Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3475/2529

พ.ศ. 2529 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ทำสัญญากู้เงินกันแล้วตกลงเปลี่ยนสัญญานั้นเป็นสัญญาขายฝากเรือนเป็นการทำสัญญษเปลี่ยนสิ่งของซึ่งเป็นสาระสำคัญแห่งหนี้ทำให้หนี้เงินกู้เป็นอันระงับสิ้นไปด้วยการแปลงหนี้ใหม่ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา349.

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่าเมื่อวันที่ 12 มีนาคม 2528 จำเลยได้กู้เงินโจทก์จำนวน50,000 บาท สัญญาให้ดอกเบี้ยชั่งละ 1 บาทต่อเดือน ต่อมาโจทก์ไม่มีความประสงค์ให้จำเลยกู้เงินจึงบอกกล่าวให้จำเลยชำระเงินแต่จำเลยไม่ชำระ ขอให้จำเลยชำระเงิน 50,000 บาทพร้อมดอกเบี้ย 4 ปีเป็นเงิน 30,000 บาท และดอกเบี้ยร้อยละ 15 ต่อปีในต้นเงิน 50,000 บาท นับแต่วันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์

จำเลยให้การว่าเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ 2518 จำเลยประสงค์จะขายฝากเรือนที่ปลูกในที่ดินของวัดซังซิสเซเวียให้โจทก์ราคา 50,000 บาทมีกำหนด 3 ปีแต่เจ้าหน้าที่แจ้งว่าต้องปิดประกาศก่อนเมื่อครบกำหนดแล้วจึงจะทำสัญญาขายฝากให้ ก่อนประกาศครบกำหนดจำเลยจำเป็นต้องใช้เงินจึงได้ขอรับเงินจำนวน 50,000 บาท จากโจทก์ไปก่อน โจทก์ยอมแต่ให้จำเลยทำสัญญากู้เงินให้โจทก์และจ่ายเช็คค้ำประกันเป็นเงิน 50,000 บาทให้โจทก์ไว้ ต่อมาวันที่ 19 มีนาคม 2518 จำเลยได้ทำสัญญาขายฝากเรือนดังกล่าวให้โจทก์ โจทก์คืนเช็คให้จำเลย ส่วนสัญญากู้อ้างว่าหายไป ต่อมาเมื่อใกล้ครบกำหนดไถ่ถอนการขายฝากโจทก์ไม่ยอมให้ไถ่ถอน จำเลยจึงฟ้องโจทก์ในที่สุดได้ทำสัญญาประนีประนอมยอมความกันโดยโจทก์ยอมรับเงิน 50,000 บาทไปและยอมให้จำเลยไถ่ถอนการขายฝาก

สัญญากู้ฉบับที่โจทก์นำมาฟ้องได้แปลงหนี้เป็นสัญญาขายฝากและจำเลยได้ชำระเงินตามสัญญาขายฝากแล้ว ขอให้ยกฟ้องโจทก์ ศาลชั้นต้นวินิจฉัยว่า สัญญากู้ตามฟ้องได้ยกเลิกไปโดยการแปลงหนี้ใหม่โดยการจดทะเบียนการขายฝากและจำเลยได้ไถ่ถอนการขายฝากแล้ว จึงไม่มีหนี้สินใด ๆ ที่จะต้องชดใช้ให้โจทก์อีก พิพากษายกฟ้อง

คำพิพากษาศาลล่าง

โจทก์อุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน

ศาลฎีกาวินิจฉัย

โจทก์ฎีกา ในปัญหาตามฎีกาของโจทก์ว่า โจทก์จำเลยได้ทำสัญญาเปลี่ยนหนี้เงินกู้เป็นขายฝาก อันเป็นการแปลงหนี้ใหม่หรือไม่

