Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3511/2536

พ.ศ. 2536 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

จำเลยยื่นบัญชีพยานระบุอ้างใบมรณบัตรเป็นพยานไว้ก่อนวันสืบพยานไม่น้อยกว่า 3 วัน ทั้งได้ส่งเอกสารดังกล่าวประกอบการถามค้านพยานโจทก์ปากแรกด้วย โจทก์จึงย่อมทราบข้อความของเอกสารใบมรณบัตรก่อนสืบพยาน โจทก์เสร็จสิ้นและมีโอกาสนำพยานมาสืบหักล้างเอกสารดังกล่าวได้ การที่จำเลยมิได้ปฏิบัติตามบทบัญญัติแห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 90 โดยมิได้ส่งสำเนาใบมรณบัตรให้แก่โจทก์ล่วงหน้าก่อนวันสืบพยานไม่น้อยกว่า 3 วันนั้นจึงไม่ได้ทำให้โจทก์เสียเปรียบแต่อย่างใด นอกจากนี้เอกสารดังกล่าวก็เป็นพยานหลักฐานอันสำคัญซึ่งเกี่ยวกับประเด็นข้อสำคัญในคดีเพื่อประโยชน์แห่งความยุติธรรม ศาลมีอำนาจรับฟังพยานเอกสารดังกล่าวได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 87(2)

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยเป็นภริยาของนายเติม นายเติมมีบุตรซึ่งเกิดจากภริยาเดิมคือ นายสมนึก ต่อมานายสมนึกอยู่กินฉันสามีภริยากับนางพรทิพย์และมีบุตรด้วยกัน 4 คน รวมทั้งโจทก์ นายเติมถึงแก่ความตายไปนานแล้ว ต่อมานายสมนึกถึงแก่ความตาย ก่อนตายนายสมนึกมีที่ดินประมาณ 9 ไร่ จำเลยร้องขอเป็นผู้จัดการมรดกของนายสมนึก และได้ดำเนินการในฐานะเป็นผู้จัดการมรดกให้ออกหนังสือสำคัญสำหรับที่ดินดังกล่าวและแบ่งแยกที่ดินนั้นออกเป็น4 ส่วน แล้วโอนที่ดินให้แก่ทายาทของนายสมนึกไปแล้ว 3 คนส่วนที่ดินที่เหลืออยู่ประมาณ 2 ไร่ 2 งาน 20 ตารางวา ตามหนังสือรับรองการทำประโยชน์ (น.ส.3 ก.) เลขที่ 3795 จำเลยได้ดำเนินการใส่ชื่อจำเลยในฐานะเป็นผู้จัดการมรดกของนายสมนึกไว้แทนโจทก์

ขอให้บังคับจำเลยจดทะเบียนโอนที่ดิน น.ส.3 ก.เลขที่ 3795 ให้แก่โจทก์ หากจำเลยไม่ปฏิบัติตามให้ถือเอาคำพิพากษาของศาลเป็นการแสดงเจตนาแทนจำเลยให้การว่า ที่จำเลยไม่โอนแบ่งที่ดินที่เหลือให้แก่โจทก์เพราะโจทก์มีสติสัมปชัญญะไม่สมบูรณ์ เป็นคนปัญญาอ่อน จำเลยครอบครองที่ดินแทนไปก่อนจนกว่าโจทก์จะมีความสามารถดำเนินการทำนิติกรรมด้วยตนเองได้ จำเลยเป็นมารดาและทายาทของนายสมนึกจึงมีสิทธิในที่ดินส่วนที่เหลือจำนวน 2 ไร่ 2 งาน 20 ตารางวา คนละกึ่งหนึ่งเป็นเนื้อที่คนละ 1 ไร่ 1 งาน 10 ตารางวา โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้องขอให้โอนทรัพย์มรดกส่วนที่เหลือทั้งหมดให้แก่โจทก์ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยจัดการจดทะเบียนโอนที่ดินตามหนังสือรับรองการทำประโยชน์ (น.ส.3 ก.) เลขที่ 3795 ให้แก่โจทก์กึ่งหนึ่ง คิดเป็นเนื้อที่จำนวน 1 ไร่ 1 งาน 10 ตารางวา หากจำเลยเพิกเฉย ให้ถือเอาคำพิพากษาของศาลเป็นการแสดงเจตนาของจำเลยแทนโจทก์อุทธรณ์ศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิพากษายืนโจทก์ฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "

ศาลฎีกาวินิจฉัย

พิเคราะห์แล้ว ข้อเท็จจริงเบื้องต้นฟังได้เป็นยุติว่า นายสมนึก ศรีประเทศ ได้อยู่กินฉันสามีภริยากับนางพรทิพย์ ศรีประเทศหรืออ่อนวิมล โดยไม่ได้จดทะเบียนสมรสกันมีบุตรด้วยกัน 4 คน คือ นางสาวนภา อ่อนวิมลหรือศรีประเทศ โจทก์นางสาวนาฎลดา อ่อนวิมลหรือศรีประเทศ และนายอำนาจ ศรีประเทศโดยโจทก์เป็นบุคคลปัญญาอ่อน นายสมนึกถึงแก่ความตายเมื่อวันที่1 พฤศจิกายน 2515 ก่อนถึงแก่ความตายนายสมนึกมีทรัพย์สินเป็นที่ดินเนื้อที่ประมาณ 9 ไร่ ตั้งอยู่ที่ ตำบลลาดยาว อำเภอลาดยาวจังหวัดนครสวรรค์ จำเลยเป็นผู้จัดการมรดกของนายสมนึกตามคำสั่งของศาลชั้นต้น ต่อมาจำเลยได้โอนที่ดินมรดกของนายสมนึกดังกล่าวตามหนังสือรับรองการทำประโยชน์ (น.ส.3 ก.)

