Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3459/2538

พ.ศ. 2538 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ศาลชั้นต้นยกคำร้องของผู้ร้องในชั้นบังคับคดีตามคำพิพากษาที่อ้างว่าผู้ร้องไม่ใช่บริวารของโจทก์โดยผู้พิพากษานายเดียวเป็นผู้ลงนามในคำสั่งนั้นเป็นการไม่ชอบด้วยพระธรรมนูญศาลยุติธรรมมาตรา23เพราะเป็นการวินิจฉัยชี้ขาดข้อพิพาทแห่งคดีซึ่งไม่อยู่ในอำนาจของผู้พิพากษานายเดียวที่จะออกคำสั่งได้ตามมาตรา21(2)อันเป็นกรณีที่ศาลชั้นต้นมิได้ปฏิบัติให้ถูกต้องตามกฎหมายศาลอุทธรณ์ย่อมมีอำนาจที่จะพิพากษายกคำสั่งศาลชั้นต้นโดยให้ศาลชั้นต้นมีคำสั่งใหม่มีผู้พิพากษาครบองค์คณะได้

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

พระธรรมนูญศาลยุติธรรม มาตรา 21 พระธรรมนูญศาลยุติธรรม มาตรา 23 ป.วิ.พ. มาตรา 21 ป.วิ.พ. มาตรา 142 ป.วิ.พ. มาตรา 183 ป.วิ.พ. มาตรา 242 ป.วิ.พ. มาตรา 243

คำฟ้องและคำให้การ

คดีสืบเนื่องมาจากเมื่อวันที่ 8 ตุลาคม 2535 เจ้าพนักงานบังคับคดีปิดประกาศเจ้าพนักงานบังคับคดีความว่า ศาลชั้นต้นมีหมายบังคับคดีบังคับให้โจทก์ปฏิบัติตามคำพิพากษาซึ่งศาลมีคำสั่งให้โจทก์และบริวารออกไปจากตึกแถวผู้ร้องยื่นคำร้องว่า ผู้ร้องเป็นผู้ครอบครองตึกพิพาทอาคารเลขที่ 158/115-135 รวม 21 ห้อง โดยรับโอนสิทธิการเช่าและโอนการครอบครองมาจากโจทก์โดยสุจริตและมีค่าตอบแทน มาตั้งแต่ปี 2528 จนกระทั่งปัจจุบัน ตามหลักฐานการโอนท้ายคำร้อง โจทก์มิได้อาศัยอยู่ในอาคารดังกล่าว ผู้ร้องได้จัดให้ผู้มีชื่อเช่าอาคารดังกล่าวข้างต้นมาตั้งแต่ปี 2528 โดยโจทก์ไม่ได้เข้ามาเกี่ยวข้องแต่อย่างใด ผู้ร้องและผู้เช่าไม่ได้เป็นบริวารของโจทก์(ผู้เช่าเป็นบริวารของผู้ร้อง)

ผู้ร้องไม่ทราบว่าอาคารดังกล่าวมีข้อพิพาทระหว่างโจทก์กับจำเลย ดังนั้นประกาศเจ้าพนักงานบังคับคดีจึงบังคับผู้ร้องและผู้เช่าอาคารดังกล่าวไม่ได้ ผู้ร้องและผู้เช่ามีอำนาจพิเศษ ขอให้มีคำสั่งยกเลิกประกาศเจ้าพนักงานบังคับคดีดังกล่าวจำเลยยื่นคำคัดค้านว่า ผู้ร้องกับผู้เช่าตึกแถวพิพาทจากผู้ร้องเป็นบริวารของโจทก์ทั้งสองเพราะผู้ร้องกับผู้เช่าเข้าอยู่ในตึกแถวพิพาทโดยอาศัยสิทธิจากโจทก์ทั้งสอง ขณะที่ผู้ร้องกับผู้เช่าของผู้ร้องเข้ามาอยู่ในตึกแถวพิพาทเมื่อปี 2528 นั้นโจทก์ทั้งสองกับจำเลยมีข้อพิพาทฟ้องร้องกันอยู่ที่ศาลชั้นต้นคดีอยู่ระหว่างการพิจารณา จำเลยไม่เคยจดทะเบียนสิทธิการเช่าตึกแถวพิพาทกับโจทก์ทั้งสอง โจทก์ทั้งสองจึงไม่มีอำนาจที่จะโอนสิทธิการเช่าและการครอบครองให้แก่ผู้ร้อง และจำเลยไม่เคยได้รับเงินค่าเช่าจากผู้ร้องกับผู้เช่าของผู้ร้อง

