Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3444/2527

พ.ศ. 2527 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

สัญญาประนีประนอมยอมความระหว่างโจทก์และจำเลยที่ 2 คู่กรณีมีเจตนามุ่งหมายที่จะระงับข้อพิพาทที่จำเลยที่ 2 มีหน้าที่จะต้องรับผิดใช้ค่าเสียหายร่วมกับจำเลยที่ 1 ใน ฐานะที่เป็นนายจ้างของจำเลยที่ 1 ซึ่งได้กระทำละเมิดต่อโจทก์ในทางการที่จ้าง จึงมีผลให้สิทธิเรียกร้องของโจทก์ที่มีต่อจำเลยที่ 2 ในมูลละเมิดระงับสิ้นไปโดยโจทก์ได้สิทธิเรียกร้องใหม่ตามสัญญาประนีประนอมยอมความเมื่อสัญญาประนีประนอมยอมความนั้นจำเลยที่ 3 มิได้ร่วมลงชื่อด้วยจำเลยที่ 3 ในฐานะผู้รับประกันภัยจึงยังต้องรับผิดตามกรมธรรม์ประกันภัยต่อโจทก์จนกว่าโจทก์จะได้รับการชดใช้ค่าเสียหายจากจำเลยที่ 2 ผู้เอาประกันภัยครบถ้วนตามสัญญาประนีประนอมยอมความโจทก์และจำเลยที่ 2 ตกลงประนีประนอมยอมความกันโดยโจทก์ยอมรับค่าเสียหายเพียง 17,500 บาท จำเลยที่ 3 ผู้รับประกันภัยค้ำจุนซึ่งจะต้องรับผิดต่อเมื่อจำเลยที่ 2 ผู้เอาประกันภัยจะต้องรับผิดชอบ ย่อมได้รับประโยชน์จากสัญญาประนีประนอมยอมความดังกล่าวด้วยจำเลยที่ 3 จึงต้องร่วมรับผิดใช้ค่าเสียหายให้โจทก์ 17,500 บาท

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยที่ 1 ซึ่งเป็นลูกจ้างของจำเลยที่ 2 ได้ขับรถยนต์บรรทุกของจำเลยที่ 2 ไปในทางการที่จ้างโดยประมาทชนทรัพย์สินของโจทก์เสียหายรวมเป็นเงิน 54,000 บาท ต่อมาจำเลยที่ 2 ได้ทำสัญญาประนีประนอมยอมความกับโจทก์ชดใช้ค่าเสียหายเพียง 20,000 บาท แต่จำเลยที่ 2 กลับไม่ยอมใช้ให้แก่โจทก์ จำเลยที่ 3 เป็นผู้รับประกันภัยรถยนต์บรรทุกของจำเลยที่ 2 จึงขอให้บังคับจำเลยทั้งสามร่วมกันใช้ค่าเสียหายให้แก่โจทก์เป็นเงิน 54,000 บาทจำเลยที่ 1 ขาดนัดยื่นคำให้การจำเลยที่ 2 และที่ 3 ให้การว่า ความเสียหายมิได้เกิดขึ้นเพราะฝ่ายจำเลยจำเลยจึงไม่ต้องรับผิด โจทก์และจำเลยที่ 2 ได้ทำสัญญาประนีประนอมยอมความกันแล้ว โจทก์จึงไม่มีสิทธิฟ้องเรียกค่าเสียหายในมูลละเมิดได้อีกจำเลยที่ 1 และจำเลยที่ 2 ขาดนัดพิจารณาศาลชั้นต้นวินิจฉัยว่า

โจทก์และจำเลยที่ 2 ได้ทำสัญญาประนีประนอมยอมความกันโดยโจทก์เรียกร้องเอาค่าเสียหายจากจำเลยที่ 2 เป็นเงิน 17,500บาท ทำให้หนี้ในมูลละเมิดระงับสิ้นไป โจทก์จึงไม่มีสิทธิฟ้องจำเลยที่ 1 และที่ 3ให้รับผิดอีก พิพากษาให้จำเลยที่ 2 ใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์เป็นเงิน 17,500 บาทให้ยกฟ้องโจทก์เฉพาะจำเลยที่ 1 และที่ 3โจทก์อุทธรณ์ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่าโจทก์มีสิทธิเรียกร้องค่าเสียหายในมูลละเมิดจากจำเลยที่ 1 และจำเลยที่ 3 ได้ พิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำเลยทั้งสามร่วมกันใช้ค่าเสียหายให้แก่โจทก์ โดยจำเลยที่ 1 และที่ 3 ร่วมกันรับผิดจำนวน 54,000บาท จำเลยที่ 2 ร่วมรับผิดจำนวน 17,500 บาทจำเลยที่ 3 ฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ประเด็นที่ว่า

