Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2510 (เลขอ้างอิง 34623)

พ.ศ. 2510 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

คดีอาญา จำเลยอ้างพยานเอกสารซึ่งอยู่ในความครอบครองของจำเลยและโจทก์ไม่รับรองความถูกต้อง เมื่อจำเลยไม่สืบพยานประกอบ พยานเอกสารนั้นก็รับฟังไม่ได้ แต่ถ้าพยานเอกสารนั้นเป็นหนังสือราชการ ซึ่งต้นฉบับอยู่ในความครอบครองของ ทางราชการและที่จำเลยอ้างส่งต่อศาลเป็นสำเนาซึ่งเจ้าหน้าที่ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 93(3) รับรองถูกต้อง ก็รับฟังได้ ไม่ต้องสืบพยานประกอบตามพระราชบัญญัติการขนส่ง พ.ศ. 2497 เป็นอำนาจของรัฐมนตรี ที่จะกำหนดสถานที่ที่จะใช้เป็นสถานีขนส่ง และต้องประกาศในราชกิจจานุเบกษาเมื่อประกาศกำหนดสถานที่ที่จะใช้เป็นสถานีขนส่งแล้ว ผู้ประกอบการขนส่งจะต้องใช้สถานที่นั้นเป็นที่หยุดหรือจอดยานพาหนะ ถ้าฝ่าฝืนมีความผิดตามมาตรา 69 และอธิบดีมีอำนาจกำหนดค่าบริการที่ผู้ประกอบการขนส่งจะต้องชำระให้แก่สถานีขนส่งตามมาตรา 50(1) แต่ถ้ารัฐมนตรียังไม่ได้กำหนดสถานที่ให้เป็นสถานีขนส่งผู้ประกอบการขนส่งจัดหาสถานที่จอดพักรถโดยสารให้คนขึ้นลงได้เอง โดยไม่ให้ขัดขวางต่อการจราจรเจ้าพนักงานจราจรมีอำนาจออกข้อบังคับหรือคำสั่งกำหนดสถานที่จอดพักรถได้ตามพระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ. 2477 แต่ถ้าสถานที่จอดพักรถนั้นอยู่ในความครอบครองของเอกชนและเอกชนเป็นผู้เรียกเก็บค่าบริการในการจอดรถ ก็ไม่เป็นสถานที่จอดพักรถตามความหมายของพระราชบัญญัติจราจรทางบก แต่เป็นสถานีขนส่งตามพระราชบัญญัติการขนส่ง พ.ศ. 2497 ซึ่งบัญญัติให้เป็นอำนาจของรัฐมนตรีเป็นผู้กำหนดสถานที่ที่ใช้เป็นสถานีขนส่ง เจ้าพนักงานจราจรไม่มีอำนาจกำหนด

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยนำรถยนต์รับจ้างบรรทุกคนโดยสารไปจอดพักรถและรับส่งคนโดยสาร ณ สถานที่อันมิใช่เป็นสถานที่ที่เจ้าพนักงานจราจรกำหนดให้เป็นที่จอดพักรถ ขอให้ลงโทษตามพระราชบัญญัติจราจรทางบกพ.ศ. 2477 มาตรา 66, 69 พระราชบัญญัติจราจรทางบก (ฉบับที่ 3)พ.ศ. 2481 มาตรา 4จำเลยให้การปฏิเสธจำเลยแถลงรับว่าได้กระทำตามข้อเท็จจริงตามฟ้องโดยเจตนา แต่จำเลยมีสิทธิในฐานะเป็นผู้รับขนส่งโจทก์จำเลยแถลงรับว่าจำเลยเป็นผู้รับอนุญาตให้เป็นผู้ขนส่งประจำทางโดยรถยนต์โจทก์จำเลยไม่สืบพยานศาลชั้นต้นวินิจฉัยว่า เจ้าพนักงานจราจรไม่มีอำนาจกำหนดที่จอดพักรถ คำสั่งเจ้าพนักงานจราจรไม่มีผลใช้บังคับกับรถยนต์ของจำเลยพิพากษายกฟ้องโจทก์อุทธรณ์ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่าประกาศของเจ้าพนักงานจราจรกำหนดสถานที่จอดพักรถมีผลบังคับได้ แต่ฟังไม่ได้ว่าจำเลยมีเจตนากระทำการฝ่าฝืนข้อบังคับและคำสั่งของเจ้าพนักงานจราจร

จำเลยไม่ต้องรับผิดในทางอาญา พิพากษายืนในผลที่ให้ยกฟ้องโจทก์ฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า เอกสาร ล.1 อยู่ในความครอบครองของจำเลยและโจทก์ไม่รับรองความถูกต้อง เมื่อจำเลยไม่สืบพยาน พยานเอกสารฉบับนี้ก็รับฟังไม่ได้ แต่เอกสารหมาย ล.2 และ ล.3 เป็นหนังสือราชการซึ่งต้นฉบับอยู่ในความครอบครองของทางราชการ ที่จำเลยอ้างส่งศาลเป็นสำเนาที่เจ้าหน้าที่ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 93(3) รับรองถูกต้องแล้ว จึงรับฟังได้เหมือนต้นฉบับ จำเลยไม่ต้องสืบพยานประกอบสถานีขนส่งตามพระราชบัญญัติการขนส่ง พ.ศ. 2497 เป็นอำนาจของรัฐมนตรีที่จะกำหนดสถานที่ที่จะใช้เป็นสถานีขนส่งขึ้น และต้องประกาศในราชกิจจานุเบกษา เมื่อประกาศกำหนดสถานที่ที่จะใช้เป็นสถานีขนส่งแล้ว

