Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2510 (เลขอ้างอิง 34640)

พ.ศ. 2510 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

กำหนด 15 วันตามที่บัญญัติไว้ในข้อ 1 ของมาตรา 174 แห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งนั้น หมายความเฉพาะในชั้นยื่นฟ้องและขอหมายเรียกให้จำเลยแก้คดีเท่านั้นจะนำมาใช้ในชั้นฎีกาไม่ได้ที่ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 538 บัญญัติว่า'เช่าอสังหาริมทรัพย์นั้น ถ้ามิได้มีหลักฐานเป็นหนังสืออย่างหนึ่งอย่างใดลงลายมือชื่อฝ่ายที่ต้องรับผิดเป็นสำคัญ ท่านว่าจะฟ้องร้องให้บังคับคดีหาได้ไม่ ฯลฯ' นั้น ย่อมหมายความรวมถึงการที่จะยกขึ้นกล่าวอ้างต่อสู้ให้บังคับคดีไปตามข้อกล่าวอ้างนั้นด้วย เพราะการบังคับคดีย่อมทำได้ด้วยกันทั้งสองฝ่ายคำว่า 'เคหะ' ตามมาตรา 4 แห่งพระราชบัญญัติควบคุมการเช่าเคหะและที่ดิน พ.ศ. 2504 หมายถึงสิ่งปลูกสร้างที่ใช้เป็นที่อยู่อาศัย ฯลฯ แต่ห้องพิพาทจำเลยเช่าเพื่อประกอบการค้าจึงมิใช่เคหะตามความหมายของบทบัญญัติแห่งกฎหมายดังกล่าวและไม่ได้รับความคุ้มครองจากพระราชบัญญัติควบคุมการเช่าเคหะและที่ดิน พ.ศ. 2504 มาตรา 17 โจทก์บอกเลิกการเช่าได้ถ้าศาลเห็นว่าพยานประเด็นที่จำเลยขอให้ส่งประเด็นไปสืบนั้นเป็นพยานหลักฐานฟุ่มเฟือยเกินสมควร ศาลก็มีอำนาจงดการสืบพยานหลักฐานเหล่านั้นเสียได้ ตามนัยมาตรา 86 วรรคสองแห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งคำสั่งศาลที่ไม่อนุญาตให้เลื่อนการพิจารณานั้น เป็นคำสั่งระหว่างพิจารณา ถ้าจำเลยจะโต้แย้งคำสั่งนั้นอย่างใดก็ชอบที่จะแถลงข้อโต้แย้งให้ศาลชั้นต้นจดลงไว้ในรายงานหรือยื่นคำแถลงโต้แย้งไว้จึงจะอุทธรณ์คำสั่งนั้นได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 226

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

พ.ร.บ.ควบคุมค่าเช่าเคหะและที่ดิน พ.ศ.2504 มาตรา 4 พ.ร.บ.ควบคุมค่าเช่าเคหะและที่ดิน พ.ศ.2504 มาตรา 17 ป.พ.พ. มาตรา 538 ป.พ.พ. มาตรา 566 ป.วิ.พ. มาตรา 86 ป.วิ.พ. มาตรา 174 ป.วิ.พ. มาตรา 226

คำฟ้องและคำให้การ

คดีทั้งสามสำนวนนี้พิจารณารวมกันโจทก์ฟ้องว่า จำเลยทั้งสามต่างเช่าห้องจากโจทก์เพื่อทำการค้าเมื่อครบกำหนดสัญญาเช่าแล้ว โจทก์ได้บอกกล่าวให้จำเลยออกไป จำเลยก็ไม่ออก จึงขอให้ศาลบังคับให้จำเลยออกจากห้องเช่าของโจทก์และใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์จำเลยให้การและฟ้องแย้งว่า จำเลยใช้ห้องพิพาทเป็นที่อยู่อาศัยและได้รับความคุ้มครองจากพระราชบัญญัติควบคุมการเช่าเคหะและที่ดินพ.ศ. 2504 โจทก์ไม่เคยบอกกล่าวเลิกการเช่ากับจำเลย ไม่มีอำนาจฟ้องห้องรายพิพาทโจทก์เช่ามาจากสำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์สำนักงานทรัพย์สินฯ ได้บอกเลิกการเช่าแก่โจทก์แล้ว เพราะโจทก์เอาห้องพิพาทมาให้เช่าช่วง โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้อง จำเลยตกลงเช่าใหม่กับโจทก์อีก5 ปี และได้เสียเงินกินเปล่าให้แก่โจทก์ จึงเป็นสัญญาต่างตอบแทน

