Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3522/2531

พ.ศ. 2531 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

โจทก์ร่วมร้องทุกข์ให้ดำเนินคดีแก่จำเลยโดยอ้างว่า จำเลยยักยอกเอาเงินของโจทก์ร่วมไป เป็นการร้องทุกข์ในนามของตนเองไม่มีข้อความตอนใดที่แสดงว่า โจทก์ร่วมในฐานะหุ้นส่วนผู้จัดการห้างหุ้นส่วนจำกัด พ. ได้ร้องทุกข์แทนห้าง ดังนี้ ถือว่าห้างหุ้นส่วนจำกัด พ. ผู้เสียหายไม่ได้ร้องทุกข์ไว้โดยชอบโจทก์จึงไม่มีอำนาจฟ้อง และโจทก์ร่วมไม่มีอำนาจเข้าร่วมเป็นโจทก์

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยได้รับมอบเงินสดจำนวน 250,000 บาท จากนายสหัส เรืองวัฒนาศิริกุล ผู้เสียหาย ให้เป็นตัวแทนนำเงินจำนวนดังกล่าวไปมอบให้กรรมการฝ่ายหาทุนหรือจังหวัดแพร่ ซึ่งเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันกีฬาเขต 5 ครั้งที่ 17 เพื่อเป็นการช่วยเหลือค่าใช้จ่าย จำเลยได้เบียดบังยักยอกเงินสดจำนวน 250,000 บาทของผู้เสียหาย ซึ่งจำเลยครอบครองไว้เป็นประโยชน์ของจำเลยหรือของบุคคลอื่นโดยทุจริต เหตุเกิดที่ตำบลทุ่งกวาว อำเภอเมืองแพร่จังหวัดแพร่ และตำบลในเวียง อำเภอเมืองแพร่ จังหวัดแพร่เกี่ยวพันกัน ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 352 และให้จำเลยคืนหรือใช้เงินจำนวน 250,000 บาทแก่ผู้เสียหายจำเลยให้การปฏิเสธระหว่างพิจารณาของศาลชั้นต้น นายสหัส เรืองวัฒนาศิริกุลยื่นคำร้องขอเข้าเป็นโจทก์ร่วมกับพนักงานอัยการ

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นมีคำสั่งอนุญาตศาลชั้นต้นพิจารณาแล้ว วินิจฉัยว่า ผู้เสียหายที่แท้จริงในคดีนี้คือห้างหุ้นส่วนจำกัดแพร่สหัสก่อสร้าง เมื่อโจทก์ร่วมไปร้องทุกข์ในนามของตนเอง มิใช่ในนามของห้างฯ โจทก์ร่วมซึ่งไม่ใช่ผู้เสียหาย จึงไม่มีสิทธิร้องทุกข์ให้ดำเนินคดีแก่จำเลยถือได้ว่าห้างหุ้นส่วนจำกัดแพร่สหัสก่อสร้างผู้เสียหายไม่ร้องทุกข์ พนักงานสอบสวนไม่มีอำนาจสอบสวน และพนักงานอัยการจึงไม่มีอำนาจนำคดีมาฟ้อง และคำขอเป็นโจทก์ร่วมย่อมตกไปด้วยพิพากษาให้ยกฟ้องโจทก์โจทก์และโจทก์ร่วมอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนหลังจากที่ศาลชั้นต้นได้อ่านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ให้คู่ความฟังแล้ว ก่อนยื่นฎีกา โจทก์ร่วมถึงแก่กรรมนางมาลา เรืองวัฒนาศิริกุล ภริยาโจทก์ร่วม ยื่นคำร้องขอเข้าดำเนินคดีต่างผู้ตายต่อไป

ศาลชั้นต้นมีคำสั่งอนุญาตโจทก์และโจทก์ร่วมฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "คดีมีปัญหาที่จะต้องวินิจฉัยในชั้นฎีกาเพียงว่า ห้างหุ้นส่วนจำกัดแพร่สหัสก่อสร้างผู้เสียหายได้ร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวนไว้โดยชอบหรือไม่ โดยโจทก์และโจทก์ร่วมเป็นหุ้นส่วนผู้จัดการของห้างหุ้นส่วนจำกัดแพร่สหัสก่อสร้าง โจทก์จึงเป็นผู้แทนของห้างซึ่งเป็นนิติบุคคล มีอำนาจจัดการแทนห้างซึ่งเป็นนิติบุคคลได้ ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 5(3) โจทก์ร่วมจึงมีอำนาจร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวนโดยไม่จำต้องระบุว่ากระทำการแทนหรือกระทำในนามของห้าง ถือว่าการร้องทุกข์ของโจทก์ร่วมชอบด้วยกฎหมายแล้วในการวินิจฉัยปัญหาข้อกฎหมายดังกล่าว ศาลฎีกาจะต้องฟังข้อเท็จจริงตามที่ศาลอุทธรณ์ได้วินิจฉัยมาแล้วจากพยานหลักฐานในสำนวน ซึ่งศาลอุทธรณ์ฟังข้อเท็จจริงว่าผู้เสียหายในคดีนี้คือห้างหุ้นส่วนจำกัดแพร่สหัสก่อสร้างมิใช่โจทก์ร่วม ตามบันทึกการมอบคดีความผิดอันยอมความได้ของสถานีตำรวจภูธรอำเภอเมืองแพร่

