Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3495/2532

พ.ศ. 2532 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

คำสั่งของศาลชั้นต้นที่ไม่เรียกกรมที่ดินเข้ามาเป็นจำเลยร่วม ไม่มีความจำเป็นจะต้องทำแผนที่พิพาท และไม่จำเป็นที่จะต้องไปเผชิญสืบที่พิพาทให้ยกคำร้องโจทก์ เป็นคำสั่งระหว่างพิจารณา โจทก์แถลงคัดค้านเรื่องขอให้ศาลเดินเผชิญสืบและเรียกกรมที่ดินเข้ามาเป็นจำเลยร่วมเท่านั้น ไม่ได้โต้แย้งคัดค้านเรื่องการทำแผนที่พิพาทด้วย จึงต้องห้ามมิให้อุทธรณ์ในเรื่องการทำแผนที่พิพาทตาม ป.วิ.พ. มาตรา 226 เมื่อศาลชั้นต้นเห็นว่าพยานหลักฐานที่คู่ความนำสืบมาเกี่ยวกับประเด็นข้อพิพาทเพียงพอแก่การวินิจฉัยชี้ขาดคดีแล้ว ไม่จำเป็นต้องเดินเผชิญสืบที่พิพาทต่อไป ย่อมมีอำนาจงดเดินเผชิญสืบแล้ววินิจฉัยคดีไปได้

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยนำเจ้าหน้าที่ไปรังวัดสอบเขตโดยปักหลักเขตทางด้านทิศตะวันตกเข้าไปในที่ดินของโจทก์เป็นเนื้อที่ประมาณ ๒๓ ตารางวา และจำเลยกั้นรั้วล้อมรอบโจทก์ได้บอกให้จำเลยรื้อถอนรั้วที่รุกล้ำแล้ว จำเลยเพิกเฉย ขอให้บังคับจำเลยรังวัดที่ดินของจำเลยโดยให้จำเลยเป็นผู้ออกค่าใช้จ่าย ให้รื้อถอนรั้วออกไปจากที่ดินของโจทก์ หากจำเลยไม่ปฏิบัติตามให้ถือคำพิพากษาแทนการแสดงเจตนาของจำเลย

จำเลยให้การว่า จำเลยไม่เคยย้ายหลักเขตรุกล้ำเข้าไปในที่ดินของโจทก์ ไม่เคยขอรังวัดสอบเขต จำเลยล้อมรั้วในที่ดินของตนเองขอให้ยกฟ้อง

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง

โจทก์อุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน

ศาลฎีกาวินิจฉัย

โจทก์ฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า

ที่โจทก์ฎีกาว่า โจทก์ได้ยื่นคำร้องขอให้ศาลชั้นต้นสั่งให้เจ้าพนักงานที่ดินทำแผนที่พิพาทกลางแสดงเขตโฉนดที่ดินของโจทก์จำเลยเพื่อความสะดวกในการบังคับคดีตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า ไม่มีความจำเป็นที่จะต้องทำแผนที่พิพาทให้ยกคำร้อง และวันที่ ๑๑ กันยายน ๒๕๒๙ โจทก์ได้ยื่นคำร้องขอให้เรียกกรมที่ดินเข้ามาเป็นจำเลยร่วม และคำร้องขอให้ศาลชั้นต้นเดินเผชิญสืบที่พิพาท ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า ไม่มีเหตุผลพอที่จะเรียกกรมที่ดินเข้ามาเป็นจำเลยร่วม และไม่มีเหตุจำเป็นที่จะต้องไปเผชิญสืบ ยกคำร้องของโจทก์ โจทก์ได้ยื่นคำแถลงคัดค้านไว้แล้วเมื่อวันที่ ๑๑ กันยายน ๒๕๒๙ แต่ศาลอุทธรณ์ไม่รับวินิจฉัยให้จึงไม่ชอบ ขอให้ยกคำพิพากษาศาลอุทธรณ์และศาลชั้นต้น ให้ศาลชั้นต้นพิจารณาคดีใหม่โดยสั่งให้เจ้าพนักงานที่ดินทำแผนที่พิพาทกลางและเดินเผชิญสืบที่พิพาทนั้น

