Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3451/2554

พ.ศ. 2554 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

โจทก์ฟ้องจำเลยที่ 1 และที่ 3 ตาม พ.ร.บ.คนเข้าเมือง ฯ มาตรา 63 เพียงข้อหาเดียว เมื่อจำเลยที่ 1 และที่ 3 ให้การปฏิเสธในชั้นศาล โจทก์จึงมีหน้าที่ต้องนำสืบว่าจำเลยที่ 1 และที่ 3 ร่วมกันนำหรือพาคนต่างด้าวเข้ามาในราชอาณาจักรโดยฝ่าฝืนต่อกฎหมาย โดยใช้รถยนต์บรรทุกสิบล้อบรรทุกคนต่างด้าวจากสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว เข้ามาในราชอาณาจักรด้านอำเภอโพนพิสัย จังหวัดหนองคายไม่มีหนังสือหรือเอกสารใช้แทนหนังสืออันถูกต้อง ไม่ผ่านเข้ามาทางช่องทางด่านตรวจคนเข้าเมืองตามที่กำหนด จะนำคำให้การรับสารภาพในชั้นจับกุมมาฟังลงโทษจำเลยที่ 1 และที่ 3 หาได้ไม่ ทางนำสืบของโจทก์เจือสมกับจำเลยที่ 1 และที่ 3 นำสืบต่อสู้ว่า จำเลยที่ 1 และที่ 3 รับคนต่างด้าวมาจากอำเภอโพนพิสัย จังหวัดหนองคาย โดย ด. ชาวโพนพิสัยติดต่อหาคนงานให้ ม. ภริยาของจำเลยที่ 3 ตามที่ ม. พยานโจทก์เบิกความยืนยัน แม้จะฟังว่าจำเลยที่ 1 และที่ 3 รู้อยู่แล้วว่าคนงานที่บรรทุกมาจากจังหวัดหนองคายเป็นคนต่างด้าว แต่เมื่อมิใช่นำหรือพาคนต่างด้าวดังกล่าวเข้ามาในราชอาณาจักรจึงลงโทษจำเลยที่ 1 และที่ 3 ตามฟ้องไม่ได้

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

ป.วิ.อ. มาตรา 84 ป.วิ.อ. มาตรา 227 พ.ร.บ.คนเข้าเมือง พ.ศ.2522 มาตรา 63

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษตามพระราชบัญญัติคนเข้าเมือง พ.ศ.2522 มาตรา 63 ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 33, 83 และริบรถยนต์บรรทุกของกลาง

จำเลยทั้งสามให้การปฏิเสธ

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยที่ 1 และที่ 3 มีความผิดตามพระราชบัญญัติคนเข้าเมือง พ.ศ.2522 มาตรา 63 (ที่ถูก มาตรา 63 วรรคหนึ่ง) ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83 จำคุกคนละ 2 ปี ริบรถยนต์บรรทุกของกลางยกฟ้องสำหรับจำเลยที่ 2 จำเลยที่ 1 และที่ 3 อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ยกฟ้องจำเลยที่ 1 และที่ 3 ด้วย คืนรถยนต์บรรทุกของกลางแก่เจ้าของ นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น

ศาลฎีกาวินิจฉัย

โจทก์ฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "...

พิเคราะห์แล้ว ข้อเท็จจริงรับฟังเป็นยุติในชั้นนี้โดยไม่มีคู่ความฝ่ายใดโต้แย้งว่า เมื่อวันที่ 26 พฤศจิกายน 2546 เวลา 23.40 นาฬิกา ดาบตำรวจคงศักดิ์ และสิบตำรวจเอกพจนารถ พยานโจทก์กับพวกออกตรวจท้องที่ไปตามถนนสายชัยบาดาล - ด่านขุนทด เมื่อไปถึงที่พักสายตรวจซับตะเคียน อำเภอชัยบาดาล จังหวัดลพบุรี พบรถยนต์บรรทุกของกลางแล่นมาจากอำเภอด่านขุนทดมุ่งหน้าไปอำเภอชัยบาดาล จังหวัดลพบุรี จึงเรียกให้หยุดตรวจ พบจำเลยที่ 1 เจ้าของรถเป็นผู้ขับ มีจำเลยที่ 2 และที่ 3 นั่งโดยสารมาข้างจำเลยที่ 1 กับมีผู้โดยสารคนไทยอีกคนหนึ่งนั่งข้างหลังจำเลยที่ 1 นอกจากนี้ที่กระบะหลังรถซึ่งไม่มีผ้าคลุมยังพบนายสุข กับพวกรวม 115 คน ซึ่งเป็นคนต่างด้าวเชื้อชาติลาว