โจทก์ฟ้องขับไล่จำเลยก่อนกำหนดไม่ได้ หากให้จำเลยออก โจทก์ต้องชดใช้เงิน เพราะโจทก์เป็นฝ่ายผิดสัญญาศาลชั้นต้นสั่งไม่รับฟ้องแย้ง เพราะไม่มีมูลที่จำเลยจะฟ้องแย้งและเป็นการฟ้องที่มีเงื่อนไขสืบพยานจำเลยเสร็จแล้ว จำเลยขอให้ส่งประเด็นไปสืบพยานจำเลยที่ศาลอื่น ๆ อีกหลายแห่ง

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นเห็นว่าไม่จำเป็นที่จะต้องสืบพยานดังกล่าว จึงสั่งให้งดเสีย จำเลยยื่นคำแถลงคัดค้านในวันนัดสืบพยานโจทก์ จำเลยขอเลื่อนเพราะทนายป่วย ศาลเห็นว่าโจทก์ได้แถลงคัดค้านไว้แล้ว จึงไม่อนุญาตให้เลื่อน และสืบพยานโจทก์ไป แล้วพิพากษาว่า จำเลยทุกสำนวนได้ประกอบการค้าในห้องพิพาท แม้จะอยู่อาศัยด้วย ก็หาเป็นเคหะควบคุมตามความหมายแห่งพระราชบัญญัติควบคุมการเช่าเคหะและที่ดิน พ.ศ. 2504 ไม่จำเลยจึงไม่ได้รับความคุ้มครอง โจทก์ได้บอกเลิกสัญญาเช่าแก่จำเลยแล้ว สัญญาเช่าเป็นอันระงับ สำนักงานทรัพย์สินฯ ยังมิได้บอกเลิกการเช่าต่อโจทก์ โจทก์มีอำนาจฟ้องขับไล่จำเลย ให้ขับไล่จำเลยทั้งสามสำนวนและบริวารออกจากห้องเช่า และให้ใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์จำเลยทั้งสามสำนวนอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนจำเลยทั้งสามสำนวนฎีกาศาลฎีกาเห็นว่า ในประเด็นที่ว่าจำเลยทั้งสามสำนวนทิ้งฟ้องฎีกาแล้วหรือไม่นั้น

กำหนด 15 วันตามที่บัญญัติไว้ในข้อ 1 ของมาตรา 174 แห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งนั้น หมายความเฉพาะในชั้นยื่นฟ้องและขอหมายเรียกให้จำเลยแก้คดีเท่านั้น จะนำมาใช้ในกรณีนี้ไม่ได้แต่คดีก็ฟังได้ว่าฝ่ายจำเลยได้นำส่งหมายนัดและสำเนาฎีกาให้โจทก์ได้รับไปแล้ว จึงยังฟังไม่ได้ว่าจำเลยทั้งสามทิ้งฟ้องฎีกาในประเด็นที่ว่า ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 538บัญญัติว่า "เช่าอสังหาริมทรัพย์นั้น ถ้ามิได้มีหลักฐานเป็นหนังสืออย่างหนึ่งอย่างใด ลงลายมือชื่อฝ่ายที่ต้องรับผิดเป็นสำคัญ ท่านว่าจะฟ้องร้องให้บังคับคดีหาได้ไม่...." นั้นย่อมหมายความรวมถึงการที่จะยกขึ้นกล่าวอ้างต่อสู้ให้บังคับคดีไปตามข้อกล่าวอ้างนั้นด้วย เพราะการบังคับคดีย่อมทำได้ด้วยกันทั้งสองฝ่าย

ดังนั้น จำเลยย่อมจะยกเอาข้อที่ให้การกล่าวอ้างว่าจำเลยได้ตกลงเช่ากับโจทก์ใหม่อีก 6 ปีนับแต่วันครบกำหนดสัญญาเช่าเดิม โดยจำเลยเสียเงินกินเปล่าให้โจทก์ 22,000 บาท ซึ่งจำเลยไม่มีสัญญาเช่ามาแสดงนั้นขึ้นต่อสู้ให้บังคับคดีไปตามข้อกล่าวอ้างหาได้ไม่ในประเด็นที่ว่า ห้องพิพาทเป็น "เคหะ" ตามความหมายของมาตรา 4 แห่งพระราชบัญญัติควบคุมการเช่าเคหะและที่ดิน พ.ศ. 2504 หรือไม่นั้น เห็นว่า "เคหะ" ตามความหมายของมาตรา 4 แห่งพระราชบัญญัติควบคุมการเช่าเคหะและที่ดิน พ.ศ. 2504 นั้น คือสิ่งปลูกสร้างที่ใช้เป็นที่อยู่อาศัยฯลฯ แต่จำเลยเช่าห้องพิพาทเพื่อประกอบการค้า ห้องพิพาทที่จำเลยทั้งสามสำนวนเช่ามิใช่เคหะตามความหมายของบทบัญญัติแห่งกฎหมายดังกล่าวและจำเลยทั้งสามสำนวนก็มิได้รับความคุ้มครองตามพระราชบัญญัติควบคุมการเช่าเคหะและที่ดิน