เอกสารหมาย จ.7 มีข้อความว่า"วันนี้ (26 ก.พ.2527) ตาม ป.จ.ว. ข้อ 3 เวลา 15.40 น. ได้มีนายสหัส เรืองวัฒนาศิริกุล แจ้งว่า เมื่อวันที่ 26 กันยายน2526 เวลาประมาณ 9.00 นาฬิกาเศษ ผู้แจ้งและภรรยาได้นำเงินจำนวน 250,000 บาท ไปมอบให้นายสกล อารีพันธุ์ ผู้อำนวยการประถมศึกษาจังหวัดแพร่ เพื่อเป็นการบริจาคช่วยเหลืองานกีฬาเขต 5จึงเชื่อว่านายสกลฯ มีเจตนายักยอกเงินจำนวนดังกล่าวของผู้แจ้งอย่างแน่นอน จึงได้มาแจ้งความมอบคดีให้พนักงานสอบสวนดำเนินคดีนายสกล อารีพันธุ์ จนกว่าคดีจะถึงที่สุดต่อไป"

ศาลฎีกาวินิจฉัย

พิเคราะห์แล้วเห็นว่าตามบันทึกการมอบคดีความผิดอันยอมความได้ เอกสารหมายจ.7 มีข้อความชัดแจ้งว่าโจทก์ร่วมร้องทุกข์ให้ดำเนินคดีแก่จำเลยโดยอ้างว่าจำเลยยักยอกเอาเงินของโจทก์ร่วมไป เป็นการร้องทุกข์ในนามตนเอง ไม่มีข้อความตอนใดที่แสดงว่า โจทก์ร่วมในฐานะหุ้นส่วนผู้จัดการได้ร้องทุกข์แทนห้างซึ่งเป็นนิติบุคคล ถือว่าห้างหุ้นส่วนจำกัดแพร่สหัสก่อสร้างผู้เสียหายไม่ได้ร้องทุกข์ไว้โดยชอบ โจทก์จึงไม่มีอำนาจฟ้องและโจทก์ร่วมไม่มีอำนาจเข้าร่วมเป็นโจทก์"

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
สุนทร จันทรศักดิ์ · สมศักดิ์ เกิดลาภผล · เจริญ นิลเอสงฆ์
แหล่งที่มา
สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1847/2557

เมื่อความผิดที่โจทก์ร่วมกล่าวหาว่าจำเลยกระทำความผิด เป็นความผิดอันยอมความได้ ผู้มีอำนาจร้องทุกข์ให้ดำเนินคดีแก่จำเลยคือ ห้างหุ้นส่วนจำกัด จ. ซึ่งเป็นผู้เสียหายที่แท้จริง โจทก์ร่วมจึงมิใช่ผู้เสียหายและ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7626/2568

โจทก์บรรยายฟ้องว่า โจทก์ร่วมและจำเลยรวมทั้งบุคคลอื่นอีก 1 คน เป็นผู้ถือหุ้น โดยโจทก์ร่วมและจำเลยเป็นกรรมการในบริษัทร่วมกันกระทำการแทนบริษัท ต่อมาจำเลยเบิกถอนเงินออกจากบัญชีเงินฝากของบริษัทแล้วเบียดบัง…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 11732/2557

ในการพิจารณาคดีของศาลในคดีอาญาว่ามีการกระทำความผิดตามฟ้องหรือไม่ ต้องเป็นไปตามคำบรรยายฟ้องที่บรรยายถึงการกระทำทั้งหลายที่อ้างว่าจำเลยกระทำผิด บทกฎหมายที่บัญญัติว่าการกระทำนั้นเป็นความผิด และบทกฎหมายที…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 22714/2555

แม้โจทก์จะฟ้องจำเลยในข้อหาข่มขืนใจผู้อื่น โดยมีอาวุธ ตาม ป.อ. มาตรา 309 วรรคสอง ซึ่งเป็นความผิดอันยอมความไม่ได้ แต่ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยกระทำความผิดข้อหาข่มขืนใจผู้อื่น ตาม ป.อ. มาตรา 309 วรรคแรก…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5515/2531

แม้ข้อเท็จจริงตามที่ปรากฏในการพิจารณาจะได้ความว่าเหตุตามฟ้องเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 2 มีนาคม 2525 และวันที่ 11 มีนาคม 2525 แต่โจทก์ดังกล่าวในฟ้องว่าเกิดเมื่อวันที่ 2 มีนาคม 2526 และวันที่ 11 มีนาคม 2526 เ…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้