Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3509/2530

พ.ศ. 2530 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

การที่จำเลยทำสัญญาเช่าบ้านพิพาทจากโจทก์ ต่อมาทำสัญญาจะซื้อจะขายบ้านและที่ดินพิพาทจากโจทก์ วางเงินมัดจำบางส่วนเงินส่วนที่เหลือแบ่งชำระเป็นงวด และจะโอนกรรมสิทธิ์ในบ้านและที่ดินพิพาทในงวดสุดท้าย ดังนี้สัญญาจะซื้อจะขายดังกล่าวคือสัญญาเช่าซื้อ เมื่อจำเลยไม่ชำระเงินค่าเช่าซื้อบ้านและที่ดินที่เหลือให้แก่โจทก์ตามข้อตกลงเพิ่มเติมย่อมถือว่าสัญญาเลิกกันแล้ว.

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องขอให้จำเลยและบริวารคืนบ้านเลขที่ 15/164 และที่ดินโฉนดเลขที่ 62708 และออกไปจากบ้านและที่ดินดังกล่าวของโจทก์ให้จำเลยชดใช้ค่าเสียหายพร้อมด้วยดอกเบี้ยแก่โจทก์จำเลยให้การและฟ้องแย้งและแก้ไขคำให้การและฟ้องแย้งว่าได้ทำสัญญาเช่าบ้านและต่อมาได้ทำสัญญาจะซื้อจะขายบ้านและที่ดินของโจทก์ตามฟ้องจริง จำเลยคงค้างชำระอยู่เพียง 353,000 บาท จำเลยมิใช่เป็นฝ่ายผิดสัญญา โจทก์ไม่ยอมคิดเงินที่จำเลยได้ชำระไปแล้วให้แก่จำเลย ขอให้ยกฟ้องของโจทก์ ให้โจทก์รับชำระราคาที่ยังขาดอยู่อีก 353,000 บาท แล้วโอนบ้านและที่ดินให้จำเลย หากโจทก์ไม่ปฏิบัติก็ขอให้โจทก์คืนเงินที่จำเลยชำระไปแล้วกับค่าเสียหายตามฟ้องแย้งของจำเลยโจทก์ให้การแก้ฟ้องแย้งและแก้ไขคำให้การแก้ฟ้องแย้งว่าจำเลยแต่ผู้เดียวเป็นฝ่ายผิดสัญญาโอนบ้านและที่ดินจึงไม่มีสิทธิให้โจทก์คืนเงินจำนวนตามฟ้องแย้งศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยและบริวารออกไปจากบ้านเลขที่15/164 และที่ดินโฉนดเลขที่ 62708 ของโจทก์

คำขอนอกนี้ให้ยกให้ยกฟ้องแย้งโจทก์และจำเลยอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำเลยชดใช้ค่าเสียหายให้แก่โจทก์เดือนละ 2,000 บาท นับแต่วันฟ้องจนกว่าจำเลยและบริวารจะออกไปจากบ้านเลขที่ 15/164 และที่ดินโฉนดเลขที่ 62708 ของโจทก์ นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นโจทก์ฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "...ข้อเท็จจริงและข้อกฎหมายคงฟังได้ตามที่คู่ความรับกันและตามคำวินิจฉัยของศาลอุทธรณ์โดยไม่มีผู้ใดฎีกาคัดค้านว่า เดิมจำเลยเช่าบ้านโจทก์อยู่อาศัย ต่อมาเมื่อวันที่16 เมษายน 2523 จำเลยทำสัญญาจะซื้อขายบ้านและที่ดินพิพาทจากโจทก์ในราคา 800,000 บาท จำเลยชำระเงินมัดจำให้โจทก์ในวันทำสัญญษ 65,000 บาท กำหนดโอนกรรมสิทธิ์และชำระเงินส่วนที่เหลือกันภายในวันที่ 5 พฤษภาคม 2523 ปรากฏตามสัญญาจะซื้อขายเอกสารหมาย

จ.3 เมื่อถึงกำหนดวันจดทะเบียนโอนกรรมสิทธิ์ จำเลยไม่สามารถปฏิบัติตามสัญญาได้จึงได้ทำบันทึกข้อตกลงเพิ่มเติมกับโจทก์เมื่อวันที่ 5 กรกฎาคม 2523 โดยจำเลยชำระเงินค่าบ้านและที่ดินพิพาทอีก 100,000 บาทให้โจทก์ ส่วนที่เหลือแบ่งชำระเป็นงวดให้แล้วเสร็จภายใน 1 ปี ปรากฏตามบันทึกข้อตกลงเพิ่มเติมเอกสารหมาย จ.5เมื่อครบกำหนดที่จำเลยจะต้องชำระราคาบ้านและที่ดินพิพาทให้โจทก์เพื่อจะได้โอนกรรมสิทธิ์กันในวันที่ 5 กรกฏาคม 2524 จำเลยยังขอต่อสัญญาจะซื้อจะขายออกไปอีก 6 เดือน ซึ่งจะครบกำหนดในวันที่ 5มกราคา 2525 โดยจำเลยสัญญาว่าหากถึงกำหนดจำเลยยังไม่สามารถชำระเงินให้โจทก์ได้ จำเลยตกลงจะคืนบ้านและที่ดินให้โจทก์ทันทีโดยไม่ติดใจเรียกร้องเงินที่ได้ชำระให้แก่โจทก์ไปแล้วคืน