ศาลฎีกาเห็นว่า คำสั่งของศาลชั้นต้นที่ไม่เรียกกรมที่ดินเข้ามาเป็นจำเลยร่วม ไม่มีความจำเป็นที่จะต้องทำแผนที่พิพาท และไม่จำเป็นที่จะต้องไปเผชิญสืบที่พิพาท ยกคำร้องของโจทก์ เป็นคำสั่งระหว่างพิจารณา เมื่อวันที่ ๑๑ กันยายน ๒๕๒๙โจทก์ยื่นคำแถลงคัดค้านเรื่องขอให้ศาลเดินเผชิญสืบและเรียกกรมที่ดิเข้ามาเป็นจำเลยร่วมเท่านั้น ไม่ได้โต้แย้งคัดค้านเรื่องการทำแผนที่พิพาทด้วย โจทก์จึงต้องห้ามมิให้อุทธรณ์ในเรื่องการทำแผนที่พิพาท ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๒๒๖ ที่ศาลอุทธรณ์ไม่รับวินิจฉัยอุทธรณ์จำเลยในเรื่องดังกล่าวนั้น ชอบแล้ว

ที่โจทก์ฎีกาว่า โจทก์ขอให้ศาลเดินเผชิญสืบที่พิพาท หากศาลเดินเผชิญสืบที่พิพาทย่อมทำให้การวินิจฉัยชี้ขาดเป็นไปโดยถูกต้อง ศาลชั้นต้นยกคำร้องของโจทก์ งดเดินเผชิญสืบไม่ชอบด้วยกฎหมายว่าด้วยการพิจารณานั้น

ศาลฎีกาเห็นว่า ตามฟ้อง คำให้การและที่คู่ความนำสืบรับกันฟังได้ว่า โจทก์เป็นเจ้าของที่ดินโฉนดเลขที่ ๓๘๙๒ แขวงบางไผ่ เขตภาษีเจริญ กรุงเทพมหานคร ทางทิศใต้ของที่ดินโจทก์ติดต่อกับที่ดินโฉนดเลขที่ ๔๒๔๘๓ เลขที่ดิน ๘๙๘ ซึ่งเป็นของจำเลย โดยมีลำกระโดงคั้นอยู่ เมื่อเดือนพฤษภาคม ๒๕๒๖โจทก์นำเจ้าพนักงานรังวัดไปทำการรังวัดแบ่งแยกที่ดินของโจทก์จำเลยได้ไประวังแนวเขตและคัดค้านแนวเขต โจทก์จำเลยได้ตกลงแนวเขตที่ดินกันโดยให้เจ้าพนักงานรังวัดปักหลักเขตเลขที่ ๓๕๔๕ เป็นหลักเขตที่ดินระหว่างโจทก์จำเลย และเจ้าพนักงานที่ดินได้ออกโฉนดใหม่ให้โจทก์แล้ว และจำเลยได้ทำรั้งตามแนวเขตที่เจ้าพนักงานรังวัดปักไว้ ตามประมวลกฎหมายที่ดิน มาตรา ๖๕ การรังวัดเพื่อออกโฉนดที่ดิน ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่กำหนดในกฎกระทรวงการรังวัดสอบเขตโฉนดที่ดินเฉพาะรายการตามมาตรา ๖๙ ทวิ

