Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 344/2515

พ.ศ. 2515 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ผู้เช่าที่ดินปลูกบ้านอยู่อาศัยทำสัญญากับผู้ให้เช่าว่าจะรื้อถอนบ้านออกไปจากที่ดินภายในเวลาที่กำหนด และผู้ให้เช่าตกลงจะให้เงินค่ารื้อถอน แต่ผู้เช่าผิดสัญญาขายบ้านให้ผู้ซื้อรื้อไปหลังจากพ้นกำหนดแล้ว ตามสัญญาระบุว่าหากผู้เช่าไม่รื้อบ้านออกจากที่เช่าไปให้เสร็จสิ้นตามกำหนด ผู้เช่ายอมเลิกสละสิทธิการเช่าที่ดินและให้บ้านของผู้เช่าตกเป็นกรรมสิทธิ์ของผู้ให้เช่าตามสัญญาแล้วผู้เช่าย่อมหมดสิทธิที่จะรื้อถอนบ้านออกไปและเรียกค่ารื้อถอนจากผู้ให้เช่า

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์เช่าที่ดินจำเลยปลูกบ้านอยู่อาศัย จำเลยตกลงกับโจทก์ให้โจทก์รื้อบ้านไป จะให้ค่ารื้อถอน 32,000 บาท จำเลยจ่ายแล้ว 20,000 บาท อีก 12,300 บาทจะจ่ายเมื่อโจทก์รื้อบ้านออกไปแล้ว บัดนี้โจทก์รื้อบ้านเสร็จ จำเลยไม่ยอมจ่ายเงิน ขอให้ศาลบังคับจำเลยต่อสู้ว่า โจทก์ไม่ปฏิบัติตามสัญญา จำเลยมีสิทธิไม่จ่ายเงินศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยใช้เงินค่ารื้อถอนแก่โจทก์ตามฟ้องจำเลยอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนจำเลยฎีกาต่อมาข้อเท็จจริงได้ความว่า โจทก์เช่าที่ดินของจำเลยปลูกบ้านอยู่อาศัย จำเลยประสงค์จะให้โจทก์รื้อบ้านออกไป จึงตกลงทำสัญญาหมาย ล.1 กันไว้ ซึ่งโจทก์สัญญาจะรื้อถอนบ้านออกไปให้เสร็จสิ้น ก่อนวันที่ 20 พฤษภาคม 2510 ก่อนวันกำหนดรื้อถอน 7 วัน

โจทก์จะขอรับเงินค่ารื้อถอนงวดที่ 2 โดยจะแจ้งให้ทราบกำหนดรื้อถอนล่วงหน้าและจะขอรับเงินงวดสุดท้ายภายใน 7 วันนับจากวันที่จำเลยได้รับแจ้งว่าการรื้อถอนเสร็จสิ้นลงและภายในกำหนดตามสัญญาปรากฏว่าโจทก์มิได้ปฏิบัติตามสัญญา โดยได้ขายบ้านให้ผู้ซื้อรื้อไปเมื่อเลยกำหนดวันที่ 20 พฤษภาคม 2510 แล้ว

ศาลฎีกาวินิจฉัย

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า สัญญาหมาย ล.1 นี้เป็นสัญญาต่างตอบแทนซึ่งโจทก์จำเลยมีเจตนาถือกำหนดเวลาที่โจทก์ต้องรื้อบ้านของโจทก์ออกไปจากที่ดินของจำเลยเป็นข้อสำคัญโดยโจทก์ต้องรื้อออกไปก่อนวันที่ 20 พฤษภาคม 2510 ตามสัญญาข้อ 2 สารสำคัญที่โจทก์มีสิทธิจะได้รับเงินค่ารื้อถอนอีก 12,000 บาท จากจำเลยได้ก็ต่อเมื่อโจทก์ได้ปฏิบัติตามสัญญาข้อ 3 และข้อ 4 กล่าวคือ เงินงวดแรก8,000 บาท โจทก์จะได้รับก็ต่อเมื่อโจทก์ได้แจ้งให้จำเลยทราบถึงกำหนดวันที่จะเริ่มรื้อบ้านหลังนี้ ส่วนงวดที่ 2 เงิน 4,000 บาทโจทก์ต้องแจ้งให้จำเลยทราบว่าได้รื้อบ้านของโจทก์ออกไปแล้วทั้งนี้ จะต้องเป็นเวลาก่อนวันที่ 20 พฤษภาคม 2510 แต่โจทก์มิได้ปฏิบัติตามสัญญาดังกล่าวเลย

