คำฟ้องและคำให้การ
ศาลเดิมตัดสินให้ปรับจำเลยทั้ง ๒ คนฐานมีฝิ่นเถื่อนรวมกันเป็นเงิน ๔๑๘๕ บาท ๒๐ สตางค์ลดฐานรับสารภาพตามมาตรา ๕๙ ให้ ผ.กึ่งหนึ่งคงปรับรวมกันเป็นเงิน ๒๐๙๒ บาท ๖๐ สตางค์ ศาลอุทธรณ์ตัดสินแก้ให้จำคุกจำเลยคนละ ๖ เดือนกับปรับรวมกันอีก ๔๑๙๕ บาท ๒๐ สตางค์ ลดโทษ ผ.ฐานรับสารภาพลงครึ่งหนึ่ง คงจำคุก ผ. ๓ เดือนปรับกึ่งหนึ่ง
ศาลฎีกาวินิจฉัย
ศาลฎีกาเห็นว่ามีปัญหาจะต้องวินิจฉัยเพียง ๒ ข้อตามที่จำเลยฎีกาเท่านั้นคือ (๑) ศาลอุทธรณ์วางโทษจำคุกด้วยไม่ชอบควรปรับสถานเดียว (๒) ที่ลดโทษแต่คนเดียวไม่ชอบ เพราะโทษปรับในเรื่องฝิ่นเป็นแต่ในลักษณคดี ที่ศาลเดิมสั่งไม่รับฎีกาข้อ ๑ โดยเห็นว่าเป็นแก้ไขเล็กน้อยส่วนข้อ ๒ รับเป็นปัญาหาข้อกฎหมายนั้น
ศาลฎีกาเห็นว่าในข้อ ๑ เป็นการแก้ไขมาก
จำเลยฎีกาได้ ในข้อนี้ แม้จำเลยจะมิได้อุทธรณ์คำสั่งศาลเดิมที่ไม่รับฎีกาตามพ.ร.บ.ฎีกาอุทธรณ์ พ.ศ.๒๔๖๑ ม.๑๑ ก็จริง แต่ปรากฎว่าจำเลยไม่ได้ฟังคำสั่งไม่รับฎีกาในข้อนี้ ศาลฎีกาอาจย้อนสำนวนไปให้ศาลเดิมจัดการตามกระบวนความก็ได้คดีนี้จำนวนฝิ่นไม่สู้มากนักที่ศาลเดิมวางโทษปรับชอบแล้ว ไม่ควรจำคุกจำเลยด้วย เพราะเป็นโทษร้ายแรงตัดสิทธิผู้ต้องโทษหลายประการ ส่วนปัญหาเรื่องลดโทษจำเลยนั้นเห็นว่าการปรับรวมกันเช่นในคดีนี้จะลดค่าปรับ ให้คนหนึ่งคนใดหาได้ไม่ แต่ที่ศาลล่างลดค่าปรับให้ นายผัดโจทก์มิได้ว่ากล่าวมาแต่ต้น ย่อมเป็นผลดีแก่จำเลยแล้ว
ผลคำพิพากษา
จึงพิพากษาแก้คำพิพากษาศาลล่างให้ยกโทษจำคุกจำเลยเสีย นอกนั้นยืนตาม