ไม่ว่าจะเป็นเงินเท่าไร ปรากฏตามบันทึกข้อตกลงเพิ่มเติมเอกสารหมาย จ.6ต่อมาเมื่อครบกำหนดชำระหนี้ค่าซื้อบ้านและที่ดินพิพาทตามบันทึกข้อตกลงเพิ่มเติมเอกสารหมาย จ.6 แล้ว ปรากฏว่าจำเลยชำระเงินให้โจทก์รวมทั้งสิ้นเพียง 378,000 บาท ซึ่งรวมทั้งค่าผลประโยชน์ตอบแทนด้วย ยังคงค้างชำระค่าซื้อบ้านและที่ดินพิพาทอีก 4 แสนบาทเศษถือได้ว่าจำเลยเป็นฝ่ายผิดสัญญา โจทก์มีสิทธิริบเงินที่จำเลยได้ชำระให้โจทก์ไปแล้วได้ตามบันทึกข้อตกลงเพิ่มเติมเอกสารหมาย จ.5การที่จำเลยทำสัญญาเช่าบ้านพิพาทจากโจทก์ ต่อมาทำสัญญาจะซื้อจะขายบ้านและที่ดินพิพาทจากโจทก์ วางเงินมัดจำบางส่วนเงินที่เหลือแบ่งชำระเป็นงวดและจะโอนกรรมสิทธิ์ในบ้านและที่ดินพิพาทในงวดสุดท้าย

สัญญาจะซื้อจะขายดังกล่าวคือสัญญาเช่าซื้อนั่นเองเมื่อจำเลยไม่ชำระเงินค่าเช่าซื้อบ้านและที่ดินที่เหลือให้แก่โจทก์ตามบันทึกข้อตกลงเพิ่มเติมเอกสารหมาย จ.6 ย่อมถือว่าสัญญาดังกล่าวเลิกกันแล้ว จำเลยต้องคืนบ้านพิพาทให้แก่โจทก์ทันทีตามบันทึกข้อตกลงเพิ่มเติมดังกล่าว เมื่อโจทก์มีหนังสือบอกกล่าวให้จำเลยออกไปจากบ้านพิพาทแล้ว จำเลยไม่ยอมออกไป ย่อมถือได้ว่าจำเลยอยู่ในบ้านพิพาทต่อไปโดยละเมิด โจทก์มีสิทธิฟ้องขับไล่จำเลยได้..."

ผลคำพิพากษา

พิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำเลยชดใช้ค่าเสียหายให้แก่โจทก์เดือนละ2,000 บาท นับแต่วันที่ 6 มกราคม 2525 จนกว่าจำเลยและบริวารจะออกไปจากบ้านเลขที่ 15/164 และที่ดินโฉนดเลขที่ 62708 ของโจทก์นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์.

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ปิ่นทิพย์ สุจริตกุล · สมศักดิ์ เกิดลาภผล · สาระ เสาวมล
แหล่งที่มา
สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6967/2545

สัญญาเช่า (โดยมีสิทธิเลือกซื้อ) ระบุว่า ห้างฯ จำเลยที่ 1 เช่ารถยนต์คันหนึ่งจากบริษัทโจทก์มีกำหนด 4 ปี ชำระค่าเช่าเป็นรายเดือน โดยจำเลยที่ 1 ไม่มีสิทธิบอกเลิกสัญญาก่อนครบกำหนดการเช่าแต่มีสิทธิจะซื้อรถย…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2454/2563

หนังสือสำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี ลงวันที่ 19 กันยายน 2554 เรื่องการคืนเงินสำหรับรถยนต์คันแรก ตามมติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 13 กันยายน 2554 ที่อนุมัติหลักการและแนวทางในการคืนเงินแก่ผู้ซื้อรถยนต์ใหม่คัน…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2763/2551

สัญญาเช่าทรัพย์แบบลีสซิ่งถือได้ว่าเป็นสัญญาเช่าทรัพย์อย่างหนึ่งที่โจทก์ในฐานะผู้ให้เช่าให้คำมั่นว่าจะขายทรัพย์ที่เช่าให้แก่จำเลยที่ 1 ซึ่งเป็นผู้เช่าเมื่อครบกำหนดการเช่าแล้ว สัญญาดังกล่าวจึงมิใช่สัญญา…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5379/2549

จำเลยเช่าซื้อรถยนต์บรรทุกใหม่ที่ยังไม่ได้จดทะเบียนตาม พ.ร.บ.รถยนต์จากโจทก์ โดยจำเลยได้ชำระเงินค่าจดทะเบียนรถยนต์ที่เช่าซื้อให้โจทก์เพื่อให้โจทก์ไปดำเนินการจดทะเบียน ถือได้ว่าโจทก์กับจำเลยมีข้อตกลงกันใ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7122/2545

จำเลยยื่นคำให้การและนำสืบเป็นประเด็นข้อพิพาทไว้ชัดเจนว่าโจทก์ปล่อยปละละเลยไม่ดำเนินการบอกเลิกสัญญาเช่าซื้อจนเวลาล่วงเลยไปปีเศษนับแต่วันที่ถึงกำหนดชำระค่าเช่าซื้องวดสุดท้ายเป็นผลให้เครื่องเรียงพิมพ์ที่…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้