ทั้ง ๆ ที่จำเลยได้โทรเลขถามโจทก์มาเมื่อใกล้ ๆ จะครบกำหนดตามสัญญา โจทก์จึงเป็นฝ่ายผิดนัดผิดสัญญา แม้โจทก์จะเจ็บป่วยก็ปรากฏว่าโจทก์ยังไปไหนมาไหนได้โจทก์จะอ้างความเจ็บป่วยมาเป็นข้อแก้ตัวหาได้ไม่ แม้ในสัญญาจะไม่ได้ระบุไว้ว่าหากโจทก์ไม่ปฏิบัติตามสัญญาข้อ 3, 4แล้ว จำเลยจะมีสิทธิที่จะไม่ให้เงินจำนวนนี้แก่โจทก์ แต่ตามสัญญาข้อ 5 ระบุว่า หากโจทก์ไม่รื้อถอนบ้านออกจากที่เช่าไปให้เสร็จสิ้นตามกำหนด โจทก์ยอมเลิกสละสิทธิการเช่าที่ดินของจำเลยและบ้านของโจทก์ซึ่งปลูกอยู่ในที่ดินของจำเลยตกเป็นกรรมสิทธิ์ของจำเลยทันที เมื่อโจทก์ผิดสัญญาเป็นเหตุให้การเช่าที่ดินเลิกกัน และบ้านของโจทก์ตกเป็นกรรมสิทธิ์ของจำเลยตามสัญญาแล้ว โจทก์ย่อมหมดสิทธิที่จะรื้อถอนบ้านออกไปจากที่เช่าดังนั้น โจทก์จึงหามีสิทธิเรียกค่ารื้อถอนจากจำเลยอีกไม่พิพากษากลับให้ยกฟ้อง

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ชวน พูนคำ · อุดม เพชรคุปต์ · กฤษณ์ โสภิตกุล
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3483/2529

การที่เจ้าของรถยนต์นำรถยนต์ไปรับคนโดยสารหรือนักท่องเที่ยวไปยังสถานที่ต่าง ๆ ตามที่ตกลงกันกับบริษัท่องเที่ยวหรือร้านค้าโดยได้ค่าตอบแทนอาจเกิดจากสัญญาเช่ารถยนต์ สัญญาจ้างหรือสัญญาอื่นก็ได้ ซึ่งก็ขึ้นอยู…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3052/2528

โจทก์ตกลงซื้อที่ดินและบ้านจากจำเลยโดยทำหนังสือสัญญาซื้อขายและวางเงินมัดจำไว้ เมื่อจำเลยเป็นฝ่ายผิดสัญญาโจทก์ชอบที่จะเรียกร้องให้จำเลยคืนเงินมัดจำพร้อมด้วยดอกเบี้ยตามที่กำหนดไว้ในสัญญาได้ สัญญาซื้อขายร…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2105/2518

โจทก์จำเลยกับพวกอีก 4 คนได้เข้าหุ้นร่วมกันทำการค้าตั้งภัตตาคาร และตกลงกันว่าจะจดทะเบียนเป็นบริษัทจำกัดแต่แล้วกิจการไม่ดีต้องเรียกค่าหุ้นเพิ่มอีก 200,000 บาท ในการเรียกค่าหุ้นเพิ่มนี้โจทก์จำเลยกับพวกได…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4584/2552

สัญญาระหว่างโจทก์ทั้งสี่และจำเลยเป็นสัญญาโอนขายสิทธิบัตร โดยมีข้อกำหนดว่าผู้โอนคือโจทก์ทั้งสี่ที่เป็นผู้ขายจะต้องถ่ายทอดเทคโนโลยีให้แก่ผู้รับโอนคือจำเลยด้วย จึงเป็นสัญญาต่างตอบแทน ตาม ป.พ.พ.มาตรา 369…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 451/2551

จำเลยเช่าที่ดินพิพาทจากโจทก์เนื้อที่ 7 ไร่ 2 งาน เพื่อทำสวนโดยเสียค่าเช่าปีละ 7,500 บาท มีการทำสัญญาเช่ากันครั้งละ 1 ปี โดยโจทก์ให้จำเลยเช่าตลอดมาเป็นเวลาประมาณ 15 ปีแล้ว แต่จำเลยมีหน้าที่ต้องพัฒนาที่…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้