. 437

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยเป็นเจ้าของและผู้ครอบครองรถยนต์คันหมายเลขทะเบียน 4 ง-5838 กรุงเทพมหานคร ทั้งเป็นผู้ขับรถยนต์คันดังกล่าวด้วย ตามวันเวลาเกิดเหตุจำเลยได้ขับรถยนต์คันดังกล่าวโดยประมาทจนชนท้ายรถที่โจทก์รับประกันภัยไว้ และโจทก์จัดการซ่อมรถคันที่โจทก์รับประกันภัยแล้วจึงเข้ารับช่วงสิทธิในค่าเสียหายดังกล่าวดังนี้ แม้คำฟ้องของโจทก์จะระบุให้จำเลยรับผิดในฐานะจำเลยเป็นเจ้าของผู้ครอบครองรถยนต์คันเกิดเหตุไว้ด้วย แต่เมื่อทางพิจารณาได้ความว่าในขณะที่เกิดเหตุจำเลยเพียงเป็นเจ้าของรถยนต์คันเกิดเหตุเท่านั้น โดยจำเลยมิได้เป็นผู้ขับหรือโดยสารไปด้วย จำเลยจึงมิใช่เป็นผู้ครอบครองหรือควบคุมรถยนต์คันเกิดเหตุตามความหมายแห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 437 จำเลยไม่ต้องรับผิดต่อโจทก์โจทก์ฟ้องว่า

จำเลยขับรถยนต์โดยประมาท เป็นเหตุให้ชนท้ายรถที่โจทก์รับประกันภัยไว้ได้รับความเสียหาย โจทก์จัดการซ่อมรถคันที่รับประกันภัยแล้ว จึงเข้ารับช่วงสิทธิในค่าเสียหายดังกล่าว ขอให้บังคับจำเลยใช้ค่าเสียหาย 9,623 บาท พร้อมดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ7.5 ต่อปีของต้นเงิน 9,165 บาท นับจากวันฟ้องจนกว่าจะชำระแก่โจทก์เสร็จสิ้นจำเลยให้การ แก้ไขคำให้การและฟ้องแย้งว่า ผู้เอาประกันภัยไม่ใช่ผู้ขับรถคันเกิดเหตุที่โจทก์รับประกันภัย แต่มอบให้บุคคลอื่นที่ไม่มีใบอนุญาตขับขี่เป็นผู้ขับอันเป็นการผิดเงื่อนไขประกันภัยและโจทก์ไม่ต้องรับผิดตามสัญญาประกันภัย จำเลยไม่ใช่ผู้ขับหรือครอบครองรถคันเกิดเหตุของจำเลยและไม่เคยจ้าง วานหรือใช้ผู้ใดขับรถคันเกิดเหตุดังกล่าว

ฟ้องโจทก์ไม่เป็นความจริง เหตุที่เกิดโดยไม่ใช่ความผิดของรถยนต์คันหมายเลขทะเบียน 4 ง-5838 กรุงเทพมหานครค่าเสียหายที่โจทก์เรียกร้องสูงเกินไป รถจำเลยเสียหายที่กันชนด้านหน้าข้างซ้ายยุบและตัวถังรถใต้กันชนบุบ จะเสียค่าซ่อมและเปลี่ยนอุปกรณ์ประมาณ 10,000 บาท ขอให้ยกฟ้องโจทก์ และให้โจทก์ใช้ค่าเสียหาย 10,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยร้อยละ 7.5 ต่อปี นับจากวันฟ้องแย้งเป็นต้นไปโจทก์ขาดนัดยื่นคำให้การแก้ฟ้องแย้งศาลชั้นต้นพิจารณาแล้ว พิพากษาให้จำเลยใช้เงินจำนวน 9,623 บาทพร้อมด้วยดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี ของต้นเงินดังกล่าวนับแต่วันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระแก่โจทก์เสร็จสิ้นตามคำพิพากษาจำเลยอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ยกฟ้องของโจทก์ด้วย

นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาของศาลชั้นต้นโจทก์ฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "เห็นว่า แม้คำฟ้องของโจทก์จะระบุให้จำเลยรับผิดในฐานะจำเลยเป็นเจ้าของผู้ครอบครองรถยนต์คันเกิดเหตุไว้ด้วย แต่ข้อเท็จจริงก็ได้ความว่าในขณะเกิดเหตุจำเลยเพียงเป็นเจ้าของรถยนต์คันเกิดเหตุเท่านั้นโดยจำเลยมิได้เป็นผู้ขับหรือโดยสารไปด้วย จำเลยจึงมิใช่เป็นผู้ครอบครองหรือควบคุมรถยนต์คันเกิดเหตุตามความหมายแห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 437จำเลยไม่ต้องรับผิดต่อโจทก์ ที่ศาลอุทธรณ์พิพากษายกฟ้องโจทก์มานั้นศาลฎีกาเห็นพ้องด้วยในผล ฎีกาโจทก์ฟังไม่ขึ้นและเนื่องจากศาลชั้นต้นมิได้พิพากษาให้ยกฟ้องแย้งของจำเลย ศาลฎีกาจึงเห็นสมควรแก้ไขเสียให้ถูกต้อง"

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน ให้ยกฟ้องแย้งของจำเลย

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
สมาน เวทวินิจ · จิระ บุญพจนสุนทร · สมิทธิ์ วราอุบล
แหล่งที่มา
สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้