พ.ศ. 2504 มาตรา 17และโจทก์บอกเลิกสัญญาเช่าเสียได้ในประเด็นที่ว่า ศาลชั้นต้นสั่งงดสืบพยานประเด็นของจำเลยเสียชอบด้วยวิธีพิจารณาความแพ่งหรือไม่นั้น เห็นว่า พยานประเด็นของจำเลยที่จำเลยขอให้ส่งประเด็นไปสืบนั้น เป็นพยานหลักฐานฟุ่มเฟือยเกินสมควร ซึ่งศาลชั้นต้นมีอำนาจงดการสืบพยานหลักฐานเหล่านั้นเสียได้ ตามนัยมาตรา 86 วรรค 2 แห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ฉะนั้น การที่ศาลชั้นต้นงดสืบพยานประเด็นของจำเลยเสียนั้น จึงชอบด้วยบทกฎหมายดังกล่าวแล้วในประเด็นสุดท้ายที่ว่า การที่ศาลชั้นต้นไม่อนุญาตให้เลื่อนคดีตามที่จำเลยขอเลื่อน ชอบด้วยกฎหมายหรือไม่นั้น เห็นว่า คำสั่งศาลชั้นต้นที่ไม่อนุญาตให้เลื่อนการพิจารณานั้นเป็นคำสั่งระหว่างพิจารณา

ถ้าจำเลยจะโต้แย้งคำสั่งนั้นอย่างใด ก็ชอบที่จะแถลงข้อโต้แย้งให้ศาลชั้นต้นจดข้อโต้แย้งนั้นลงไว้ในรายงาน หรือยื่นคำแถลงโต้แย้งไว้ จึงจะอุทธรณ์คำสั่งนั้นได้ แต่กรณีนี้จำเลยหาได้กระทำเช่นนั้นไม่ จึงไม่มีสิทธิอุทธรณ์คำสั่งดังกล่าวตามนัยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 226และคำสั่งนั้นได้ยุติแล้ว

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน ยกฎีกาจำเลย

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ลออง จุลกะเศียน · ชิต บุณยประภัศร · แถม สิริสาลี
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1393/2510

กำหนด 15 วันตามที่บัญญัติไว้ในข้อ 1 ของมาตรา 174 แห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งนั้น หมายความเฉพาะในชั้นยื่นฟ้องและขอหมายเรียกให้จำเลยแก้คดีเท่านั้น จะนำมาใช้ในชั้นฎีกาไม่ได้ ที่ประมวลกฎหมายแพ่งแล…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 173/2506

ทำสัญญาเช่ากันมีกำหนด 5 ปี แต่ไม่ได้จดทะเบียน จึงมีผลบังคับเพียง 3 ปี เมื่อครบ 3 ปีแล้ว ผู้ให้เช่าจะบอกเลิกการเช่าก็ต้องบอกกล่าวให้ผู้เช่าทราบล่วงหน้า ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 566 สัญญาเช่า…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2301/2545

ตาม ป.วิ.พ.มาตรา 86 วรรคท้าย ในกรณีเพื่อประโยชน์แห่งความยุติธรรม ศาลจะสั่งให้นำพยานหลักฐานอื่นอันเกี่ยวกับประเด็นในคดีมาสืบเพิ่มเติมก็ได้ และแม้คู่ความจะมิได้ระบุพยานเพิ่มเติมศาลก็สามารถรับฟังพยานหลัก…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2196/2545

การเช่าที่ดินระหว่างโจทก์มีกำหนด 6 ปี แต่มิได้จดทะเบียนซึ่งจะฟ้องร้องให้บังคับคดีได้เพียง 3 ปี ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 538แต่หลังจากครบ 3 ปี แล้ว จำเลยยังคงเช่าที่ดินต่อไปอีกโดยโจทก์มิได้ท…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 598/2545

จำเลยที่ 1 และที่ 2 ได้ให้การต่อสู้ไว้แล้วว่าจำเลยที่ 1 และที่ 2 มิได้ออกเช็คพิพาททั้ง 4 ฉบับ เพื่อชำระหนี้ให้แก่จำเลยที่ 3 จำเลยที่ 3 ต้องคืนเช็คพิพาททั้ง 4 ฉบับ ให้แก่จำเลยที่ 1 เนื่องจากไม่มีหนี้สิ…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้