คำฟ้องและคำให้การ
โจทก์ฟ้องว่า จำเลยมีอาวุธปืนพกไม่มีหมายเลขทะเบียนและกระสุนปืนไว้ในความครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต และพาติดตัวไปในหมู่บ้าน ทางสาธารณะโดยไม่ได้รับอนุญาต ฯ และจำเลยกับพวกได้ร่วมกันยิงนายสมบุญถึงแก่ความตายโดยเจตนาฆ่าและไตร่ตรองไว้ก่อน ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๘๘, ๒๘๙, ๘๓ พระราชบัญญัติอาวุธปืน ฯ พ.ศ. ๒๔๙๐ มาตรา ๗, ๘ ทวิ, ๗๒, ๗๒ ทวิ คำสั่งของคณะปฏิรูปการปกครองแผ่นดิน ฉบับที่ ๔๔ ลงวันที่ ๒๑ ตุลาคม ๒๕๑๙ ข้อ ๓, ๖, ๗
จำเลยให้การปฏิเสธ
คำพิพากษาศาลล่าง
ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๒๘๙(๔) พระราชบัญญัติอาวุธปืน ฯ พ.ศ. ๒๔๙๐ มาตรา ๗, ๘ ทวิ, ๗๒,๗๒ ทวิ คำสั่งของคณะปฏิรูปการปกครองแผ่นดิน ฉบับที่ ๔๔ ลงวันที่ ๒๑ ตุลาคม ๒๕๑๙ ข้อ ๓, ๖, ๗ วางโทษฐานฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน ให้ประหารชีวิต ฐานมีอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน โดยไม่ได้รับอนุญาต จำคุก ๑ ปี ฐานพาอาวุธปืนโดยไม่รับอนุญาต จำคุก ๖ เดือน ลดโทษให้หนึ่งในสามตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๗๘ คงลงโทษฐานฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน จำคุกตลอดชีวิตและเปลี่ยนเป็นโทษจำคุก ๕๐ ปี ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๕๒ และมาตรา ๙๑ ฐานมีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนจำคุก ๘ เดือน ฐานพาอาวุธปืน โดยไม่ได้รับอนุญาต จำคุก ๔ เดือน รวมจำคุก ๕๑ ปี
จำเลยอุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับ ให้ยกฟ้อง
ศาลฎีกาวินิจฉัย
โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาฟังข้อเท็จจริงว่าจำเลยกระทำความผิดตามที่โจทก์ฟ้องและวินิจฉัยข้อกฎหมายว่า ระหว่างการพิจารณาของศาลฎีกาได้มีพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา (ฉบับที่ ๖) พ.ศ. ๒๕๒๖ มาตรา ๔ ออกใช้บังคับเกี่ยวกับการลงโทษผู้กระทำการอันเป็นความผิดหลายกรรมต่างกัน เป็นกฎหมายที่ใช้ภายหลังการกระทำความผิดและเป็นคุณแก่ผู้กระทำความผิด ซึ่งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓ ต้องใช้กฎหมายในส่วนที่เป็นคุณแก่ผู้กระทำความผิดไม่ว่าในทางใด
ผลคำพิพากษา
พิพากษากลับเป็นว่า จำเลยมีความผิด ให้ลงโทษและลดโทษทุกกระทงตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น แต่ให้จำคุกจำเลยไว้ ๕๐ ปี ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๙๑(๓) ซึ่งได้แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา (ฉบับที่ ๖) พ.ศ. ๒๕๒๖ มาตรา ๔