Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3441/2541

พ.ศ. 2541 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

เมื่อผู้ตายเป็นผู้ก่อเหตุขึ้นก่อนโดยตบตีทำร้าย และเตะจำเลยก่อนฝ่ายเดียวอันถือได้ว่าเป็นภยันตรายซึ่งเกิดจากการประทุษร้ายอันละเมิดต่อกฎหมายและเป็นภยันตรายที่ใกล้จะถึง จำเลยย่อมมีสิทธิที่จะป้องกันตัวเองได้แต่ขณะเกิดเหตุผู้ตายเพียงแต่ตบเตะจำเลยโดยไม่มีอาวุธแต่อย่างใด การที่จำเลยใช้อาวุธมีดเลือกแทงที่ช่องท้องของผู้ตายอันเป็นอวัยวะที่สำคัญ แม้จะแทงไปเพียง 1 ครั้งแต่ถูกลำไส้และเส้นเลือดแดงใหญ่ในช่องท้องฉีกขาดเป็นเหตุ ให้ผู้ตายถึงแก่ความตายทันที แสดงว่าจำเลยมีเจตนาฆ่าผู้ตาย จึงเป็นการกระทำที่เกินสมควรแก่เหตุ การกระทำของจำเลยย่อม เป็นความผิดฐานฆ่าผู้อื่นโดยเจตนาเพื่อป้องกันเกินสมควร แก่เหตุตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 288 ประกอบด้วยมาตรา 69

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 288และริบมีดของกลางจำเลยให้การรับสารภาพศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 288 ลงโทษจำคุก 15 ปี

จำเลยให้การรับสารภาพเป็นประโยชน์แก่การพิจารณามีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้กึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 78 คงจำคุก 7 ปี 6 เดือน ริบมีดของกลางจำเลยอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 288, 72 ลงโทษจำคุก 2 ปี ลดโทษให้กึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงจำคุก 1 ปีนอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นโจทก์ฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "

ศาลฎีกาวินิจฉัย

พิเคราะห์แล้ว ข้อเท็จจริงในเบื้องต้นฟังได้ว่า จำเลยกับนายไพฑูรย์ ธรรมะ ผู้ตายอยู่กินร่วมกันฉันสามีภรรยาโดยไม่ได้จดทะเบียนสมรสตามวันเวลาและสถานที่เกิดเหตุตามฟ้องจำเลยใช้อาวุธมีดของกลางแทงผู้ตาย 1 ครั้งถูกบริเวณท้องด้านซ้ายเป็นเหตุให้ผู้ตายถึงแก่ความตายตามรายงานการชันสูตรพลิกศพเอกสารหมาย จ.6

มีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์ว่า จำเลยกระทำความผิดฐานฆ่าผู้อื่นตามที่โจทก์ฟ้องหรือไม่ คำเบิกความของพยานโจทก์ทั้งสองปากดังกล่าวเจือสมกับคำเบิกความของจำเลยที่ว่าเมื่อจำเลยขับรถจักรยานยนต์กลับมาที่วงสุราแล้วผู้ตายต่อว่าจำเลยว่าชอบเที่ยวกลางคืนและลักรถจักรยานยนต์ของผู้ตายไปใช้ จำเลยโต้เถียงว่าเป็นสามีภรรยากันช่วยกันซื้อจะเอาไปใช้ไม่ได้หรือ ผู้ตายทุบตีจำเลยจำเลยโกรธจึงทุบขวดสุราแตกแล้วลุกออกจากวงสุราไป ผู้ตายลุกตามมาแล้วเตะต่อยจำเลยจนล้ม จำเลยลุกขึ้นมาจึงใช้อาวุธมีดแทงผู้ตายไป 1 ครั้งดังนี้ ข้อเท็จจริงจึงฟังได้ว่าจำเลยได้โต้เถียงกับผู้ตายเรื่องรถจักรยานยนต์ว่าจำเลยมีส่วนออกเงินซื้อร่วมกับผู้ตายด้วยและขณะนั้นจำเลยกับผู้ตายเพียงแต่โต้เถียงเฉพาะเรื่องรถจักรยานยนต์เท่านั้น

จำเลยไม่ได้สมัครใจวิวาทเพื่อทำร้ายร่างกายกับผู้ตายดังนั้น เมื่อจำเลยทุบขวดสุราแตกแล้วลุกเดินออกจากวงสุราการโต้เถียงจึงได้ขาดตอนลงไปแล้วและที่ผู้ตายลุกขึ้นเดินตามจำเลยแล้วเป็นฝ่ายก่อเหตุขึ้นก่อนโดยตบตีและเตะจำเลย จำเลยจึงใช้อาวุธมีดแทงผู้ตายในขณะนั้นเป็นเหตุให้ผู้ตายถึงแก่ความตายนั้น เห็นว่าแม้จำเลยกับผู้ตายจะเป็นสามีภรรยาโดยไม่ได้จดทะเบียนสมรสกันผู้ตายก็ไม่มีอำนาจอันชอบธรรมที่จะทำร้ายร่างกายจำเลย ฉะนั้นเมื่อผู้ตายเป็นก่อเหตุขึ้นก่อนโดยตบตีทำร้ายและเตะจำเลยก่อนฝ่ายเดียวอันถือได้ว่าเป็นภยันตรายซึ่งเกิดจากการประทุษร้ายอันละเมิดต่อกฎหมายและเป็นภยันตรายที่ใกล้จะถึง จำเลยย่อมมีสิทธิที่จะป้องกันตัวเองได้