ผู้ประกอบการขนส่งจะต้องใช้สถานที่นี้เป็นที่หยุดหรือจอดยานพาหนะ ถ้าฝ่าฝืนมีความผิดตามมาตรา 69 และตามมาตรา 50(1) อธิบดีมีอำนาจกำหนดค่าบริการที่ผู้ประกอบการขนส่งจะต้องชำระให้แก่สถานีขนส่ง แต่ถ้ารัฐมนตรียังไม่ได้กำหนดสถานที่ให้เป็นสถานีขนส่ง ทางราชการมีความมุ่งหมายให้ผู้ประกอบการขนส่งจัดหาสถานที่จัดพักรถโดยสารให้คนขึ้นลงเองได้โดยไม่ขัดขวางต่อการจราจรตามพระราชบัญญัติจราจรทางบก เจ้าพนักงานจราจรมีอำนาจออกข้อบังคับหรือคำสั่งกำหนดสถานที่จอดพักรถได้ แต่สถานที่ที่เจ้าพนักงานจราจรกำหนดให้เป็นที่จอดพักรถเพื่อรับส่งคนโดยสารอยู่ในที่ซึ่งอยู่ในความครอบครองของเอกชน และเอกชนได้เรียกเก็บค่าบริการในการจอดรถ ไม่ใช่เป็นที่จอดพักรถตามความหมายแห่งพระราชบัญญัติจราจรทางบก แต่เป็นการกำหนดสถานที่ที่ใช้เป็นสถานีขนส่งตามพระราชบัญญัติการขนส่ง ซึ่งบัญญัติให้เป็นอำนาจของรัฐมนตรีเจ้าพนักงานจราจรไม่มีอำนาจกำหนด ฉะนั้น คำสั่งกำหนดสถานที่จอดพักรถจึงไม่มีผลบังคับตามกฎหมาย แม้จำเลยจะฝ่าฝืนก็ไม่มีความผิดพิพากษายืนในผลที่ให้ยกฟ้อง

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ศริ มลิลา · กิตติ สีหนนทน์ · เนิ่น กฤษณะเศรนี
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2510 (เลขอ้างอิง 68678)

คดีอาญา จำเลยอ้างพยานเอกสารซึ่งอยู่ในความครอบครองของจำเลยและโจทก์ไม่รับรองความถูกต้อง เมื่อจำเลยไม่สืบพยานประกอบ พยานเอกสารนั้นก็รับฟังไม่ได้แต่ถ้าพยานเอกสารนั้นเป็นหนังสือราชการ ซึ่งต้นฉบับอยู่ในความ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7002/2554

เดิมจำเลยให้การปฏิเสธและนำสืบต่อสู้ว่ามารดาโจทก์ทำสัญญาซื้อขายที่ดินกับจำเลยและ ล. ดังนั้น การที่จำเลยฎีกาว่า จำเลยไม่มีส่วนรู้เห็นในการทำสัญญาซื้อขายที่ดินและไม่ทราบว่าเป็นเอกสารปลอม จำเลยสำคัญผิดไปว…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 737/2528

เอกสารที่ทนายจำเลยส่งศาลเพื่อประกอบการถามค้านตัวโจทก์ซึ่งอ้างตนเองเป็นพยานในชั้นไต่สวนมูลฟ้อง โจทก์ได้ตรวจดูและเบิกความรับรองโดยทนายจำเลยได้ส่งต้นฉบับให้โจทก์ตรวจดูแล้ว จึงขอส่งสำเนาแทนต้นฉบับ โจทก์ก็…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 847/2568

จำเลยทั้งเจ็ดคัดค้านว่าสัญญาซื้อขายทรัพย์สินด้อยคุณภาพเป็นสำเนาเอกสารมิใช่ต้นฉบับ ไม่สามารถรับฟังเป็นพยานหลักฐานได้ และสำเนาเอกสารดังกล่าวปลอมและไม่ถูกต้องตรงกับต้นฉบับ เมื่อศาลให้โอกาสจำเลยทั้งเจ็ดซั…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 817/2568

การเพิกถอนกระบวนพิจารณาที่ผิดระเบียบในคดีความผิดเกี่ยวกับยาเสพติดได้นั้นต้องเป็นไปตามบทบัญญัติของ ป.วิ.พ. มาตรา 27 ประกอบ ป.วิ.อ. มาตรา 15 และ พ.ร.บ.วิธีพิจารณาคดียาเสพติด พ.ศ. 2550 มาตรา 3 กล่าวคือ ต…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้