ขอให้ยกคำร้องศาลชั้นต้นนัดไต่สวนคำร้อง แต่พอถึงวันนัดเห็นว่าคดีไม่จำเป็นต้องไต่สวนให้งดไต่สวนและมีคำสั่งให้ยกคำร้องผู้ร้องอุทธรณ์ ขอให้ยกคำสั่งศาลชั้นต้น ให้ศาลชั้นต้นไต่สวนคำร้องของผู้ร้องแล้วมีคำสั่งใหม่ตามรูปคดีศาลอุทธรณ์เห็นว่า ที่ศาลชั้นต้นสั่งงดไต่สวนคำร้องชอบด้วยกฎหมายแล้ว แต่การที่ศาลชั้นต้นสั่งยกคำร้องของผู้ร้อง โดยผู้พิพากษานายเดียวลงนามในคำสั่งไม่ชอบด้วยพระธรรมนูญศาลยุติธรรม มาตรา 23 จึงพิพากษายกคำสั่งศาลชั้นต้น ให้ศาลชั้นต้นดำเนินกระบวนพิจารณาให้ถูกต้องตามกฎหมายแล้วมีคำสั่งใหม่ตามรูปคดีผู้ร้องฎีกา ขอให้ยกคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ให้ศาลชั้นต้นไต่สวนคำร้องของผู้ร้องแล้วมีคำสั่งใหม่ตามรูปคดีศาลฎีกาวินิจฉัยว่า

"คดีมีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของผู้ร้องว่า คำพิพากษาศาลอุทธรณ์ชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ เห็นว่าคดีนี้ศาลชั้นต้นมีหมายบังคับคดีให้โจทก์และบริวารออกไปจากตึกแถวพิพาท เมื่อผู้ร้องอ้างว่า ผู้ร้องมิใช่บริวารของโจทก์แต่จำเลยคัดค้านว่า ผู้ร้องเป็นบริวารของโจทก์ คดีจึงมีประเด็นข้อพิพาทจะต้องวินิจฉัยว่า ผู้ร้องเป็นบริวารของโจทก์หรือไม่ซึ่งการที่จะวินิจฉัยปัญหาดังกล่าวโดยปกติศาลชั้นต้นจะต้องทำการไต่สวนโดยเปิดโอกาสให้คู่กรณีนำพยานหลักฐานเข้าสืบเพื่อสนับสนุนข้ออ้างและข้อคัดค้านของตนแล้วจึงจะวินิจฉัยชี้ขาด แต่สำหรับคดีนี้การที่ผู้ร้องอ้างว่าผู้ร้องมิได้เป็นบริวารของโจทก์ เพราะผู้ร้องได้รับโอนสิทธิการเช่าและการครอบครองตึกแถวพิพาทมาจากโจทก์ ซึ่งก็ปรากฏตามสัญญาโอนสิทธิการเช่าและโอนการครอบครองอาคารท้ายคำร้องของผู้ร้องว่า

โจทก์เป็นผู้ก่อสร้างมีสิทธิครอบครองและมีสิทธิให้เช่าตึกแถวพิพาท โจทก์ตกลงโอนสิทธิการเช่าและการครอบครองให้แก่ผู้ร้อง โดยจะดำเนินการให้ผู้ร้องเข้าทำสัญญาเช่ากับจำเลยพร้อมกับจดทะเบียนการเช่าตามกฎหมายให้เสร็จสิ้นภายใน 30วัน นับแต่วันทำสัญญา ดังนี้ กรณีจึงเป็นที่เห็นได้ว่าผู้ร้องมิได้มีนิติสัมพันธ์กับจำเลย การที่ผู้ร้องเข้าคอรบครองอ้างสิทธิในตึกแถวพิพาทก็โดยอาศัยสิทธิตามสัญญาโอนสิทธิการเช่าระหว่างผู้ร้องกับโจทก์ กรณีจึงต้องถือว่าผู้ร้องเป็นบริวารของโจทก์ดังนั้นแม้จะทำการไต่สวนและฟังข้อเท็จจริงได้ตามคำร้อง ก็คงต้องฟังว่าผู้ร้องเป็นบริวารของโจทก์อยู่นั่นเอง ที่ศาลอุทธรณ์เห็นด้วยกับศาลชั้นต้นที่สั่งงดการไต่สวนจึงชอบแล้ว และเมื่อศาลอุทธรณ์ได้วินิจฉัยในปัญหาที่ว่าศาลชั้นต้นงดไต่สวนคำร้องของผู้ร้องชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ ซึ่งเป็นปัญหาตามอุทธรณ์ของผู้ร้องโดยตรงแล้ว