การที่จำเลยใช้อาวุธมีดแทงผู้ตายดังกล่าวก็เพื่อยับยั้งผู้ตายมิให้ทำร้ายร่างกายจำเลยอีกโดยภยันตรายนั้นยังมิได้สิ้นสุดลง จึงเป็นการกระทำเพื่อป้องกันสิทธิของตนให้พ้นจากการถูกทำร้ายแต่ขณะเกิดเหตุผู้ตายเพียงแต่ตบเตะจำเลยโดยไม่มีอาวุธแต่อย่างใดการที่จำเลยใช้อาวุธมีดเลือกแทงที่ช่องท้องของผู้ตายอันเป็นอวัยวะที่สำคัญ แม้จะแทงไปเพียง 1 ครั้ง แต่ถูกลำไส้และเส้นเลือดแดงใหญ่ในช่องท้องฉีกขาดเป็นเหตุให้ผู้ตายถึงแก่ความตายทันทีแสดงว่าจำเลยมีเจตนาฆ่าผู้ตายจึงเป็นการกระทำที่เกินสมควรแก่เหตุ การกระทำของจำเลยย่อมเป็นความผิดฐานฆ่าผู้อื่นโดยเจตนาเพื่อป้องกันเกินสมควรแก่เหตุตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 288 ประกอบด้วยมาตรา 69คำพิพากษาศาลฎีกาที่โจทก์อ้างมาในฎีกา ข้อเท็จจริงไม่ตรงกับคดีนี้ฎีกาของโจทก์ฟังไม่ขึ้น แต่ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิพากษาว่าการกระทำของจำเลยเป็นการกระทำโดยบันดาลโทสะนั้นไม่ต้องด้วยความเห็นของศาลฎีกาจึงเห็นสมควรแก้ไขให้ถูกต้อง"

ผลคำพิพากษา

พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 288 ประกอบด้วยมาตรา 69 นอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 2

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ประกาศ บูรพางกูร · ระพินทร บรรจงศิลป · วุฒินันท์ สุขสว่าง
แหล่งที่มา
สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7381/2543

ศาลแรงงานกลางฟังข้อเท็จจริงว่า เจ้าหน้าที่ฝ่ายบุคคลและผู้บังคับบัญชาของโจทก์แจ้งให้โจทก์ทราบว่านายจ้างเลิกจ้าง กับนำหนังสือแจ้งการเลิกจ้างเอกสารหมาย ล. 2 มาให้โจทก์ดู ซึ่งจำเลยที่ 2 ยังไม่ได้มีคำสั่งเ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 99/2534

โจทก์ไม่มีประจักษ์พยานรู้เห็นว่า จำเลยฆ่าผู้ตายคงมีแต่คำให้การรับสารภาพชั้นสอบสวนของจำเลยว่าเป็นผู้ใช้อาวุธปืนของกลางยิงผู้ตาย และโจทก์มีพนักงานสอบสวนมาเบิกความยืนยันว่าจำเลยให้การด้วยความสมัครใจ และไ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3287/2531

ผู้ตายถืออาวุธปืนเป็นฝ่ายก่อเหตุเข้ามาต่อว่าและตบตีภริยาจำเลย เมื่อจำเลยถือปืนวิ่งออกมาเห็นภริยาจำเลยมีเลือดเปื้อนเต็มตัว จำเลยย่อมเข้าใจว่าผู้ตายจะยิงภริยาจำเลย อันเป็นภยันตรายที่ใกล้จะถึง จำเลยจึงมี…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5893/2567

พฤติการณ์ที่โจทก์ร่วมเข้าใจว่าจำเลยเป็น ห. จึงร้องถามว่าใช่ ห. หรือไม่ ผิดวิสัยของคนร้ายที่จะไม่ส่งเสียงให้เหยื่อรู้ตัวก่อนลงมือกระทำผิด ต่อมาเมื่อโจทก์ร่วมกับจำเลยพบกันอีกครั้งก็ไม่ปรากฏว่าโจทก์ร่วมม…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 643/2563

จำเลยกับผู้เสียหายที่ 2 อยู่กินฉันสามีภริยาและมีบุตรด้วยกัน เพิ่งเลิกคบหากันก่อนเกิดเหตุเพียงหนึ่งเดือน ความสัมพันธ์ยังคงมีอยู่ไม่ถึงกับตัดขาดทีเดียว การที่จำเลยขับรถจักรยานยนต์ตามหาผู้เสียหายที่ 2 ใน…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้