การที่โจทก์และจำเลยที่ 2 ได้ตกลงทำสัญญาประนีประนอมยอมความกัน จะทำให้จำเลยที่ 3 หลุดพ้นความรับผิดหรือไม่นั้น เห็นว่า สัญญาประนีประนอมยอมความระหว่างโจทก์และจำเลยที่ 2นั้น คู่กรณีมีเจตนามุ่งหมายที่จะระงับข้อพิพาทที่จำเลยที่ 2 มีหน้าที่ที่จะต้องรับผิดใช้ค่าเสียหายร่วมกับจำเลยที่ 1 ในฐานะที่จำเลยที่ 2 เป็นนายจ้างของจำเลยที่ 1 ซึ่งได้กระทำละเมิดต่อโจทก์ในทางการที่จ้าง จึงมีผลให้สิทธิเรียกร้องของโจทก์ที่มีต่อจำเลยที่ 2 ในมูลละเมิดระงับสิ้นไปโดยโจทก์ได้สิทธิเรียกร้องใหม่ตามสัญญาประนีประนอมยอมความ ทั้งสัญญาประนีประนอมยอมความนั้นจำเลยที่ 3 มิได้ร่วมลงชื่อตกลงด้วย จำเลยที่ 3 ในฐานะผู้รับประกันภัยจึงยังต้องรับผิดตามกรมธรรม์ประกันภัยต่อโจทก์จนกว่าโจทก์จะได้รับการชดใช้ค่าเสียหายจากจำเลยที่ 2 ผู้เอาประกันภัยครบถ้วนตามสัญญาประนีประนอมยอมความโจทก์และจำเลยที่ 2 ตกลงประนีประนอมยอมความกัน โดยโจทก์ยอมรับค่าเสียหายเพียง 17,500 บาท

ดังนั้น จำเลยที่ 3 ผู้รับประกันภัยค้ำจุน ซึ่งจะต้องรับผิดก็ต่อเมื่อจำเลยที่ 2 ผู้เอาประกันภัยต้องรับผิดชอบ ย่อมได้รับประโยชน์จากสัญญาประนีประนอมยอมความดังกล่าวด้วย จำเลยที่ 3 จึงต้องร่วมรับผิดใช้ค่าเสียหายให้โจทก์จำนวน 17,500 บาทพิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำเลยที่ 3 ร่วมรับผิดใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์จำนวน17,500 บาท นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
สุชาติ จิวะชาติ · พิศิษฏ์ เทศะบำรุง · วีระ ทรัพยไพศาล
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 127/2538

หลังเกิดเหตุรถยนต์ชนกัน โจทก์ที่ 2 เจ้าของรถยนต์ฝ่ายหนึ่งได้เจรจากับ พ. คนขับรถยนต์คู่กรณีอีกฝ่ายหนึ่งซึ่งเป็นฝ่ายประมาท พ.ยินยอมชดใช้ค่าเสียหายทั้งหมดโดยการซ่อมรถยนต์ให้อยู่ในสภาพดี ใช้การได้ดีเหมือน…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4888/2558

จำเลยที่ 1 เป็นผู้ทำละเมิดต่อโจทก์และเป็นผู้เอาประกันภัยโดยทำสัญญาประกันภัยค้ำจุนกับจำเลยที่ 2 เพื่อคุ้มครองความรับผิดต่อบุคคลภายนอกรวมถึงความเสียหายต่อชีวิต ร่างกาย หรืออนามัยและทรัพย์สิน ตาม ป.พ.พ.…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2840/2548

เมื่อจำเลยที่ 1 กระทำละเมิดต่อโจทก์ จำเลยที่ 1 ได้ทำบันทึกข้อตกลงกับตัวแทนของโจทก์ต่อหน้าพนักงานสอบสวนตามรายงานประจำวันเกี่ยวกับคดีว่า จำเลยที่ 1 ยินยอมตกลงชดใช้ค่าเสียหายให้แก่โจทก์ โดยจำเลยที่ 1 จะน…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5064/2533

โจทก์บรรยายฟ้องเพียงว่า จำเลยที่ 1 เป็นบุตรชายและเป็นลูกจ้างผู้ครอบครองรถยนต์บรรทุกของจำเลยที่ 2 ขับรถยนต์ดังกล่าวด้วยความประมาทปราศจากความระมัดระวังเป็นเหตุให้รถยนต์ที่จำเลยที่ขับชนรถยนต์โจทก์ได้รับค…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 380/2530

การที่จำเลยที่ 1 ลูกจ้างกระทำในทางการที่จ้างของจำเลยที่ 2 ที่ 3 ขับรถยนต์โดยประมาทชนรถโจทก์ที่ 2 เสียหายแล้วได้ทำสัญญาประนีประนอมยอมความ ยอมรับผิดชดใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์ที่ 2 ย่อมทำให้สิทธิเรียกร้องใน…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้