การที่ศาลอุทธรณ์ใช้ดุลพินิจยกปัญหาอันเกี่ยวกับความสงบเรียบร้อยของประชาชนขึ้นวินิจฉัยว่า การที่ศาลชั้นต้นยกคำร้องของผู้ร้องโดยผู้พิพากษานายเดียวเป็นผู้ลงนามในคำสั่งนั้น เป็นการไม่ชอบด้วยพระธรรมนูญศาลยุติธรรม มาตรา 23 เนื่องจากคำสั่งดังกล่าวมีลักษณะเป็นการวินิจฉัยชี้ขาดข้อพิพาทแห่งคดีซึ่งไม่อยู่ในอำนาจของผู้พิพากษานายเดียวที่จะออกคำสั่งได้ตามพระธรรมนูญศาลยุติธรรม มาตรา 21(2) อันเป็นกรณีที่ศาลชั้นต้นมิได้ปฏิบัติให้ถูกต้องตามกฎหมาย

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลอุทธรณ์ย่อมมีอำนาจที่จะพิพากษายกคำสั่งศาลชั้นต้น โดยให้ศาลชั้นต้นมีคำสั่งใหม่ให้มีผู้พิพากษาครบองค์คณะได้ คำพิพากษาศาลอุทธรณ์ชอบด้วยกฎหมายแล้ว"

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
สะสม สิริเจริญสุข · สมชัย สายเชื้อ · ชัยนาท พันตาวงศ์
แหล่งที่มา
เนติบัณฑิตยสภาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1235/2543

จำเลยให้การว่า จำเลยเป็นเจ้าของผู้ครอบครองที่ดินซึ่งมีเขตติดต่อกับที่ดินของมารดาโจทก์ โดยจำเลยซื้อมาจากผู้อื่น ผู้ขายได้ชี้แนวเขตที่ดินตามแนวเขตเช่นเดียวกับที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน จำเลยครอบครองที่ดินตลอ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4002/2540

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยที่ 2 เป็นผู้รับประกันภัยรถยนต์ไว้จากจำเลยที่ 1 เพื่อความรับผิดต่อบุคคลภายนอกในลักษณะประกันภัยค้ำจุนในขณะเกิดเหตุคดีนี้ โดยมีเงื่อนไขตามกรมธรรม์ประกันภัยระบุว่า จำเลยที่ 2 จะให้ความค…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6255/2546

โจทก์บรรยายฟ้องอ้างว่าโจทก์ทำสัญญาจะขายที่ดินให้แก่จำเลยที่ 1 โดยประสงค์จะทำสัญญาซื้อขายต่อไป แต่จำเลยทั้งสองหลอกลวงโจทก์ให้ทำสัญญาจำนอง โจทก์ไม่ได้รับเงินตามสัญญาจำนองและไม่มีเจตนาทำนิติกรรมจำนอง ขอใ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7994/2544

จำเลยยื่นคำร้องขอให้เรียกจำเลยร่วมเข้ามาเป็นคู่ความ เมื่อจำเลยเป็นฝ่ายแพ้คดีจึงต้องใช้ค่าฤชาธรรมเนียมและค่าทนายความแทนอีกฝ่ายหนึ่งตามที่บัญญัติไว้ใน ป.วิ.พ. มาตรา 161 ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนตามคำพิพากษาศ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2699/2541

ศาลอุทธรณ์มีคำสั่งตั้งผู้ร้องและ ต.เป็นกรรมการของบริษัทม.ชั่วคราวคดีถึงที่สุดแล้ว ต่อมาผู้คัดค้านยื่นคำร้องเป็นคดีนี้ แม้ในคำร้องจะขอให้ศาลอุทธรณ์ไต่สวนคำร้องและมีคำสั่งก็ตาม แต่จากข้ออ้างในคำร้องประก…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้