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ปรากฏว่าการกู้เงินรายนี้ทำขึ้นระหว่างที่จำเลยรอเวลาทำนิติกรรมขายฝากเรือนให้แก่โจทก์สัญญากู้ตามเอกสารหมาย จ.1 ซึ่งศาลชั้นต้นเรียกจากโจทก์ตามคำขอของจำเลยมีสำเนาเช็คที่จำเลยออกให้ปิดทับสัญญาข้อ 3 และข้อ 4 ไว้ พลตำรวจตรีนิรุธไกรฤกษ์ พยานจำเลยซึ่งเป็นผู้เชี่ยวชาญของศาลได้ตรวจพิสูจน์แล้ว เห็นว่าข้อความตรงที่เช็คปิดทับอยู่นั้น ตรวจพบข้อความตัวพิมพ์ดีดดังนี้ ข้อ 3 อ่านได้ความว่า "12 มีนาคม 2521" และ "มีนาคม" ข้อ 4 อ่านได้ว่า "ผู้กู้จะชำระ" และเมษายน 2518 เป็นต้นไป ดังนั้น สัญญากู้ดังกล่าวจึงเชื่อได้ว่า ความในข้อ 3มีว่า ผู้กู้ยอมสัญญาว่าจะนำเงินที่กู้นี้มาชำระแก่ผู้ให้กู้ภายในวันที่ 12 มีนาคม 2521เห็นได้ว่าจำนวนเงินตามสัญญากู้และสัญญาขายฝากเท่ากัน

กำหนดชำระภายใน3 ปีเท่ากัน ข้อเท็จจริงฟังได้ว่าจำเลยได้ทำสัญญากู้เงินโจทก์แล้วได้ตกลงเปลี่ยนสัญญากู้นั้นเป็นสัญญาขายฝากเรือน เป็นการทำสัญญาเปลี่ยนสิ่งซึ่งเป็นสาระสำคัญแห่งหนี้ ทำให้หนี้เงินกู้เป็นอันระงับสิ้นไปด้วยแปลงหนี้ใหม่ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 349 โจทก์จะฟ้องเรียกเงินกู้จากจำเลยหาได้ไม่

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ถวิล ทองสว่างรัตน์ · จุนท์ จันทรวงศ์ · ปชา วรธรรมพินิจ
แหล่งที่มา
ADMINแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1003/2566

หนี้ตามสัญญากู้เงินพิพาทเกิดจากการนำหนี้เงินกู้ 100,000 บาท หนี้ยืมทองคำ และหนี้ค่าแชร์มารวมกัน แม้หนี้เงินกู้เดิมไม่มีหลักฐานแห่งการกู้ยืมแต่จำเลยยังมีหน้าที่ต้องรับผิดใช้เงินแก่โจทก์เพียงแต่โจทก์ไม่…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3472/2546

โจทก์ประกอบกิจการค้าขายเครื่องอุปโภคและบริโภค รวมทั้งให้ยืมเงินแก่ ผ. จำเลยและลูกค้าของโจทก์รายอื่น ๆ อีกหลายรายที่ประกอบอาชีพทำนาที่มีความจำเป็นต้องใช้เครื่องอุปโภคบริโภคโดยโจทก์ให้เครดิตสินเชื่อสินค…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 203/2546

การที่จำเลยสั่งจ่ายเช็คพิพาทเพื่อชำระหนี้แก่โจทก์ และโจทก์คืนสัญญากู้ยืมเงินให้จำเลย โดยจำเลยนำสัญญาดังกล่าวไปฉีกทำลายแล้วนั้น แสดงว่าโจทก์ซึ่งเป็นเจ้าหนี้ยอมรับเช็คพิพาทอันเป็นการชำระหนี้อย่างอื่นแทน…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8911/2543

โจทก์กับจำเลยที่ 1 เล่นแชร์กันโดยโจทก์เป็นนายวงแชร์ เมื่อจำเลยที่ 1ประมูลแชร์ได้รับเงินไปแล้ว จำเลยที่ 1 ไม่ส่งค่าแชร์และดอกเบี้ยแก่โจทก์โจทก์ต้องชำระค่าแชร์ให้ผู้ประมูลได้แทนจำเลยที่ 1 เป็นเงิน 128,5…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2847/2540

เมื่อระหว่างปี 2522 ถึงปี 2524 เจ้าหนี้กับเจ้าหนี้ผู้เป็นโจทก์ซึ่งเป็นภริยา ม.กรรมการผู้จัดการลูกหนี้ได้ร่วมกันให้ลูกหนี้กู้ยืมเงินไปรวม 7 ครั้งคิดเป็นเงิน 2,093,300 บาท โดยไม่ได้กำหนดเวลาใช้เงินคืนแล…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้