เอกสารหมาย จ.2 ถึง จ.5ให้นางสาวนภา นางสาวนาฎลดา และนายอำนาจ คนละ 2 ไร่ และยังคงมีที่ดินมรดกของนายสมนึกเหลืออยู่ 2 ไร่ 2 งาน 20 ตารางวาตามหนังสือรับรองการทำประโยชน์ (น.ส.3 ก.) เอกสารหมาย จ.6จำเลยมิได้โอนที่ดินส่วนที่เหลือให้แก่โจทก์ แต่ใส่ชื่อจำเลยในฐานะผู้จัดการมรดกของนายสมนึกเป็นเจ้าของที่ดินดังกล่าวไว้ในหนังสือรับรองการทำประโยชน์นั้นที่โจทก์ฎีกาว่าจำเลยมิได้ส่งสำเนาใบมรณบัตรเอกสารหมาย ล.1ให้โจทก์ก่อนวันสืบพยานไม่น้อยกว่า 3 วัน ขัดต่อประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 90 ศาลไม่มีอำนาจรับฟังใบมรณบัตรเอกสารหมาย ล.1 เป็นพยานหลักฐานได้นั้น เห็นว่า จำเลยได้ยื่นบัญชีพยานระบุอ้างใบมรณบัตรเอกสารหมาย

ล.1 เป็นพยานไว้ก่อนวันสืบพยานไม่น้อยกว่า 3 วัน ทั้งจำเลยได้ส่งเอกสารดังกล่าวประกอบการถามค้านนางพรทิพย์ ซึ่งเบิกความเป็นพยานโจทก์ปากแรกด้วยโจทก์จึงย่อมได้ทราบข้อความของเอกสารหมาย ล.1 ก่อนสืบพยานโจทก์เสร็จสิ้นแล้ว และมีโอกาสที่จะนำพยานมาสืบหักล้างเอกสารดังกล่าวได้การที่จำเลยมิได้ปฏิบัติตามบทบัญญัติแห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 90 โดยมิได้ส่งสำเนาใบมรณบัตรเอกสารหมาย ล.1ให้แก่โจทก์ล่วงหน้าก่อนวันสืบพยานไม่น้อยกว่า 3 วัน นั้น จึงไม่ได้ทำให้โจทก์เสียเปรียบแต่อย่างใด นอกจากนี้แล้วเอกสารดังกล่าวก็เป็นพยานหลักฐานอันสำคัญซึ่งเกี่ยวกับประเด็นข้อสำคัญในคดีเพื่อประโยชน์แห่งความยุติธรรม ศาลจึงมีอำนาจรับฟังพยานเอกสารดังกล่าวได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 87(2)ข้อเท็จจริงตามคำพิพากษาศาลฎีกาที่โจทก์อ้างไม่ตรงกับคดีนี้ฎีกาของโจทก์ข้อนี้ฟังไม่ขึ้นเช่นกัน"

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
อัครวิทย์ สุมาวงศ์ · เทพฤทธิ์ ศิลปานนท์ · สมศักดิ์ วิธุรัติ
แหล่งที่มา
สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4052/2567

แม้จำเลยที่ 2 และโจทก์ทั้งสองต่างไม่ได้ยื่นบัญชีระบุพยานอ้างเอกสารเป็นพยาน และส่งเอกสารดังกล่าวต่อศาลกับส่งให้คู่ความอีกฝ่ายซึ่งสำเนาเอกสารนั้นก่อนวันสืบพยานไม่น้อยกว่าเจ็ดวัน ตาม ป.วิ.พ. มาตรา 88 วรร…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3201/2559

บัญชีระบุพยานของโจทก์ระบุเพียงต้นฉบับหรือสำเนาสัญญาซ่อมเรือพร้อมคำแปลเฉพาะส่วนที่เกี่ยวข้องเท่านั้น ไม่ปรากฏรายละเอียดเกี่ยวกับ "Work Done Report" แต่อย่างใด ถือไม่ได้ว่าเป็นการแสดงความจำนงที่จะอ้างอิ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5637/2558

โจทก์บรรยายฟ้องว่า โจทก์มอบอำนาจให้ ร. เป็นผู้ดำเนินคดีนี้รวมทั้งให้มีอำนาจมอบอำนาจช่วงได้ และ ร. มอบอำนาจช่วงให้ ก. เป็นผู้มีอำนาจดำเนินคดีแทน ซึ่งตามหนังสือมอบอำนาจ มีข้อความว่า บริษัท น. โดย ร. ผู้…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4108/2558

ป.วิ.พ. มาตรา 87 (2) ใช้ในกรณีที่คู่ความฝ่ายที่อ้างพยานหลักฐานได้แสดงความจำนงที่จะอ้างอิงพยานหลักฐาน แต่มิได้ยื่นบัญชีระบุพยานให้ถูกต้องไว้ตามมาตรา 88 และในกรณีที่คู่ความมิได้ส่งสำเนาเอกสารล่วงหน้าตาม…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 19031/2556

โจทก์ไม่ได้บรรยายข้อเท็จจริงมาในฎีกาว่าจำเลยที่ 1 กระทำการใดขัดต่อบทบัญญัติของ ป.วิ.พ. มาตรา 88 อันจะทำให้ศาลรับฟังการ์ดบัญชีเป็นพยานหลักฐานไม่ได้ จึงเป็นฎีกาไม่ชัดแจ้งตาม ป.วิ.พ. มาตรา 249 วรรคหนึ่ง…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้