Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 350/2495

พ.ศ. 2495 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

เจ้าทรัพย์ให้จำเลยเฝ้าบ้านแต่ห้องเก็บทรัพย์เจ้าทรัพย์ใส่กุญแจไว้ จำเลยชวนผู้อื่นมาทำการลักทรัพย์โดยใช้เชือกคล้องถอดหน้าต่างให้เปิดออก แล้วปีนป่ายเขาทางช่องหน้าต่าง ซึ่งมิใช่ช่องทางสำหรับให้คนไปมา และลักทรัพย์ในห้องเก็บทรัพย์ ดังนี้ ถือได้ว่ เจ้าทรัพย์มิได้อนุญาตให้จำเลยเข้าไปในห้องเก็บทรัพย์ ซึ่งจำเลยสมคบกันเข้าไปทำการลักจำเลยจึงย่อมมีความผิดฐานลักทรัพย์ในเคหะสถานตามมาตรา 255(1) ด้วย โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยฐานลักทรัพย์ในเคหะสถานตาม ก.ม.ลักษณะอาญามาตรา 294 (1) แม้จะมิได้บรรยายคำว่า "เจ้าทรัพย์มิได้อนุญาตให้เข้าไป" ไว้ด้วยก็ดี แต่เมื่ออ่านข้อความตามฟ้องประกอบกันทั้งหมดแล้ว ก็พอเข้าใจได้ว่าห้องเรือนอันเป็นทีอยู่อาศัย (เคหะสถาน)ของเจ้าทรัพย์ ซึ่งจำเลยสมคบกันเข้าไปทำการลักทรัพย์ เจ้าทรัพย์มิได้อนุญาตให้จำเลยเข้าไปได้ ก็ย่อมเป็นฟ้องที่สมบูรณ์ตาม ป.ม.วิ.อาญามาตรา 158 แล้ว ฟ้องของโจทก์กล่าวในครั้งแรกว่า จำเลยบังอาจเข้าไปโดยใช้เชือก คล้อง(ถอด) กลอนหน้าต่างให้เปิดออก แล้วปีนป่ายเข้าไปในทางช่องหน้าต่างอันมิใช่ช่องทางสำหรับคนไปมา และในครั้งหลังต่อต่อมาก็ว่า บังอาจเข้าไปในห้องเก็บทรัพย์นี้ โดยปีนป่ายเข้าไปทางช่องหน้าต่าง อันมิใช่างสำหรับให้คนไปมาเช่นกัน ดังนี้ ย่อมเห็นได้ว่า ถ้าเป็นการเข้าไปโดยได้รับอนุญาต ก็คงไม่ต้องบังอาจปีนป่ายเข้าทางช่องทางหน้าต่างเช่นนั้น จึงพอเข้าใจได้ว่าเป็นการเข้าไปในโดยมิได้รับอนุญาต ฟ้องจึงสมบูรณ์พอเพียงตามความประสงค์ของป.ม.วิ.อาญามาตรา 158 แล้วว่า ฟ้องโจทก์หาว่า จำเลยสมคบกันลักทรัพย์ในเคหะสถานตาม ก.ม.ลักษณะอาญามาตรา 294(1) ประชุมใหญ่ครั้งที่ 6/2495

คำฟ้องและคำให้การ

คดีนี้ ศาลชั้นต้น พิพากษาลงโทษจำเลยทั้งสามฐานลักทรัพย์ โดยมีพวกในเวลาค่ำคืน และโดยกิริยาปีนป่าย ตาม ก.ม.ลักษณะอาญามาตรา ๒๙๓ ที่ไม่ลงโทษฐานลักทรัพย์ในเคหะสถาน เพราะนายสงวนจำเลยเป็นผู้เฝ้าบ้าน และเป็นผู้ชวนจำเลยอีก ๒ คนมา รูปคดีไม่เข้าลักษณะลักทรพย์ในเคหะสถาน

คำพิพากษาศาลล่าง

โจทก์อุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน

ศาลฎีกาวินิจฉัย

โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาที่ประชุมใหญ่ เห็นว่า กรณีนี้แม้จะได้รับว่าเจ้ทรัพย์ให้นายสงวนจำเลยเฝ้าบ้าน อันเป็นสถ่นที่เกิดเหตุลักทรัพย์รายนี้ และนายสงวนจำเลยเป็นผู้ชักชวนจำเลยอื่นเข้ามาทำการลักทรัพย์ ก็ปรากฎว่าห้องที่เก็บทรัพย์เจ้าทรัพยใส่กุญแจไว้ มิปรากฎว่ามอบกุญแจไว้แก่นายสงวนจำเลย ๆ จึงต้องหาอุบายถอดกลอนหน้าต่าง และปีนป่ายเข้าทางช่องหน้าต่าง ซึ่งมิใช่ช่องทางสำหรับให้คนไปมา ถือได้ว่า เจ้าทรัพย์มิได้อนุญาตให้จำเลยเข้าไปในห้องเก็บทรัพย์ ซึ่งจำเลยสมคบกันเข้าไปทำการลัก จึงเป็นความผิดฐานลักทรัพย์ในเคหะสถานด้วย ส่วนข้อที่ว่า ฟ้องสมบูรณ์หรือไม่ เพราะมิได้บรรยายคำว่า "เจ้าทรัพย์ มิได้อนุญาตให้เข้าไป" ไว้ด้วยก็ดี แต่เมื่ออ่านข้อความตามฟ้องของโจทก์ประกอบกันทั้งหมดแล้ว

ก็พอจะเข้าใจได้ว่า ห้องเรียนอันเป็นที่อยู่อาศัย(เคหะสถาน) ของเจ้าทรัพย์ ซึ่ง จำเลยสมคบกันเข้าไปได้ เพราะฟ้องของโจทก์ ได้กล่าวว่าในครั้งแรกจำเลยบังอาจเข้าไปโดยใช้เชือกคล้อง(ถอด)กลอนหน้าต่างให้เปิดออก แล้วปีนป่ายเข้าไปทางช่องหน้าต่าง อันมิใช่ช่องทางสำหรับให้คนไปมา และในครั้งหลังต่อมา ก็ว่าบังอาจเข้าไปในห้องเก็บทรัพย์นี้ โดยปีนป่ายเข้าไปในช่องทางหน้าต่าง อันมิใช่ทางสำหรับให้คนไปมาเท่ากัน ถ้าเป็นการเข้าไปโดยได้รับอนุญาติ ก็คงไม่ต้องบังอาจปีนป่ายเข้าทางช่องหน้าต่างเช่นนั้น จำเลยเองก็เข้าใจข้อหานี้ได้ดี จึงได้แถลงข้อเท็จจริงบางประการเกี่ยวกับข้อหานี้ไว้ในคำให้การรับสารภาพ ฟ้องของโจทก์จึงสมบูรณ์

ผลคำพิพากษา

จึงพิพากษาแก้ ให้ลงโทษจำเลยตาม ก.ม.ลักษณะอาญามาตรา ๒๕๕ ฯลฯ

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
นิติธรรมประกรณ์ · ธรรมบัณฑิต · นนทปัญญา
ศาลล่าง
ศาลจังหวัดพิจิตร - นายจรัส พ่วงภักดี
ศาลอุทธรณ์ - พระดุลยกรณ์พิทารณ์
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้