สัญชาติลาว โดยสารมาเต็มคันรถเพื่อไปเป็นคนงานรับจ้างในไร่อ้อยอำเภอหนองม่วง จังหวัดลพบุรี จึงจับกุมจำเลยทั้งสามและแจ้งข้อกล่าวหาว่าร่วมกันนำหรือพาคนต่างด้าวเข้ามาในราชอาณาจักรโดยฝ่าฝืนต่อกฎหมาย และจำเลยทั้งสามถูกฟ้องในข้อหาดังกล่าวเป็นคดีนี้ ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้องจำเลยที่ 2 ไม่มีคู่ความฝ่ายใดอุทธรณ์ คดีสำหรับจำเลยที่ 2 เป็นอันยุติไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น คงมีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์ว่า จำเลยที่ 1 และที่ 3 ร่วมกันกระทำความผิดตามฟ้องหรือไม่ เห็นว่า โจทก์ฟ้องจำเลยที่ 1 และที่ 3 ตามพระราชบัญญัติคนเข้าเมือง พ.ศ.2522 มาตรา 63 เพียงข้อหาเดียว เมื่อจำเลยที่ 1 และที่ 3 ให้การปฏิเสธในชั้นศาล โจทก์จึงมีหน้าที่ต้องนำสืบว่า

จำเลยที่ 1 และที่ 3 ร่วมกันนำหรือพาคนต่างด้าวดังกล่าวเข้ามาในราชอาณาจักรโดยฝ่าฝืนต่อกฎหมาย โดยใช้รถยนต์บรรทุกสิบล้อบรรทุกคนต่างด้าวดังกล่าวจากสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาวเข้ามาในราชอาณาจักรทางด้านอำเภอโพนพิสัย จังหวัดหนองคาย ไม่มีหนังสือหรือเอกสารใช้แทนหนังสืออันถูกต้อง ไม่ผ่านเข้ามาทางช่องทางด่านตรวจคนเข้าเมืองตามที่กำหนด จะนำคำให้การรับสารภาพในชั้นจับกุมมาฟังลงโทษจำเลยที่ 1 และที่ 3 หาได้ไม่ แต่ทางนำสืบของโจทก์ได้ความจากดาบตำรวจคงศักดิ์ และสิบตำรวจเอกพจนารถพยานผู้ร่วมจับกุมจำเลยที่ 1 และที่ 3 ว่า เจ้าพนักงานตำรวจจับกุมจำเลยที่ 1 และที่ 3 ได้ที่บริเวณที่พักสายตรวจซับตะเคียน ตำบลซับตะเคียน อำเภอชัยบาดาล

จังหวัดลพบุรี ขณะจำเลยที่ 1 ขับรถมีจำเลยที่ 2 และที่ 3 นั่งคู่ กับมีคนต่างด้าวเชื้อชาติลาว สัญชาติลาว จำนวน 115 คน และนายเคน ขาวสิงห์ คนไทย โดยสารมาเพื่อรับจ้างตัดอ้อยโดยเปิดเผยปราศจากหลังคาคลุมกระบะท้ายรถ และพยานโจทก์ทั้งสองยังเบิกความยืนยันสอดคล้องกันว่า ได้สอบถามนายสุข คนต่างด้าวคนหนึ่งแล้วรับต่อพยานว่าเป็นชาวลาวมาจากสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว ลงเรือข้ามแม่น้ำโขงเข้ามาในราชอาณาจักรที่จังหวัดหนองคาย ทั้งไม่ปรากฏว่าคนต่างด้าวคนอื่นจะให้การซัดทอดว่า จำเลยที่ 1 และที่ 3 พาพวกตนหลบหนีมาจากสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว นอกจากนี้เมื่อศาลฎีกาตรวจคำให้การในชั้นสอบสวนของนายเคนตามเอกสารหมาย จ.4 ซึ่งโจทก์มีพันตำรวจโทสุรศักดิ์