หากมีผู้คัดค้าน ให้เจ้าพนักงานที่ดินมีอำนาจสอบสวนไกล่เกลี่ยโดยถือหลักฐานแผนที่เป็นหลักในการพิจารณา ถ้าตกลงกันได้ให้ดำเนินการไปตามที่ตกลงในการรังวัดแบ่งแยก จำเลยได้คัดค้านแนวเขต โจทก์จำเลยได้ตกลงกันเรื่องแนวเขตที่ดิน และเจ้าพนักงานรังวัดได้ปักหลักเขตเลขที่ ๓๕๔๕ ตามที่โจทก์จำเลยตกลงกัน ต่อมาจำเลยได้ทำรั้วตามแนวเขตที่เจ้าพนักงานรังวัดปักไว้ ไม่มีการรุกล้ำที่ดินของโจทก์เมื่อศาลชั้นต้นเห็นว่าพยานหลักฐานที่คู่ความนำสืบมาเกี่ยวกับประเด็นข้อพิพาทเพียงพอแก่การวินิจฉัยชี้ขาดคดีแล้ว ไม่จำเป็นต้องเดินเผชิญสืบที่พิพาทต่อไป ย่อมมีอำนาจงดเดินเผชิญสืบแล้ววินิจฉัยคดีนั้นไป แต่ปรากฏว่าจำเลยยื่นคำแก้อุทธรณ์เกินกำหนดและศาลชั้นต้นได้มีคำสั่งไม่รับคำแก้อุทธรณ์ของจำเลยแล้ว การที่ศาลอุทธรณ์พิพากษาให้โจทก์ใช้ค่าทนายความในชั้นอุทธรณ์แทนจำเลยนั้นจึงไม่ชอบด้วยกระบวนพิจารณา ศาลฎีกามีอำนาจแก้ไขให้ถูกต้อง

ผลคำพิพากษา

พิพากษาแก้เป็นว่า โจทก์ไม่ต้องใช้ค่าทนายความในชั้นอุทธรณ์แทนจำเลย นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์.

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
สุทิน นนทแก้ว · พนม พ่วงภิญโญ · ประเสริฐ บุญศรี
ศาลล่าง
ศาลแพ่ง - นายชูชาติ ศรีแสง
ศาลอุทธรณ์ - นายโสภณ จันเทรมะ
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 58/2531

คำสั่งของศาลชั้นต้นที่อนุญาตให้โจทก์แก้ฟ้อง เป็นคำสั่งระหว่างพิจารณา จำเลยไม่ได้โต้แย้งคำสั่งนั้นไว้ จึงไม่มีสิทธิอุทธรณ์ฎีกาในกรณีที่ศาลเห็นว่าจำเป็นที่จะต้องตั้งผู้เชี่ยวชาญเพื่อตรวจเอกสารในสำนวน แล…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1201/2567

ในวันนัดเดินเผชิญสืบ คู่ความทั้งสองฝ่ายลงชื่อรับรองความถูกต้องของแผนผังและแถลงสละประเด็นพิพาท ข้อ 2 ที่ดินพิพาทเป็นของโจทก์หรือจำเลยทั้งสอง กรณีจึงไม่จำต้องสืบพยานและวินิจฉัยประเด็นพิพาท ข้อ 2 อีกต่อไ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3748/2565

ผู้ร้องยื่นคำร้องอ้างว่า ผู้ร้องครอบครองที่ดินเฉพาะส่วน โดยแบ่งการครอบครองเป็นสัดส่วน พร้อมกับขอให้กันส่วนที่ดินเฉพาะส่วนซึ่งเป็นกรรมสิทธิ์ของผู้ร้องออกจากที่ดินก่อนมีการขายทอดตลาด แม้ตามคำร้องจะใช้คำ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3202/2559

แม้ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางไม่ได้ตั้งประเด็นข้อพิพาทว่าฟ้องแย้งของจำเลยเกี่ยวข้องกันกับฟ้องเดิมที่รวมการพิจารณาและชี้ขาดตัดสินเข้าด้วยกันได้หรือไม่ไว้ด้วย แต่เมื่อโจทก์ได้ยื่นคำร…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 12434/2558

คำสั่งไม่อนุญาตให้เลื่อนคดีและงดสืบพยานจำเลยของศาลชั้นต้นเป็นคำสั่งระหว่างพิจารณา จำเลยจะอุทธรณ์คำสั่งได้จะต้องโต้แย้งคำสั่งนั้นไว้ และต้องอุทธรณ์คำสั่งหลังจากที่ศาลชั้นต้นมีคำพิพากษาแล้วตาม ป.วิ.พ. ม…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้