เนื้อความคำพิพากษา
โจทก์จึงไม่มีอำนาจฟ้องคดีนี้ อีกทั้งโจทก์ได้ขาดงานละทิ้งหน้าที่ตั้งแต่เดือนเมษายน 2534 ถึงเดือนมิถุนายน 2534 ครั้งละ 5วันทำงานติดต่อกันโดยไม่มีเหตุอันสมควรและไม่มีใบรับรองแพทย์ตามระเบียบหลายครั้งหลายหน ในครั้งสุดท้ายโจทก์ละทิ้งหน้าที่ไปตั้งแต่วันที่ 17 มิถุนายน 2534 ถึงวันที่ 21 มิถุนายน 2534 โดยไม่มีเหตุอันสมควร และไม่มีใบรับรองแพทย์ตามระเบียบ จำเลยจึงมีคำสั่งไล่โจทก์ออกจากงานตั้งแต่วันที่ 24 มิถุนายน 2534 ซึ่งเป็นไปตามระเบียบข้อบังคับของจำเลย จึงเป็นคำสั่งที่ชอบด้วยกฎหมายและระเบียบทุกประการ จำเลยไม่ต้องรับผิดชดใช้เงินใด ๆ ตามฟ้องแก่โจทก์ทั้งสิ้น ขอให้ยกฟ้องศาลแรงงานกลางพิพากษาให้จำเลยรับโจทก์กลับเข้าทำงานในตำแหน่งหน้าที่และอัตราค่าจ้างไม่ต่ำกว่าเดิม
คำขออื่นนอกจากนี้ให้ยกจำเลยอุทธรณ์ต่อศาลฎีกาศาลฎีกาแผนกคดีแรงงานวินิจฉัยว่า "คดีนี้โจทก์ฟ้องจำเลยในข้อหาเลิกจ้างโดยไม่เป็นธรรมตามพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ. 2522 มาตรา 49 ตามบทบัญญัติดังกล่าวให้อำนาจศาลแรงงานใช้ดุลพินิจพิพากษาให้นายจ้างรับลูกจ้างกลับเข้าทำงานได้อยู่แล้วหากเห็นว่าการเลิกจ้างลูกจ้างผู้นั้นไม่เป็นธรรมต่อลูกจ้าง หาจำต้องอาศัยบทบัญญัติแห่งพระราชบัญญัติพนักงานรัฐวิสาหกิจสัมพันธ์ พ.ศ. 2534 อีกไม่ ฟ้องของโจทก์จึงมิใช่ฟ้องที่อ้างสิทธิตามพระราชบัญญัติพนักงานรัฐวิสาหกิจสัมพันธ์ พ.ศ.2534แม้โจทก์เป็นพนักงานรัฐวิสาหกิจโจทก์ก็ไม่ต้องดำเนินการตามมาตรา18 แห่งพระราชบัญญัติพนักงานรัฐวิสาหกิจสัมพันธ์ พ.ศ.2534 แต่ประการใด โจทก์จึงมีอำนาจฟ้อง อุทธรณ์ของจำเลยฟังไม่ขึ้น"
ผลคำพิพากษา
พิพากษายืน.