พนักงานสอบสวนเบิกความรับรองแล้ว นายเคน ให้การว่านายดวงดีหรือด้วง ชาวโพนพิสัย จังหวัดหนองคาย ชักชวนให้นายเคนเป็นคนงานตัดอ้อย เมื่อถึงวันเกิดเหตุมีรถยนต์บรรทุกสิบล้อมารับนายเคนกับคนงานอื่นๆ ที่บ้านนายด้วง หลังจากนั้นก็เดินทางออกจากจังหวัดหนองคาย กระทั่งถึงที่เกิดเหตุจึงถูกเจ้าพนักงานตำรวจจับกุม เห็นได้ว่า ทางนำสืบของโจทก์ดังกล่าวเจือสมกับที่จำเลยที่ 1 และที่ 3 นำสืบต่อสู้ว่า จำเลยที่ 1 และที่ 3 รับคนต่างด้าวดังกล่าวมาจากอำเภอโพนพิสัย จังหวัดหนองคาย โดยนายดวงดีหรือด้วง ชาวโพนพิสัย ติดต่อหาคนงานให้นางมะหล่ำ ภริยาของจำเลยที่ 3 ตามที่นางมะหล่ำ พยานโจทก์เบิกความยืนยัน ดังนี้ แม้จะฟังว่าจำเลยที่ 1 และที่ 3 รู้อยู่แล้วว่าคนงานที่บรรทุกมาจากจังหวัดหนองคายเป็นคนต่างด้าว แต่เมื่อมิใช่นำหรือพาคนต่างด้าวดังกล่าวเข้ามาในราชอาณาจักร จึงลงโทษจำเลยที่ 1 และที่ 3 ตามฟ้องไม่ได้ ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษายกฟ้องจำเลยที่ 1 และที่ 3 นั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย ฎีกาของโจทก์ฟังไม่ขึ้น"

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
อัปษร หิรัญบูรณะ · วีระวัฒน์ ปวราจารย์ · ธัชพันธ์ ประพุทธนิติสาร
แหล่งที่มา
สำนักวิชาการแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 10546/2558

เมื่อโจทก์ฟ้องจำเลยเป็นคดีอาญาในข้อหาความผิดฐานละเมิดลิขสิทธิ์ ตาม พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ พ.ศ.2537 มาตรา 70 วรรคสอง ประกอบมาตรา 31 (1) โจทก์จึงมีหน้าที่ต้องนำสืบพยานหลักฐานพิสูจน์ข้อเท็จจริงให้ครบองค์ประกอบข…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 563/2548

แม้เจ้าพนักงานตำรวจจะค้นพบเมทแอมเฟตามีนจำนวน 45 เม็ด บรรจุในถุงพลาสติกมีฝาปิดอยู่ในกระเป๋าถือภายในบ้านของจำเลย และจำเลยให้การรับสารภาพในชั้นจับกุมและชั้นสอบสวนว่าเมทแอมเฟตามีนดังกล่าวจำเลยมีไว้ในครอบค…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6820/2567

การที่จำเลยที่ 1 ถึงที่ 4 ให้การต่อผู้ดำเนินกรรมวิธีซักถามในฐานะผู้ถูกดำเนินกรรมวิธีหรือผู้ต้องสงสัย และให้การต่อพนักงานสอบสวนในฐานะพยาน มิใช่คำให้การของผู้ถูกจับที่ให้ไว้ต่อเจ้าพนักงานผู้จับเพราะขณะน…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2104/2567

การวินิจฉัยชั่งน้ำหนักพยานบอกเล่า พยานซัดทอด หรือพยานที่จำเลยไม่มีโอกาสถามค้านนั้น ศาลจะต้องกระทำด้วยความระมัดระวัง และไม่ควรเชื่อพยานหลักฐานนั้นโดยลำพังเพื่อลงโทษจำเลย เว้นแต่จะมีเหตุผลอันหนักแน่น มี…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1207/2567

การจะเป็นความผิดฐานมีส่วนร่วมในองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติโดยร่วมกระทำการใด ๆ ไม่ว่าทางตรงหรือทางอ้อมในการดำเนินการขององค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ หรือเป็นเครือข่ายดำเนินงานขององค์กรดังกล่าว หรือสมคบกันตั้งแต่…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้